ข้ามไปยังเนื้อหา
Healthอธิบาย

มะเร็งต่อมลูกหมาก: ใครควรตรวจ PSA เมื่อไร เทียบแนวทางไทยกับสากล และสิทธิที่ได้

มะเร็งต่อมลูกหมากพบมากอันดับ 4 ในชายไทย งานทบทวน Cochrane ปี 2026 ชี้ตรวจ PSA ลดการเสียชีวิตราว 2 ใน 1,000 คน แต่มีโทษ ใครควรตรวจเมื่อไร บัตรทองครอบคลุมอะไร

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 11 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพวาดทางการแพทย์แสดงตำแหน่งต่อมลูกหมากที่มีมะเร็งต่อมลูกหมาก อยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะและด้านหน้าลำไส้ตรง พร้อมภาพร่างกายผู้ชายบอกตำแหน่ง
ภาพ: BruceBlaus / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ประมาณการ GLOBOCAN 2024 ของ IARC ระบุว่าไทยมีผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากรายใหม่ 6,894 ราย เป็นอันดับ 4 ของมะเร็งในผู้ชาย และมีผู้เสียชีวิต 3,133 ราย
  • ทะเบียนมะเร็งของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (ข้อมูลปี 2019–2021) พบอัตราผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มจาก 2.8 ต่อแสนคนในช่วงอายุ 50–54 ปี เป็น 141.4 ต่อแสนคนในผู้ชายอายุ 75 ปีขึ้นไป
  • งานทบทวน Cochrane ที่ตีพิมพ์ใน BJU International เมื่อ 1 ตุลาคม 2026 รวม 6 การทดลอง (789,086 คน) สรุปว่าการคัดกรองด้วย PSA น่าจะลดการเสียชีวิตจากมะเร็งต่อมลูกหมากราว 2 รายต่อ 1,000 คน
  • แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (ตุลาคม 2560) เสนอการตรวจ PSA ครั้งแรกให้ชายอายุมากกว่า 50 ปี หรือมากกว่า 45 ปีถ้ามีประวัติครอบครัว หลังแพทย์อธิบายประโยชน์และความเสี่ยงแล้ว
  • รายการบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคของ สปสช. สำหรับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุไม่มีการตรวจ PSA แต่บัตรทองครอบคลุมการรักษามะเร็ง และเพิ่มการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์สำหรับมะเร็งต่อมลูกหมากตั้งแต่ปี 2567

มะเร็งต่อมลูกหมาก (prostate cancer) เป็นมะเร็งที่พบมากอันดับ 4 ในผู้ชายไทย ประมาณการ GLOBOCAN 2024 ระบุผู้ป่วยใหม่ 6,894 ราย ล่าสุดงานทบทวนของ Cochrane ที่ตีพิมพ์เมื่อ 1 ตุลาคม 2026 สรุปว่าการตรวจเลือดหาค่า PSA น่าจะลดการเสียชีวิตจากโรคนี้ได้ราว 2 รายต่อผู้ชาย 1,000 คน แต่ก็ทำให้พบมะเร็งที่อาจไม่ต้องรักษาเพิ่มขึ้น แนวทางทั้งไทยและสากลจึงให้ตัดสินใจตรวจร่วมกับแพทย์เป็นรายคน

บทความนี้สรุปว่ามะเร็งต่อมลูกหมากพบบ่อยแค่ไหนในไทย ใครเสี่ยง อาการแบบไหนควรสังเกต การตรวจ PSA ให้ประโยชน์และโทษอย่างไร แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติต่างจากยุโรป สหรัฐ และสหราชอาณาจักรตรงไหน และสิทธิบัตรทองครอบคลุมอะไร เนื้อหาเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล

มะเร็งต่อมลูกหมากพบบ่อยแค่ไหนในผู้ชายไทย

ต่อมลูกหมากเป็นต่อมขนาดประมาณลูกวอลนัตที่อยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะ ทำหน้าที่สร้างของเหลวที่ผสมกับอสุจิเป็นน้ำอสุจิ ท่อปัสสาวะผ่านกลางต่อมนี้ เมื่อต่อมโตหรือมีก้อนจึงกระทบการปัสสาวะได้

ตัวเลขล่าสุดที่อ้างอิงได้มีสองชุด

  • GLOBOCAN 2024 ขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง (IARC) ซึ่งเผยแพร่ในปี 2026 ประมาณการว่าไทยมีผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากรายใหม่ 6,894 ราย คิดเป็น 7.9% ของมะเร็งในผู้ชาย รองจากมะเร็งตับ (17,976 ราย) มะเร็งปอด (15,199 ราย) และมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก (11,269 ราย) มีผู้เสียชีวิต 3,133 ราย และมีผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยในช่วง 5 ปีที่ยังมีชีวิตอยู่ 25,890 คน
  • Cancer in Thailand Vol. XI ของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ซึ่งรวมทะเบียนมะเร็งระดับประชากร 16 แห่ง ประมาณการผู้ป่วยรายใหม่เฉลี่ยปีละ 4,701 ราย (ข้อมูลปี 2019–2021) อัตรามาตรฐานตามอายุ (ASR) 8.7 ต่อประชากรชาย 100,000 คน และระบุว่ามะเร็งต่อมลูกหมากเป็นหนึ่งในมะเร็งที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามการเข้าสู่สังคมสูงวัยและวิถีชีวิตสมัยใหม่

ตัวเลขสองชุดนี้ใช้วิธีประมาณการและปีข้อมูลต่างกัน จึงไม่ควรนำมาเทียบกันตรง ๆ

ใครเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่าคนอื่น

ปัจจัยเสี่ยงที่ชัดที่สุดคืออายุ ทะเบียนมะเร็งของสถาบันมะเร็งแห่งชาติแสดงอัตราผู้ป่วยรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นเร็วมากหลังอายุ 60 ปี

ช่วงอายุ ผู้ป่วยรายใหม่ต่อประชากรชาย 100,000 คนต่อปี
45–49 ปี 0.9
50–54 ปี 2.8
55–59 ปี 8.9
60–64 ปี 32.9
65–69 ปี 63.4
70–74 ปี 103.5
75 ปีขึ้นไป 141.4
กราฟแท่งอัตราผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากรายใหม่ของชายไทยตามช่วงอายุ: 0.9 ต่อแสนคนที่อายุ 45–49 ปี 2.8 ที่ 50–54 ปี 8.9 ที่ 55–59 ปี 32.9 ที่ 60–64 ปี 63.4 ที่ 65–69 ปี 103.5 ที่ 70–74 ปี และ 141.4 ที่อายุ 75 ปีขึ้นไป
อัตราผู้ป่วยรายใหม่ของชายไทยเพิ่มจากไม่ถึง 1 ต่อแสนคนในวัย 45–49 ปี เป็น 141.4 ต่อแสนคนเมื่ออายุ 75 ปีขึ้นไป ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: สถาบันมะเร็งแห่งชาติ)

ปัจจัยอื่นที่ NHS และคณะทำงานบริการป้องกันโรคของสหรัฐ (USPSTF) ระบุตรงกัน คือ มีประวัติมะเร็งต่อมลูกหมากในครอบครัว และมีเชื้อสายแอฟริกัน ส่วนผู้ที่มีญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ หรือมะเร็งตับอ่อน โดยเฉพาะเมื่ออายุน้อย อาจมียีน BRCA2 กลายพันธุ์ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงด้วย

แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่ายังไม่มีคำแนะนำเฉพาะเรื่องอาหารหรือวิธีป้องกันโรคนี้ และยากลุ่ม 5-alpha reductase inhibitor ซีลีเนียม หรือวิตามินอี ไม่ได้รับการรับรองให้ใช้ป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก

อาการของมะเร็งต่อมลูกหมากที่ควรสังเกต

ระยะแรกมักไม่มีอาการ NHS อธิบายว่ามะเร็งชนิดนี้มักเริ่มที่ส่วนนอกของต่อม จึงยังไม่กดท่อปัสสาวะจนกว่าก้อนจะโตหรือลุกลาม เมื่อถึงตอนนั้นอาจมีอาการต่อไปนี้

  • ปัสสาวะลำบาก ต้องเบ่ง สายปัสสาวะอ่อน หรือไหลเป็นช่วง ๆ
  • ปวดปัสสาวะบ่อยหรือรีบด่วน รู้สึกปัสสาวะไม่สุด หรือต้องตื่นมาปัสสาวะกลางคืน
  • ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มีเลือดปนในปัสสาวะหรือในน้ำอสุจิ
  • ปวดหลังส่วนล่างและน้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งอาจเป็นอาการของระยะลุกลาม
แผนภาพของ Cancer Research UK แสดงก้อนมะเร็งในต่อมลูกหมากที่โตจนกดท่อปัสสาวะซึ่งผ่านกลางต่อม ใต้กระเพาะปัสสาวะ
เมื่อก้อนมะเร็งโตจนกดท่อปัสสาวะที่ผ่านกลางต่อมลูกหมาก จึงเริ่มมีอาการทางปัสสาวะ ภาพ: Cancer Research UK / Wikimedia Commons (CC BY-SA 4.0)

อาการทางปัสสาวะเหล่านี้เกิดจากภาวะต่อมลูกหมากโต (benign prostatic hyperplasia) ได้เช่นกัน ซึ่ง NHS ระบุว่าเป็นภาวะที่พบบ่อยมากและไม่ใช่มะเร็ง การมีอาการจึงไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป แต่ไม่ควรปล่อยไว้จนชิน

PSA คืออะไร ตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมากได้แค่ไหน

PSA (prostate-specific antigen) คือโปรตีนที่ต่อมลูกหมากสร้างขึ้น ตรวจได้จากเลือด ค่าที่สูงอาจเกิดจากมะเร็ง แต่ก็เกิดจากต่อมลูกหมากโตหรือต่อมลูกหมากอักเสบได้ ผู้ชายบางคนที่ไม่ได้เป็นมะเร็งจึงอาจได้ผลบวกลวง NHS ระบุชัดว่าการตรวจ PSA บอกไม่ได้ว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ บอกได้เพียงว่าต่อมลูกหมากอาจมีปัญหา

แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติให้การคัดกรองประกอบด้วยการตรวจ PSA ร่วมกับการตรวจทางทวารหนัก (digital rectal examination) เสมอ ถ้า PSA มากกว่า 4 ng/mL หรือตรวจทางทวารหนักพบสิ่งผิดปกติ แพทย์จะแนะนำให้ตัดชิ้นเนื้อตรวจ แต่ถ้า PSA สูงโดยคลำต่อมได้ปกติ ให้พิจารณาตรวจซ้ำในอีก 4–6 สัปดาห์ ระหว่างนั้นงดหัตถการที่กระทบต่อมลูกหมาก ตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีการอักเสบของทางเดินปัสสาวะ และงดหลั่งน้ำอสุจิ 24 ชั่วโมงก่อนตรวจ

แนวทางของ European Association of Urology (EAU) ฉบับปี 2026 ให้ผู้ชายที่ไม่มีอาการและมีค่า PSA 3–10 ng/mL ตรวจซ้ำก่อน และเมื่อค่าอยู่ระหว่าง 3–20 ng/mL ให้ใช้ MRI ต่อมลูกหมาก แบบประเมินความเสี่ยง หรือตัวบ่งชี้ทางชีวภาพเพิ่มเติม ประกอบการตัดสินว่าควรตัดชิ้นเนื้อหรือไม่

งานวิจัยล่าสุดบอกอะไรเรื่องประโยชน์และโทษของการตรวจ PSA

บทความสรุปงานทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบของ Cochrane ฉบับปรับปรุงจากปี 2013 ตีพิมพ์ออนไลน์ในวารสาร BJU International เมื่อ 1 ตุลาคม 2026 รวมการทดลองแบบสุ่ม 6 การทดลอง ผู้เข้าร่วม 789,086 คน ติดตามผล 3.2–23 ปี ผลหลักมีดังนี้

  • การคัดกรองน่าจะลดการเสียชีวิตจากมะเร็งต่อมลูกหมาก (risk ratio 0.87 ความเชื่อมั่นระดับปานกลาง) ถ้าเดิมมีผู้เสียชีวิต 16 รายต่อ 1,000 คน จะลดลงราว 2 ราย
  • ผลต่อการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุอาจลดลงเล็กน้อย แต่ช่วงความเชื่อมั่นครอบคลุมโอกาสที่แทบไม่ต่างกัน (ความเชื่อมั่นต่ำ)
  • การคัดกรองแบบใหม่ที่ใช้ PSA ร่วมกับการตรวจเลือดกลุ่ม kallikrein และ MRI (การทดลอง ProScreen ติดตามผล 3.2 ปี) ยังไม่มีข้อมูลการเสียชีวิตที่สรุปได้

ข้อมูลหลักมาจากการทดลอง ERSPC ในยุโรป ซึ่งรายงานผลติดตาม 23 ปีในวารสาร NEJM เมื่อ 30 ตุลาคม 2025 กับผู้ชายอายุ 55–69 ปี 162,236 คน พบว่ากลุ่มที่ได้รับเชิญให้คัดกรองเสียชีวิตจากมะเร็งต่อมลูกหมากน้อยกว่า 13% ต้องเชิญผู้ชาย 456 คนมาคัดกรองจึงป้องกันการเสียชีวิตได้ 1 ราย และกลุ่มคัดกรองถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งมากกว่ากลุ่มควบคุม 30%

ภาพสรุปผลการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย PSA: ลดการเสียชีวิตจากมะเร็งต่อมลูกหมากราว 2 รายต่อผู้ชาย 1,000 คน การเสียชีวิตลดลง 13% ต้องเชิญ 456 คนเพื่อป้องกันการเสียชีวิต 1 ราย และการวินิจฉัยมะเร็งเพิ่มขึ้น 30%
ประโยชน์ของการคัดกรองวัดเป็นจำนวนการเสียชีวิตที่ลดลงไม่กี่รายต่อพันคน ขณะที่จำนวนผู้ถูกวินิจฉัยเพิ่มขึ้นชัดเจน ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: Cochrane / BJU International และ NEJM)

ตัวเลขสุดท้ายสะท้อนโทษที่ USPSTF ระบุไว้ ได้แก่ ผลบวกลวงที่นำไปสู่การตรวจเพิ่มและการตัดชิ้นเนื้อ การวินิจฉัยและการรักษามะเร็งที่อาจไม่ก่อปัญหาตลอดชีวิต และผลข้างเคียงจากการรักษา เช่น กลั้นปัสสาวะไม่อยู่และภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ

เทียบแนวทางตรวจ PSA ของไทย ยุโรป สหรัฐ และอังกฤษ

ไม่มีแนวทางใดในตารางนี้ที่แนะนำให้ตรวจ PSA ผู้ชายทุกคนแบบเหมารวม ที่ต่างกันคืออายุเริ่มต้น กลุ่มที่ถือว่าเสี่ยงสูง และเวลาที่ควรหยุด

แนวทาง (ปี) อายุที่เสนอให้ตรวจ กลุ่มเสี่ยงสูง ความถี่และเมื่อไรหยุด
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ (ต.ค. 2560) มากกว่า 50 ปี หลังแพทย์อธิบายประโยชน์และความเสี่ยง มากกว่า 45 ปีและมีประวัติครอบครัว หยุดเมื่อคาดว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อน้อยกว่า 10 ปี
EAU (2026) ตั้งแต่ 50 ปี สำหรับผู้ที่ได้ข้อมูลครบ 45 ปีถ้าญาติเป็นก่อนอายุ 60 หรือมีเชื้อสายแอฟริกัน, 40 ปีถ้ามี BRCA2 กลายพันธุ์ ทุก 2 ปีถ้า PSA เกิน 1 ng/mL ตอนอายุ 40 หรือเกิน 2 ng/mL ตอนอายุ 60 ที่เหลือเว้นได้ถึง 8 ปี
USPSTF (2018 กำลังปรับปรุง) 55–69 ปี ตัดสินใจเป็นรายคน (เกรด C) ให้พิจารณาประวัติครอบครัวและเชื้อชาติประกอบ ไม่แนะนำตั้งแต่อายุ 70 ปี (เกรด D)
UK NSC (ทบทวน มี.ค. 2026) ไม่แนะนำคัดกรองทั้งประชากร 45–61 ปีที่มี BRCA2 กลายพันธุ์และมีประวัติครอบครัว ตรวจ PSA ทุก 2 ปี

EAU ยังระบุว่าผู้ที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อน้อยกว่า 15 ปีไม่น่าได้ประโยชน์จากการตรวจหาเร็ว ส่วนแนวทางไทยใช้เกณฑ์ 10 ปี

ทำไมอังกฤษเลือกคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากเฉพาะกลุ่ม BRCA2

คณะกรรมการคัดกรองแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (UK NSC) ทบทวนหลักฐานรอบปี 2025–2026 แล้วสรุปว่าการคัดกรองทั้งประชากร และการคัดกรองผู้ที่มีประวัติครอบครัวแต่ไม่มียีน BRCA2 กลายพันธุ์ น่าจะก่อโทษมากกว่าประโยชน์ โทษหลักคือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่และภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศในผู้ที่ไม่จำเป็นต้องรักษา

หน้าคำแนะนำของ UK NSC ระบุว่าไม่แนะนำคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากทั้งประชากร แต่แนะนำตรวจ PSA ทุก 2 ปีในชายอายุ 45–61 ปีที่มียีน BRCA2 กลายพันธุ์และมีประวัติครอบครัว
หน้าคำแนะนำของ UK NSC ฉบับทบทวนเดือนมีนาคม 2026 ที่แนะนำการตรวจ PSA เฉพาะกลุ่มผู้มียีน BRCA2 กลายพันธุ์ ภาพ: UK National Screening Committee (ภาพหน้าจอ, Open Government Licence v3.0)

คณะกรรมการจึงแนะนำโครงการตรวจ PSA ทุก 2 ปีเฉพาะผู้ชายอายุ 45–61 ปีที่มียีน BRCA2 กลายพันธุ์และมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม รังไข่ ตับอ่อน หรือต่อมลูกหมาก ส่วนผู้ชายผิวดำยังมีความไม่แน่นอนว่าการคัดกรองให้ประโยชน์มากกว่าโทษหรือไม่ คณะกรรมการจะทำงานร่วมกับนักวิจัยในสหราชอาณาจักร รวมถึงการทดลอง TRANSFORM เพื่อตอบคำถามนี้ การทบทวนครั้งถัดไปคาดว่าจะเสร็จในปี 2029–2030

ทุกวันนี้ NHS ยังไม่ตรวจ PSA เป็นประจำให้ผู้ชายที่ไม่มีอาการ ยกเว้นผู้ที่ตรวจพบยีน BRCA2 แต่ผู้ชายทุกคนขอปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจ PSA ได้

ตัดสินใจตรวจ PSA ร่วมกับแพทย์อย่างไร

USPSTF ให้ผู้ชายอายุ 55–69 ปีได้คุยกับแพทย์เรื่องประโยชน์และโทษก่อน แล้วนำค่านิยมและความต้องการของตัวเองมาประกอบการตัดสินใจ และไม่ควรตรวจในผู้ที่ไม่ได้แสดงความต้องการ แนวทางไทยก็ให้แพทย์อธิบายประโยชน์และความเสี่ยงเป็นรายคนก่อนตรวจ คำถามที่ช่วยให้คุยได้ตรงประเด็น เช่น

  1. ความเสี่ยงของเราสูงกว่าคนทั่วไปไหม เมื่อดูจากอายุ ประวัติครอบครัว และยีน BRCA2
  2. ถ้าผล PSA สูง ขั้นต่อไปคืออะไร ต้องตรวจซ้ำ ทำ MRI หรือตัดชิ้นเนื้อ และแต่ละขั้นมีผลข้างเคียงอะไร
  3. ถ้าพบมะเร็งระยะต้นที่โตช้า มีทางเลือกเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด (active surveillance) แทนการผ่าตัดหรือฉายรังสีทันทีหรือไม่ แผนภูมิการรักษาในแนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติมีทางเลือกนี้สำหรับกลุ่มความเสี่ยงต่ำ
  4. ควรตรวจซ้ำทุกกี่ปี และควรหยุดตรวจเมื่อไร

ก่อนตรวจ NHS แนะนำให้งดหลั่งน้ำอสุจิ งดออกกำลังกายหนัก และงดปั่นจักรยาน 48 ชั่วโมง ถ้ามีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะให้รอ 4–6 สัปดาห์หลังหายก่อน เพราะทำให้ค่า PSA สูงผิดจริงได้

สิทธิบัตรทองครอบคลุมอะไรบ้าง

สปสช. ระบุว่าบริการตรวจคัดกรองและวัคซีนในชุด "สิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค" ใช้ได้กับคนไทยทุกคนทุกสิทธิการรักษา ตรวจสอบสิทธิได้ในแอปพลิเคชันเป๋าตัง เมนูกระเป๋าสุขภาพ แต่รายการบริการของผู้ใหญ่อายุ 25–59 ปีและผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ สปสช. เผยแพร่ ซึ่งรวมการตรวจอุจจาระคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ (50–70 ปี) และการคัดกรองมะเร็งช่องปาก ไม่มีการตรวจ PSA คัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก

สำหรับผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง หน้าสิทธิประโยชน์โรคมะเร็งของ สปสช. ระบุว่าครอบคลุมการรักษา ได้แก่ รังสีรักษา เคมีบำบัด การผ่าตัด และการรักษาแบบประคับประคอง รวมถึงยาราคาแพงและบริการการแพทย์ขั้นสูง ตั้งแต่ปี 2567 มีการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์สำหรับผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมาก การใช้สิทธิเริ่มที่หน่วยบริการที่ลงทะเบียนไว้ ถ้าเกินศักยภาพจะถูกส่งต่อ สอบถามได้ที่สายด่วน สปสช. 1330

ผู้ใช้สิทธิประกันสังคมหรือสวัสดิการข้าราชการที่อยากรู้ว่าการตรวจ PSA อยู่ในสิทธิของตนหรือไม่ ควรสอบถามหน่วยงานเจ้าของสิทธิหรือโรงพยาบาลตามสิทธิโดยตรง

ผลต่อองค์กรและฝ่ายบุคคล

ถ้าแพ็กเกจตรวจสุขภาพประจำปีขององค์กรใส่การตรวจ PSA ให้ผู้ชายทุกคนโดยอัตโนมัติ ควรรู้ว่าทั้งแนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ EAU และ USPSTF ให้การตรวจ PSA เป็นการตัดสินใจหลังได้ข้อมูลประโยชน์และโทษ ในมุมของเรา ฝ่ายบุคคลควรให้พนักงานเลือกตรวจ PSA ได้พร้อมเอกสารอธิบายสั้น ๆ แทนการตรวจทุกคนโดยไม่ได้บอกก่อน และควรเปิดให้ลาไปพบแพทย์เมื่อมีอาการทางปัสสาวะได้ง่าย เพราะกลุ่มอายุ 50–60 ปีซึ่งความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากเริ่มสูงขึ้นยังอยู่ในวัยทำงาน

เมื่อไรควรพบแพทย์

  • มีอาการทางปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะลำบาก สายปัสสาวะอ่อน ปัสสาวะบ่อยหรือต้องตื่นกลางคืน
  • มีเลือดปนในปัสสาวะหรือน้ำอสุจิ หรือมีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่เพิ่งเกิด
  • ปวดหลังส่วนล่างร่วมกับน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • รู้ว่าตัวเองมียีน BRCA2 กลายพันธุ์ NHS แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ตั้งแต่อายุ 40 ปี
  • มีประวัติมะเร็งต่อมลูกหมากในครอบครัว หรือมีญาติใกล้ชิดเป็นมะเร็งเต้านม รังไข่ หรือตับอ่อน และอยากประเมินความเสี่ยงของตัวเอง

สิ่งที่ควรทำ

  1. รู้ความเสี่ยงของตัวเอง ถามประวัติมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งเต้านม รังไข่ และตับอ่อนในครอบครัว
  2. คุยกับแพทย์ก่อนตรวจ PSA เมื่ออายุมากกว่า 50 ปี หรือมากกว่า 45 ปีถ้ามีประวัติครอบครัว ตามแนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ใช้คำถามสี่ข้อข้างบนช่วยตัดสินใจ
  3. เตรียมตัวก่อนเจาะเลือด งดหลั่งน้ำอสุจิ ออกกำลังกายหนัก และปั่นจักรยาน 48 ชั่วโมงก่อนตรวจตามคำแนะนำของ NHS และแจ้งแพทย์ถ้าเพิ่งติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  4. อย่ารอให้อาการหนัก อาการทางปัสสาวะที่เปลี่ยนไปหรือแย่ลงควรได้รับการตรวจ แม้อาจไม่ใช่มะเร็ง
  5. เช็กสิทธิของตัวเอง ผ่านแอปเป๋าตังหรือสายด่วน สปสช. 1330 ก่อนเข้ารับบริการ

ติดตามความรู้สุขภาพผู้ชายเรื่องอื่น ๆ ได้ที่หมวด สุขภาพผู้ชาย ส่วนผู้ที่มีญาติเป็นมะเร็งเต้านมอ่านแนวทางตรวจคัดกรองได้ที่ มะเร็งเต้านม: ตรวจคัดกรองอย่างไร เริ่มอายุเท่าไร

คำถามที่พบบ่อย

มะเร็งต่อมลูกหมากควรเริ่มตรวจ PSA ตอนอายุเท่าไร?

แนวทางของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (ตุลาคม 2560) เสนอการตรวจ PSA ครั้งแรกให้ชายอายุมากกว่า 50 ปี หรือมากกว่า 45 ปีถ้ามีประวัติมะเร็งต่อมลูกหมากในครอบครัว โดยแพทย์ต้องอธิบายประโยชน์และความเสี่ยงก่อน ส่วนแนวทาง EAU 2026 เริ่มที่ 50 ปี และ 40 ปีสำหรับผู้มียีน BRCA2 กลายพันธุ์

ค่า PSA สูงแปลว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากหรือไม่?

ไม่เสมอไป ค่า PSA สูงอาจเกิดจากมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่ก็อาจเกิดจากต่อมลูกหมากโตหรือต่อมลูกหมากอักเสบได้ด้วย NHS ระบุว่าการตรวจ PSA บอกไม่ได้ว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ แพทย์มักให้ตรวจซ้ำก่อน แล้วจึงพิจารณาตรวจ MRI หรือตัดชิ้นเนื้อเพื่อวินิจฉัย

บัตรทองตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากฟรีหรือไม่?

รายการบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่ สปสช. เผยแพร่สำหรับผู้ใหญ่อายุ 25–59 ปีและผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปไม่มีการตรวจ PSA คัดกรอง แต่ผู้ป่วยมะเร็งสิทธิบัตรทองได้รับการรักษา เช่น ผ่าตัด ฉายรังสี เคมีบำบัด และตั้งแต่ปี 2567 มีการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์สำหรับมะเร็งต่อมลูกหมาก

อาการของมะเร็งต่อมลูกหมากแบบไหนควรไปพบแพทย์?

ควรพบแพทย์เมื่อปัสสาวะลำบาก ต้องเบ่ง สายปัสสาวะอ่อน ปัสสาวะบ่อยหรือตื่นมาปัสสาวะกลางคืน มีเลือดปนในปัสสาวะหรือน้ำอสุจิ หรือปวดหลังส่วนล่างร่วมกับน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อาการเหล่านี้อาจเกิดจากต่อมลูกหมากโตซึ่งไม่ใช่มะเร็งก็ได้ แต่ควรให้แพทย์ตรวจ

การตรวจ PSA ลดการเสียชีวิตจากมะเร็งต่อมลูกหมากได้จริงไหม?

งานทบทวน Cochrane ที่ตีพิมพ์เมื่อ 1 ตุลาคม 2026 สรุปด้วยความเชื่อมั่นระดับปานกลางว่าการคัดกรองด้วย PSA น่าจะลดการเสียชีวิตจากมะเร็งต่อมลูกหมากราว 2 รายต่อผู้ชาย 1,000 คน แต่ผลต่อการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุยังไม่ชัด และการคัดกรองทำให้พบมะเร็งที่อาจไม่จำเป็นต้องรักษาเพิ่มขึ้น

แหล่งอ้างอิง

  1. The PSA test for prostate cancer screening: an abridged Cochrane review (BJU International, 2026) — PubMed / BJU International
  2. แนวทางการตรวจคัดกรอง วินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก — สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์
  3. Cancer in Thailand Vol. XI, 2019–2021 — สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์
  4. Prostate cancer — UK NSC screening recommendation — UK National Screening Committee
  5. EAU Guidelines on Prostate Cancer: Diagnostic Evaluation — European Association of Urology
  6. สิทธิสุขภาพดีป้องกันโรค — สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ