ข้ามไปยังเนื้อหา
Healthอธิบาย

ถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) เปลี่ยนชื่อเป็น PMOS: ผู้หญิงควรรู้อะไร และเมื่อไรควรพบแพทย์

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น PMOS ตามฉันทามติที่ 56 องค์กรรับรอง WHO ประเมินว่าพบในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ 10–13% และสูงสุด 70% ยังไม่รู้ตัว

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 7 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
เอกสารข้อเท็จจริงของ WHO เรื่องภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic ovary syndrome) ฉบับ 22 มกราคม 2026
ภาพ: World Health Organization (ภาพหน้าจอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ หรือ PCOS ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น polyendocrine metabolic ovarian syndrome (PMOS) ตามกระบวนการฉันทามติระหว่างประเทศที่องค์กรวิชาชีพและองค์กรผู้ป่วย 56 แห่งรับรอง ตามบทความใน Am J Obstet Gynecol ฉบับพฤศจิกายน 2026
  • WHO ประเมินว่าภาวะนี้พบในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ 10–13% และผู้ที่เป็นทั่วโลกสูงสุด 70% ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็น
  • เกณฑ์วินิจฉัยไม่เปลี่ยน คือมีอย่างน้อย 2 ใน 3 ข้อ: รอบเดือนผิดปกติหรือไม่ตกไข่ ฮอร์โมนแอนโดรเจนสูง และรังไข่มีฟอลลิเคิลจำนวนมากจากอัลตราซาวนด์หรือฮอร์โมน AMH สูง
  • งานวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลปี 2026 พบผู้หญิงไทยที่เป็น PCOS 20.8% มีภาวะเมแทบอลิกซินโดรม ส่วนงานวิจัยจากรามาธิบดีปี 2024 พบภาวะวิตกกังวล 11.92%

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (polycystic ovary syndrome หรือ PCOS) คือความผิดปกติของฮอร์โมนที่พบในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ 10–13% ตามการประเมินขององค์การอนามัยโลก (WHO) และปี 2026 ภาวะนี้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น polyendocrine metabolic ovarian syndrome (PMOS) ตามฉันทามติที่องค์กรวิชาชีพและองค์กรผู้ป่วย 56 แห่งรับรอง เพราะชื่อเดิมทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องถุงน้ำในรังไข่

เรื่องที่สำคัญกว่าชื่อคือผู้หญิงจำนวนมากไม่รู้ตัว WHO ประเมินว่าผู้ที่เป็นภาวะนี้ทั่วโลกสูงสุด 70% ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็น ทั้งที่เกี่ยวข้องกับภาวะมีบุตรยาก เบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด และสุขภาพจิต บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล

เอกสารข้อเท็จจริงของ WHO เรื่องภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic ovary syndrome) ฉบับ 22 มกราคม 2026
หน้าเอกสารข้อเท็จจริงเรื่อง Polycystic ovary syndrome ของ WHO ฉบับ 22 มกราคม 2026 ระบุว่าภาวะนี้พบในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ 10–13% ภาพ: World Health Organization (ภาพหน้าจอ)

ทำไมภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบถึงเปลี่ยนชื่อเป็น PMOS

บทความ Special Report ในวารสาร American Journal of Obstetrics & Gynecology ฉบับพฤศจิกายน 2026 (เผยแพร่ออนไลน์ 10 กันยายน 2026) โดยคณะผู้เขียนจากมหาวิทยาลัย Monash และมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ อธิบายเหตุผลของการเปลี่ยนชื่อไว้สองข้อ

  • ชื่อเดิมผิดจากความจริง — ลักษณะของรังไข่ที่เห็นจากอัลตราซาวนด์คือฟอลลิเคิล (ถุงไข่) ที่หยุดเจริญจำนวนมาก ไม่ใช่ถุงน้ำที่เป็นโรค
  • ชื่อเดิมทำให้มองแคบ — คำว่าถุงน้ำรังไข่ทำให้คนมองภาวะนี้เป็นเรื่องรังไข่และการมีบุตรเท่านั้น ทั้งที่เป็นภาวะด้านต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิกที่อยู่กับผู้หญิงตลอดชีวิต ชื่อใหม่จึงใส่คำว่า polyendocrine (หลายระบบฮอร์โมน) และ metabolic (เมแทบอลิก) ไว้ข้างหน้า

ไม่ใช่ทุกคนเห็นด้วย บทความความเห็นในวารสาร Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism ฉบับ 16 ตุลาคม 2026 ใช้ชื่อเรื่องว่าการเปลี่ยนชื่อเป็น PMOS "ยังเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้า" สำหรับผู้อ่านทั่วไป ประเด็นที่ควรรู้คือชื่อ PCOS และภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบยังถูกใช้อยู่ในเอกสารจำนวนมาก รวมทั้งเอกสารข้อเท็จจริงของ WHO ฉบับล่าสุด ผู้หญิงที่เคยได้รับการวินิจฉัยจึงไม่ต้องตรวจใหม่เพราะชื่อเปลี่ยน

อาการของภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ

WHO ระบุอาการและอาการแสดงที่พบบ่อยไว้ดังนี้ ผู้หญิงแต่ละคนอาจมีอาการต่างกัน

กลุ่มอาการ ตัวอย่างตามเอกสารของ WHO
รอบเดือน มาไม่สม่ำเสมอ คาดเดาไม่ได้ หรือไม่มา บางคนมามาก นาน หรือปวดมาก
การมีบุตร ตั้งครรภ์ยากหรือมีบุตรยาก ภาวะนี้เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการไม่ตกไข่ทั่วโลก
ผิวและเส้นผม ขนดกที่ใบหน้าหรือลำตัว ผมบางแบบผู้หญิง สิวหรือผิวมัน
รังไข่ อาจพบถุงน้ำในรังไข่ แต่ไม่จำเป็นต้องมีจึงจะวินิจฉัยได้

สาเหตุของภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบยังไม่ทราบแน่ชัด WHO ระบุว่าภาวะนี้ถ่ายทอดในครอบครัวได้ ผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นภาวะนี้หรือเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 จึงมีความเสี่ยงสูงขึ้น

วินิจฉัยภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบอย่างไร

เกณฑ์วินิจฉัยไม่เปลี่ยนตามชื่อใหม่ ทั้ง WHO และบทความใน Am J Obstet Gynecol ใช้หลักเดียวกันคือต้องมีอย่างน้อย 2 ใน 3 ข้อ หลังแพทย์ตัดสาเหตุอื่นออกแล้ว

  1. รอบเดือนผิดปกติหรือไข่ไม่ตก
  2. ฮอร์โมนแอนโดรเจนสูง ดูจากอาการ เช่น ขนดก ผมบาง สิว หรือจากผลเลือด
  3. ลักษณะของรังไข่ มีฟอลลิเคิลจำนวนมากจากอัลตราซาวนด์ หรือฮอร์โมน anti-Müllerian hormone (AMH) สูงในผู้ใหญ่

WHO ระบุว่าแพทย์จะพิจารณาช่วงวัยด้วย เพราะรอบเดือนไม่สม่ำเสมออาจเป็นเรื่องปกติในช่วงเพิ่งเริ่มมีประจำเดือนหรือใกล้หมดประจำเดือน และผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยใหม่ควรได้ตรวจเลือดดูภาวะดื้อต่ออินซูลินและความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด

ตัวเลขสำคัญของภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ: พบในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ 10–13% สูงสุด 70% ยังไม่ได้รับการวินิจฉัย 56 องค์กรรับรองชื่อใหม่ PMOS เกณฑ์วินิจฉัย 2 ใน 3 ข้อ ผู้หญิงไทยที่เป็น PCOS มีภาวะเมแทบอลิกซินโดรม 20.8% และวิตกกังวล 11.92%
ตัวเลขสำคัญของภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบจาก WHO และงานวิจัยในผู้หญิงไทย ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: WHO, Am J Obstet Gynecol 2026, J Obstet Gynaecol Res 2026, BMC Psychiatry 2024)

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบในวัยรุ่นวินิจฉัยต่างจากผู้ใหญ่

คำแนะนำเฉพาะวัยรุ่นจากแนวทางเวชปฏิบัติระหว่างประเทศฉบับปี 2023 ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร BMC Medicine เมื่อมีนาคม 2025 ใช้เกณฑ์ที่เข้มกว่าผู้ใหญ่ เพราะรอบเดือนไม่สม่ำเสมอและสิวพบได้บ่อยในช่วงวัยรุ่นอยู่แล้ว

  • ต้องมีครบทั้งสองข้อ — รอบเดือนผิดปกติ (นับตามระยะเวลาหลังเริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก) และฮอร์โมนแอนโดรเจนสูงจากอาการหรือผลเลือด หลังตัดโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกันออกแล้ว
  • ไม่ใช้อัลตราซาวนด์หรือฮอร์โมน AMH วินิจฉัยในวัยรุ่น
  • มีแค่ข้อเดียวถือเป็นกลุ่มเสี่ยง — ดูแลตามอาการและนัดติดตามต่อเนื่อง
  • วางแผนสุขภาพระยะยาว — ส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ คัดกรองภาวะซึมเศร้าและความผิดปกติด้านเมแทบอลิก และส่งต่อการดูแลเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ โดยบุคลากรควรอธิบายความเสี่ยงเรื่องน้ำหนักโดยไม่ตีตรารูปร่าง

ผู้เขียนระบุว่าหลักฐานในวัยรุ่นยังจำกัด คำแนะนำส่วนใหญ่อยู่บนหลักฐานที่มีความแน่นอนระดับต่ำถึงปานกลาง พ่อแม่ที่กังวลเรื่องรอบเดือนของลูกจึงควรพาไปพบแพทย์ แทนการสรุปเองจากอาการ

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบเสี่ยงโรคอะไรในระยะยาว

WHO ระบุว่าผู้หญิงที่เป็นภาวะนี้มีความเสี่ยงสูงกว่าผู้หญิงทั่วไปในหลายเรื่อง

  • เมแทบอลิก — ภาวะดื้อต่ออินซูลิน เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน โดยเฉพาะไขมันสะสมที่หน้าท้อง
  • หัวใจและหลอดเลือด — ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • การตั้งครรภ์ — เบาหวานขณะตั้งครรภ์และความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ บทความใน Am J Obstet Gynecol ระบุเพิ่มว่าเกี่ยวข้องกับการแท้ง การคลอดก่อนกำหนด และทารกน้ำหนักน้อย
  • มดลูก — เยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัวผิดปกติหรือมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งเกี่ยวกับการมีประจำเดือนห่างหรือไม่สม่ำเสมอ
  • อื่น ๆ — ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และไขมันพอกตับที่มีการอักเสบ
  • สุขภาพจิต — ภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า ความผิดปกติด้านการกิน และภาพลักษณ์ต่อตัวเองในแง่ลบ

ข้อมูลจากผู้หญิงไทยที่เป็นภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ

งานวิจัยในไทยสองชิ้นช่วยให้เห็นภาพในบริบทไทย

งานวิจัย กลุ่มที่ศึกษา ผลหลัก
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, J Obstet Gynaecol Res มีนาคม 2026 เวชระเบียนผู้หญิงอายุ 15–45 ปี 1,492 คน ปี 2015–2024 พบภาวะเมแทบอลิกซินโดรม 20.8% ดัชนีมวลกายและสัดส่วนรอบเอวต่อส่วนสูงใช้คัดกรองเบื้องต้นได้ดี
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี, BMC Psychiatry พฤศจิกายน 2024 ผู้หญิงอายุ 15–40 ปี 260 คน ภาวะซึมเศร้า 3.85% วิตกกังวล 11.92% สุขภาวะทางใจต่ำ 16.92% ผู้วิจัยเสนอให้คัดกรองซึมเศร้าและวิตกกังวลในผู้หญิงที่เป็นภาวะนี้ทุกคน

งานวิจัยทั้งสองชิ้นศึกษาในโรงพยาบาลระดับตติยภูมิขึ้นไป ตัวเลขจึงไม่ได้แทนผู้หญิงไทยทั้งประเทศ แต่ชี้ว่าการดูแลภาวะนี้ควรครอบคลุมทั้งเมแทบอลิกและสุขภาพจิต ไม่ใช่แค่รอบเดือนและการมีบุตร

กราฟแท่งผลการศึกษาผู้หญิงไทยที่เป็น PCOS 260 คน: สุขภาวะทางใจต่ำ 16.92% ภาวะวิตกกังวล 11.92% และภาวะซึมเศร้า 3.85%
กราฟสุขภาพจิตของผู้หญิงไทยที่เป็นภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบจากงานวิจัยของรามาธิบดี ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Keeratibharat P และคณะ, BMC Psychiatry 2024)

การดูแลภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบตามข้อมูลของ WHO

WHO ระบุว่าภาวะนี้ยังรักษาไม่หายขาด แต่การรักษาช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ช่วยเรื่องการมีบุตร และลดความเสี่ยงระยะยาว แนวทางหลักมีดังนี้

  • พฤติกรรมสุขภาพ — การกินอาหารที่ดีและการออกกำลังกายแนะนำสำหรับผู้หญิงทุกคนที่เป็นภาวะนี้ แม้น้ำหนักจะไม่ลดลง
  • ยา — ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวมช่วยให้รอบเดือนสม่ำเสมอและอาจลดสิวหรือขนดก ยาต้านตัวรับแอนโดรเจนอาจใช้รักษาขนดกหรือสิว ยาทุกชนิดต้องสั่งและติดตามโดยแพทย์
  • ภาวะมีบุตรยาก — ปรับพฤติกรรม ใช้ยาหรือการผ่าตัดกระตุ้นการตกไข่ หรือใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ เช่น การทำเด็กหลอดแก้ว
  • ตัดสินใจร่วมกัน — WHO เน้นให้เลือกวิธีรักษาร่วมกันระหว่างแพทย์กับผู้ป่วย

เมื่อไรควรพบแพทย์เรื่องภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ

ควรพบแพทย์ (สูตินรีแพทย์หรือแพทย์ต่อมไร้ท่อ) เมื่อมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

  • ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ห่างมาก หรือไม่มาหลายเดือน ทั้งที่ไม่ได้ตั้งครรภ์และไม่ได้อยู่ในช่วงเพิ่งเริ่มมีหรือใกล้หมดประจำเดือน
  • พยายามมีบุตรแล้วยังไม่ตั้งครรภ์
  • มีขนดกที่ใบหน้าหรือลำตัว ผมบางลง หรือสิวที่รักษาทั่วไปแล้วไม่ดีขึ้น ร่วมกับรอบเดือนผิดปกติ
  • เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะนี้แต่ยังไม่เคยตรวจระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด
  • มีอารมณ์เศร้า วิตกกังวล หรือมีปัญหาการกินที่กระทบชีวิตประจำวัน ถ้ามีความคิดทำร้ายตัวเอง โทรขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323

สิ่งที่ควรทำ

  • จดบันทึกวันที่มีประจำเดือนแต่ละรอบไว้ก่อนพบแพทย์ จะช่วยให้แพทย์ประเมินได้ง่ายขึ้น
  • ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยแล้วไม่ต้องกังวลเรื่องชื่อใหม่ เกณฑ์วินิจฉัยยังเหมือนเดิม แต่ควรถามแพทย์เรื่องการตรวจติดตามด้านเมแทบอลิกและสุขภาพจิตด้วย
  • ไม่ซื้อยาฮอร์โมนหรืออาหารเสริมที่อ้างว่ารักษาภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบมากินเอง
  • องค์กรที่มีพนักงานหญิงจำนวนมากควรรวมเรื่องรอบเดือนผิดปกติและภาวะนี้ไว้ในความรู้ด้านสุขภาพพนักงาน

อ่านเรื่องการตรวจสุขภาพผู้หญิงตามช่วงอายุได้ในตรวจสุขภาพผู้หญิงตามวัย และติดตามความรู้สุขภาพผู้หญิงได้ที่หมวดสุขภาพผู้หญิง

คำถามที่พบบ่อย

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบคืออะไร?

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) เป็นความผิดปกติของฮอร์โมนที่พบบ่อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ WHO อธิบายว่าระดับฮอร์โมนแอนโดรเจนที่สูงกว่าปกติทำให้รอบเดือนผิดปกติ ไข่ไม่ตก มีบุตรยาก ขนดก หรือเป็นสิว และเป็นภาวะเรื้อรังด้านเมแทบอลิกที่ต่อเนื่องเลยวัยเจริญพันธุ์ไป

ทำไมภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบถึงเปลี่ยนชื่อเป็น PMOS?

บทความใน Am J Obstet Gynecol อธิบายว่าชื่อเดิมของภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบเข้าใจผิดมานาน เพราะสิ่งที่เห็นในรังไข่คือฟอลลิเคิลที่หยุดเจริญจำนวนมาก ไม่ใช่ถุงน้ำที่เป็นโรค และชื่อเดิมทำให้มองเป็นแค่เรื่องรังไข่และการมีบุตร ชื่อใหม่ polyendocrine metabolic ovarian syndrome เน้นว่าเป็นภาวะด้านฮอร์โมนและเมแทบอลิกตลอดชีวิต

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบวินิจฉัยอย่างไร?

เกณฑ์วินิจฉัยภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบไม่เปลี่ยนตามชื่อใหม่ คือต้องมีอย่างน้อย 2 ใน 3 ข้อ ได้แก่ รอบเดือนผิดปกติหรือไข่ไม่ตก ฮอร์โมนแอนโดรเจนสูงจากอาการหรือผลเลือด และพบฟอลลิเคิลจำนวนมากจากอัลตราซาวนด์หรือฮอร์โมน AMH สูงในผู้ใหญ่ หลังแพทย์ตัดสาเหตุอื่นออกแล้ว

ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบรักษาหายไหม?

WHO ระบุว่าภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบยังรักษาไม่หายขาด แต่การรักษาช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ช่วยเรื่องการมีบุตร และลดความเสี่ยงระยะยาว การกินอาหารที่ดีและออกกำลังกายแนะนำสำหรับทุกคนแม้น้ำหนักไม่ลด ส่วนยาและการรักษาภาวะมีบุตรยากควรตัดสินใจร่วมกับแพทย์

แหล่งอ้างอิง

  1. Polycystic ovary syndrome (fact sheet) — World Health Organization
  2. From polycystic ovary syndrome to polyendocrine metabolic ovarian syndrome: what obstetricians and gynecologists need to know — American Journal of Obstetrics & Gynecology (PubMed)
  3. Anthropometric Measurements to Predict Metabolic Syndrome in Thai Women With Polycystic Ovary Syndrome: A Retrospective Study — Journal of Obstetrics and Gynaecology Research (PubMed)
  4. Prevalence of depression and anxiety in women with polycystic ovary syndrome (PCOS) and associated factors in a quaternary hospital in Thailand — BMC Psychiatry (PubMed)
  5. International evidence-based recommendations for polycystic ovary syndrome in adolescents — BMC Medicine (PubMed)
  6. Renaming PCOS to polyendocrine metabolic ovarian syndrome: still an impediment to progress — Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism (PubMed)

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
WHO18
ประเทศและสถานที่
สหรัฐอเมริกา445
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ