WHO จี้รัสเซียแจงกรณีสงสัยกาฬโรคปอดในไซบีเรีย หลังเจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยกาฬโรคเสียชีวิต
WHO ขอให้รัสเซียแจงกรณีสงสัยกาฬโรคปอดที่อีร์คุตสค์ หลังเจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยกาฬโรคเสียชีวิต รัสเซียยืนยัน 7 ต.ค. 2026 ว่าไม่พบกาฬโรค ไทยประเมินเสี่ยงต่ำ
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 5 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- หญิงอายุ 28 ปี ซึ่งทำงานในสถาบันวิจัยกาฬโรคที่แคว้นอีร์คุตสค์ ไซบีเรีย เสียชีวิตด้วยปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ ทางการรัสเซียยอมรับการเสียชีวิตเมื่อ 4 ตุลาคม 2026 และกำลังตรวจว่าเกี่ยวกับกาฬโรคปอดหรือไม่
- WHO ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นเมื่อ 6 ตุลาคม ว่าปานกลางถึงต่ำสำหรับอีร์คุตสค์ ต่ำสำหรับรัสเซียทั้งประเทศ และต่ำมากสำหรับภูมิภาคยุโรป
- Tedros Adhanom Ghebreyesus ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ระบุเมื่อ 7 ตุลาคม ว่ารัสเซียแจ้งว่า "ไม่มีผู้ป่วยกาฬโรค" ผู้สัมผัสราว 200 คนถูกกักตัว และ WHO ขอให้รัสเซียชี้แจงข่าวผู้ป่วยรายที่สอง
- โฆษกเครมลิน Dmitry Peskov กล่าวเมื่อ 7 ตุลาคม ว่าข่าวส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเท็จ ขณะที่ CDC ประเมินความเสี่ยงต่อสหรัฐฯ ว่า "ต่ำมาก"
- คำชี้แจงของกรมควบคุมโรคที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเผยแพร่เมื่อ 7 ตุลาคม ระบุว่าความเสี่ยงที่เชื้อจะเข้าสู่ไทยอยู่ในระดับต่ำ เพราะเหตุการณ์จำกัดอยู่ในพื้นที่เฉพาะ และ WHO ยังไม่ประกาศมาตรการจำกัดการเดินทาง
องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026 ว่ายังรอข้อมูลเพิ่มจากรัสเซีย กรณีสงสัยกาฬโรคปอดในแคว้นอีร์คุตสค์ ไซบีเรีย หลังเจ้าหน้าที่หญิงของสถาบันวิจัยกาฬโรคเสียชีวิตด้วยปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ ขณะที่ทางการรัสเซียยืนยันว่าไม่พบกาฬโรค และปฏิเสธข่าวผู้ป่วยรายที่สองว่าเป็นข้อมูลเท็จ
ฝั่งไทย กรมควบคุมโรคประเมินว่าความเสี่ยงที่เชื้อจะเข้าสู่ประเทศอยู่ในระดับต่ำ ส่วนสหรัฐฯ ประเมินความเสี่ยงต่อประเทศตนว่าต่ำมาก แต่ทั้งสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และ WHO ต่างเรียกร้องให้รัสเซียเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส
ลำดับเหตุการณ์กรณีสงสัยกาฬโรคปอดที่อีร์คุตสค์
ข้อมูลต่อไปนี้มาจากการแถลงของ WHO ที่ UN News รายงาน และจากรายงานของ Al Jazeera ที่อ้าง AFP, AP และ Reuters
- 2 ตุลาคม วันที่สื่อรัสเซียระบุว่าหญิงอายุ 28 ปี ซึ่งทำงานในสถาบันวิจัยกาฬโรคแห่งไซบีเรียและตะวันออกไกลที่อีร์คุตสค์ เสียชีวิตโดยสงสัยว่าเป็นกาฬโรคปอด และเป็นวันที่ระบบเฝ้าระวังของ WHO เริ่มจับข่าวนี้
- 3 ตุลาคม WHO ติดต่อทางการรัสเซียตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ (IHR) เพื่อขอข้อมูลผลตรวจ การติดตามผู้สัมผัส และผลกระทบระหว่างประเทศ
- 4 ตุลาคม รัสเซียยอมรับการเสียชีวิต โดยระบุว่าผู้เสียชีวิตได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น "ปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ"
- 6 ตุลาคม Rospotrebnadzor หน่วยงานกำกับสาธารณสุขของรัสเซีย แถลงว่าไม่พบกาฬโรคในเจ้าหน้าที่ที่สัมผัสผู้เสียชีวิตตลอด 10 วันที่ผ่านมา ขณะที่ WHO เผยผลประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น
- 7 ตุลาคม WHO ระบุว่ารัสเซียแจ้งว่า "ไม่มีผู้ป่วยกาฬโรค" และขอให้ชี้แจงข่าวผู้ป่วยรายที่สอง ส่วนเครมลินปฏิเสธว่าข่าวส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเท็จ

จุดยืนของรัสเซีย: ไม่พบกาฬโรค และข่าวส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเท็จ
หลังมีข่าวสงสัยกาฬโรคปอด Rospotrebnadzor ระบุว่าได้ติดตามผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยให้กว้างที่สุด และให้อยู่ในการดูแลของโรงพยาบาลพร้อมตรวจทางห้องปฏิบัติการทุกวัน สถาบันวิจัยต้นสังกัดแถลงว่าการชันสูตรไม่พบจุลชีพที่เกี่ยวกับงานของสถาบัน ส่วนรองหัวหน้าเขต Shelekhov ใกล้อีร์คุตสค์ ซึ่งโรงพยาบาลท้องถิ่นถูกสั่งกักกันโรค กล่าวว่ายังไม่มี "การวินิจฉัยที่อันตราย" และผู้ถูกกักตัวไว้ราว 60% ได้รับการปล่อยตัวแล้ว
WHO ยังเผยข้อความจากทางการรัสเซียว่า "ไม่พบเชื้อโรคติดต่ออันตรายในผู้สัมผัสทุกคน" และอาการป่วย "เริ่มแรกเหมือนการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจเฉียบพลันทั่วไป" ต่อมาวันที่ 7 ตุลาคม Dmitry Peskov โฆษกเครมลิน กล่าวว่า "สิ่งที่สื่อรายงานเกี่ยวกับสถานการณ์นี้ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเท็จ" และให้ยึดถ้อยแถลงของ Rospotrebnadzor เป็นหลัก
WHO และสหรัฐฯ ต้องการข้อมูลกรณีกาฬโรคปอดที่ชัดเจนกว่านี้
Christian Lindmeier โฆษก WHO แถลงเมื่อ 6 ตุลาคมว่ายังไม่มีการยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ผู้สัมผัสทุกคนถูกติดตามและยังไม่มีใครแสดงอาการ วันต่อมา Tedros Adhanom Ghebreyesus ผู้อำนวยการใหญ่ WHO ระบุว่าผู้สัมผัสราว 200 คนถูกกักตัว และ WHO ได้รับรายงานผู้ป่วยรายที่สองจากสื่อ 2 แห่ง หนึ่งในนั้นเป็นสื่อรัสเซีย Maria Van Kerkhove หัวหน้าฝ่ายจัดการภัยโรคระบาดของ WHO กล่าวว่า "เราไม่เข้าใจว่าเธอติดเชื้อได้อย่างไร" และย้ำว่า WHO ต้องการข้อมูลที่ทันเวลาและสม่ำเสมอ
| ผู้แถลง | สิ่งที่แถลง | วันที่ |
|---|---|---|
| WHO | ความเสี่ยงปานกลางถึงต่ำที่อีร์คุตสค์ ต่ำในรัสเซีย ต่ำมากในยุโรป | 6 ต.ค. 2026 |
| Rospotrebnadzor | ไม่พบกาฬโรคในผู้สัมผัส | 6 ต.ค. 2026 |
| เครมลิน | ข่าวส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเท็จ | 7 ต.ค. 2026 |
| CDC สหรัฐฯ | ความเสี่ยงต่อสหรัฐฯ ต่ำมาก | รายงาน 8 ต.ค. 2026 |
| กรมควบคุมโรค | ความเสี่ยงนำเข้าสู่ไทยต่ำ | เผยแพร่ 7 ต.ค. 2026 |

ฝั่งสหรัฐฯ Marco Rubio รัฐมนตรีต่างประเทศ กล่าวเมื่อ 6 ตุลาคมว่าเป็นหน้าที่ของรัสเซียที่ต้องเปิดเผยข้อมูลเพิ่ม Erica Schwartz ผู้อำนวยการ CDC ระบุเมื่อ 7 ตุลาคมว่ากำลังติดตามผู้เดินทางจากพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานอื่น และมีจุดคัดกรองที่สนามบิน JFK ในนิวยอร์ก ส่วนประธานาธิบดี Donald Trump ตอบคำถามว่าเป็นอาวุธชีวภาพหรือไม่ว่า "เราไม่คิดอย่างนั้น"
ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
กาฬโรคเกิดจากแบคทีเรีย Yersinia pestis ที่พบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กและหมัด WHO ระบุว่ากาฬโรคปอดเป็นชนิดที่ติดต่อง่ายที่สุด แพร่จากคนสู่คนทางละอองทางเดินหายใจ และอาจเสียชีวิตภายใน 18–24 ชั่วโมงหากไม่รักษา แต่ยาปฏิชีวนะทั่วไปรักษาได้ผลหากได้รับเร็ว ระหว่างปี 2019–2025 มีรายงานผู้ป่วยกาฬโรคเกือบ 4,000 ราย เสียชีวิต 423 รายใน 10 ประเทศ ส่วนใหญ่อยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและมาดากัสการ์
กรณีสงสัยกาฬโรคปอดครั้งนี้ถูกจับตาเพราะผู้เสียชีวิตทำงานในสถาบันที่ศึกษาเชื้อโรคอันตราย ในพื้นที่ที่กาฬโรคพบได้ตามธรรมชาติในสัตว์ป่า Van Kerkhove ยอมรับว่าหลังโควิด-19 ทั่วโลกตื่นตัวต่อความเสี่ยงมากขึ้น และ WHO จะให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริง เมื่อยังไม่มีคำตอบก็จะบอกตรง ๆ
ผลต่อไทยและองค์กรไทย

- ความเสี่ยงกาฬโรคปอดต่อไทยยังต่ำ กรมควบคุมโรคระบุว่าเหตุการณ์จำกัดอยู่ในพื้นที่เฉพาะ ไม่มีรายงานการแพร่ในชุมชนหรือนอกพื้นที่ และ WHO ยังไม่ยกระดับมาตรการจำกัดการเดินทาง องค์กรจึงยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแผนเดินทางทั่วไป แต่ควรติดตามประกาศของกรมควบคุมโรคและ WHO
- พนักงานที่เดินทางไปรัสเซีย ควรตรวจคำแนะนำการเดินทางล่าสุดก่อนไปพื้นที่ไซบีเรีย ตราบที่ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องกาฬโรคปอด และหากมีไข้หรืออาการทางเดินหายใจหลังกลับมา ให้พบแพทย์ทันทีพร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง เพราะการรักษาเร็วคือปัจจัยสำคัญ
- สื่อสารภายในจากแหล่งทางการ ข่าวนี้มีข้อมูลขัดแย้งหลายทาง ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเผยแพร่คำชี้แจงของกรมควบคุมโรคแล้ว ฝ่ายบุคคลควรอ้างแหล่งทางการเมื่อแจ้งพนักงาน เพื่อลดความตื่นตระหนก
- ห้องปฏิบัติการและโรงพยาบาล หน่วยงานที่ทำงานกับเชื้ออันตรายควรทบทวนมาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพและขั้นตอนรายงานเหตุผิดปกติ เพราะกรณีนี้เริ่มต้นจากบุคลากรในสถาบันวิจัยเชื้อโรค
- ติดตามสถานการณ์โรคระบาดอื่นควบคู่ ช่วงเดียวกันยังมีผู้ป่วยอีโบลารายแรกของเคนยา อ่านข่าวต่างประเทศอื่นได้ที่หมวดข่าวต่างประเทศ
คำถามที่พบบ่อย
กาฬโรคปอดคืออะไร อันตรายแค่ไหน?
กาฬโรคปอดคือกาฬโรคชนิดที่เชื้อแบคทีเรีย Yersinia pestis ติดที่ปอด WHO ระบุว่าเป็นชนิดที่ติดต่อง่ายที่สุด แพร่จากคนสู่คนผ่านละอองทางเดินหายใจ และหากไม่รักษาอาจเสียชีวิตภายใน 18–24 ชั่วโมง แต่ยาปฏิชีวนะทั่วไปรักษาได้ผลหากได้รับเร็ว
รัสเซียพบผู้ป่วยกาฬโรคปอดจริงหรือไม่?
ยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นกาฬโรคปอด ณ 8 ตุลาคม 2026 ทางการรัสเซียแจ้ง WHO ว่าไม่มีผู้ป่วยกาฬโรค และไม่พบเชื้อโรคติดต่ออันตรายในผู้สัมผัส ส่วน WHO ระบุว่ายังไม่ทราบเชื้อที่ทำให้เจ้าหน้าที่หญิงของสถาบันวิจัยกาฬโรคเสียชีวิต และส่งคำถามเพิ่มเติมไปยังรัสเซีย
กาฬโรคปอดในรัสเซียเสี่ยงต่อไทยแค่ไหน?
กรมควบคุมโรคชี้แจงผ่านศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเมื่อ 7 ตุลาคม 2026 ว่าความเสี่ยงที่เชื้อกาฬโรคปอดจะเข้าสู่ไทยอยู่ในระดับต่ำ เพราะเหตุการณ์ในรัสเซียยังจำกัดอยู่ในพื้นที่เฉพาะ ไม่มีรายงานการแพร่ในชุมชนหรือนอกพื้นที่ และ WHO ยังไม่ประกาศเตือนหรือยกระดับมาตรการจำกัดการเดินทาง
WHO ประเมินความเสี่ยงกรณีสงสัยกาฬโรคปอดที่อีร์คุตสค์ไว้อย่างไร?
WHO ประเมินกรณีสงสัยกาฬโรคปอดเบื้องต้นเมื่อ 6 ตุลาคม 2026 ว่าความเสี่ยงอยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำสำหรับแคว้นอีร์คุตสค์ ต่ำสำหรับรัสเซียทั้งประเทศ และต่ำมากสำหรับภูมิภาคยุโรปของ WHO และจะปรับการประเมินเมื่อได้ข้อมูลเพิ่ม
แหล่งอ้างอิง
- Testing and monitoring underway in suspected Russia plague death — UN News
- ‘No plague case’ in Siberia, Russia tells WHO as assessments continue — UN News
- Russia dismisses reports of second plague case as ‘false information’ — Al Jazeera (AP/Reuters)
- Russia denies imposing anti-plague measures after lab worker death — Al Jazeera (AFP/Reuters)
- กรมควบคุมโรค ยืนยัน ไทยพร้อมรับมือสถานการณ์กาฬโรคปอดในรัสเซีย — ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ