ข้ามไปยังเนื้อหา
Healthอธิบาย

ผู้ชายไทยสูบบุหรี่ 33.5% ดื่มแอลกอฮอล์ 55.7%: บุหรี่ไฟฟ้า ผลต่อสุขภาพ และช่องทางเลิก

ผู้ชายไทยสูบบุหรี่ 33.5% และดื่มแอลกอฮอล์ 55.7% ตามผลสำรวจ สสช. ปี 2567 บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายแต่มีผู้ใช้ราว 9 แสนคน สรุปผลต่อสุขภาพและช่องทางเลิก 1600 และ 1413

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 10 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพข้อมูลของ CDC แสดงสารในละอองบุหรี่ไฟฟ้า ได้แก่ นิโคติน สารอินทรีย์ระเหยง่าย สารแต่งกลิ่น อนุภาคขนาดเล็กมาก สารก่อมะเร็ง และโลหะหนัก เช่น นิกเกิล ดีบุก และตะกั่ว
ภาพ: Centers for Disease Control and Prevention / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • การสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ปี 2567 พบผู้ชายไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปสูบบุหรี่ 33.5% หรือ 9.46 ล้านคน เทียบกับผู้หญิง 1.0% และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในรอบ 12 เดือน 55.7% เทียบกับผู้หญิง 16.7%
  • ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบันมี 900,459 คน เป็นผู้ชาย 842,652 คน หรือ 93.6% และกลุ่มอายุ 20–24 ปีใช้บุหรี่ไฟฟ้าในสัดส่วนสูงสุดที่ 3.8% ของคนวัยเดียวกัน
  • รัฐบาลย้ำเมื่อ 13 สิงหาคม 2026 ว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมาย ผู้ขายมีโทษตามคำสั่งที่ 24/2567 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท
  • กรมควบคุมโรคระบุเมื่อ 12 มิถุนายน 2026 ว่าผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นประจำมีโอกาสเกิดปัญหาสมรรถภาพทางเพศมากกว่าผู้ไม่ใช้ 2 เท่า และแนะนำสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 ซึ่งโทรฟรี
  • องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าแอลกอฮอล์ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2.6 ล้านคน ในปี 2019 เป็นผู้ชาย 2 ล้านคน ส่วน สสส. แนะนำสายด่วนเลิกเหล้า 1413

ผู้ชายไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปสูบบุหรี่ 33.5% หรือ 9.46 ล้านคน เทียบกับผู้หญิงเพียง 1.0% และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในรอบ 12 เดือน 55.7% ตามการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ปี 2567 (ค.ศ. 2024) ซึ่งเป็นชุดข้อมูลล่าสุด ขณะที่บุหรี่ไฟฟ้าซึ่งขายในไทยไม่ได้ตามกฎหมาย มีผู้ใช้ในปัจจุบันราว 9 แสนคน และ 93.6% เป็นผู้ชาย

ตัวเลขชุดนี้มาจาก "การสำรวจสถานการณ์การสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ของประชากร พ.ศ. 2567" ที่ สสช. เก็บข้อมูลระหว่างตุลาคมถึงธันวาคม 2024 และเผยแพร่รายงานฉบับสมบูรณ์เมื่อ 1 เมษายน 2025 (ตัวเลขปีของข้อมูลสำรวจในบทความนี้ใช้ พ.ศ. ตามรายงานของ สสช.) บทความนี้สรุปว่าผู้ชายกลุ่มไหนเสี่ยงที่สุด กฎหมายว่าอย่างไรเรื่องบุหรี่ไฟฟ้า ผลต่อร่างกายตามองค์การอนามัยโลก (WHO) และกรมควบคุมโรค และช่องทางขอความช่วยเหลือเมื่ออยากเลิก

ผู้ชายไทยสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์มากแค่ไหน

ภาพรวมของประเทศเดินสองทาง สสช. รายงานว่าอัตราการสูบบุหรี่ของคนอายุ 15 ปีขึ้นไปลดลงจาก 21.2% (10.8 ล้านคน) ในปี 2550 (ค.ศ. 2007) เหลือ 16.5% (9.8 ล้านคน) ในปี 2567 แต่อัตราการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กลับเพิ่มจาก 28.4% (15.9 ล้านคน) ในปี 2560 (ค.ศ. 2017) เป็น 35.2% (20.9 ล้านคน) ในปี 2567 เมื่อแยกตามเพศ ผู้ชายเป็นกลุ่มหลักของทั้งสองพฤติกรรม

ตัวชี้วัด สสช. ปี 2567 (อายุ 15 ปีขึ้นไป) ผู้ชาย ผู้หญิง
อัตราการสูบบุหรี่ 33.5% (9.46 ล้านคน) 1.0% (3.1 แสนคน)
สูบบุหรี่ทุกวัน 7.88 ล้านคน 2.5 แสนคน
ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบัน 842,652 คน 57,807 คน
อัตราการดื่มแอลกอฮอล์ในรอบ 12 เดือน 55.7% (15.72 ล้านคน) 16.7% (5.18 ล้านคน)
ดื่มสม่ำเสมอ (ดื่มทุกสัปดาห์ขึ้นไป) 7.43 ล้านคน 8.6 แสนคน
อายุเฉลี่ยที่เริ่มสูบบุหรี่ครั้งแรก 18.4 ปี 20.5 ปี
อายุเฉลี่ยที่เริ่มดื่มครั้งแรก 19.1 ปี สูงกว่าผู้ชาย

สสช. ระบุว่าผู้ชายดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอัตราสูงกว่าผู้หญิง 3.3 เท่า ส่วนการสูบบุหรี่ ผู้สูบเกือบทั้งหมดเป็นผู้ชาย ผู้ชายยังเริ่มสูบและเริ่มดื่มเร็วกว่าผู้หญิง ข้อจำกัดคือรายงานแยกข้อมูลตามเพศและตามอายุไว้คนละตาราง จึงยังไม่มีตัวเลขทางการที่แยกเป็นผู้ชายในแต่ละช่วงอายุ

กราฟแท่งเปรียบเทียบอัตราการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ของคนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป ปี 2567: ผู้ชายสูบบุหรี่ 33.5% ผู้หญิง 1.0% ผู้ชายดื่มแอลกอฮอล์ 55.7% ผู้หญิง 16.7%
กราฟเปรียบเทียบอัตราการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์ของผู้ชายกับผู้หญิงไทย ปี 2567 ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: สำนักงานสถิติแห่งชาติ)

สูบบุหรี่และดื่มมากที่สุดในวัยทำงาน

ข้อมูลตามกลุ่มอายุของ สสช. (รวมทั้งสองเพศ) ชี้ว่าวัยทำงานเป็นกลุ่มที่สูบและดื่มมากที่สุด ซึ่งตรงกับกลุ่มที่องค์กรและฝ่ายบุคคลดูแลอยู่

กลุ่มอายุ อัตราการสูบบุหรี่ อัตราการดื่มแอลกอฮอล์ในรอบ 12 เดือน
15–19 ปี 5.3% 9.6%
20–24 ปี 16.2% 37.8%
25–44 ปี 20.1% 46.9%
45–59 ปี 19.7% 41.9%
60 ปีขึ้นไป 11.3% 18.3%

ในเชิงพื้นที่ ภาคใต้มีอัตราการสูบบุหรี่สูงสุดที่ 22.2% ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการดื่มสูงสุดที่ 43.4% จังหวัดที่อัตราการดื่มสูงสุด 5 อันดับแรกคือ ขอนแก่น ลำปาง มหาสารคาม เชียงราย และพะเยา สสช. ตั้งข้อสังเกตว่าการดื่มที่เพิ่มขึ้นอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจ และกลยุทธ์การตลาดของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

บุหรี่ไฟฟ้าในผู้ชายวัยหนุ่ม: ตัวเลขจาก สสช.

ตารางของ สสช. ปี 2567 นับผู้ที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบันได้ 900,459 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ชาย 842,652 คน หรือ 93.6% เมื่อนับรวมผู้ที่เคยสูบในอดีตด้วย มีผู้เคยใช้บุหรี่ไฟฟ้า 995,447 คน แม้บุหรี่ไฟฟ้าจะเป็นเพียง 1.5% ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป แต่กระจุกตัวในคนอายุน้อยกว่าบุหรี่ชนิดอื่นชัดเจน

กลุ่มอายุ ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบัน สัดส่วนของผู้ใช้ทั้งหมด สัดส่วนของคนในกลุ่มอายุนั้น
15–19 ปี 63,879 คน 7.1% 1.5%
20–24 ปี 187,746 คน 20.9% 3.8%
25–44 ปี 542,768 คน 60.3% 2.7%
45–59 ปี 95,180 คน 10.6% 0.6%
60 ปีขึ้นไป 10,886 คน 1.2% 0.1%

สองคอลัมน์ขวาคำนวณจากตารางที่ 6 และตารางที่ 3.2 ของรายงาน สสช. ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้า 88% อายุไม่เกิน 44 ปี เทียบกับผู้สูบบุหรี่ที่ผลิตจากโรงงานซึ่งอายุไม่เกิน 44 ปีราว 55% และกลุ่มอายุ 20–24 ปีใช้ในสัดส่วนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับคนวัยเดียวกัน เมื่อรวมกับข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ใช้เกือบทั้งหมดเป็นผู้ชาย ภาพที่ได้คือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นปัญหาของผู้ชายวัยหนุ่มและวัยทำงานตอนต้นเป็นหลัก

กราฟแท่งจำนวนผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบันของไทยปี 2567 แยกตามอายุ: 15–19 ปี 63,879 คน, 20–24 ปี 187,746 คน, 25–44 ปี 542,768 คน, 45–59 ปี 95,180 คน และ 60 ปีขึ้นไป 10,886 คน
กราฟจำนวนผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบันแยกตามกลุ่มอายุ จากการสำรวจของ สสช. ปี 2567 ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: สำนักงานสถิติแห่งชาติ)

บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายในไทยหรือไม่

ผิดกฎหมาย เว็บไซต์รัฐบาลไทยรายงานเมื่อ 13 สิงหาคม 2026 ว่ารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ย้ำว่า "บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย ห้ามขายเด็ดขาด" ผู้ขายมีความผิดตามคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการที่ 24/2567 ซึ่งห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขาย หรือให้บริการบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า และน้ำยาสำหรับเติม โทษตามมาตรา 56/4 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 คือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และเปรียบเทียบปรับเพื่อยุติคดีไม่ได้

ก่อนหน้านั้น เมื่อ 29 มิถุนายน 2026 รัฐบาลประกาศแนวทางปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า 3 ข้อ คือปกป้องเด็กและเยาวชน บังคับใช้กฎหมายกับผู้ลักลอบนำเข้าและเครือข่ายโดยไม่มีข้อยกเว้น และปราบปรามการขายออนไลน์ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมนำร่องโครงการสถานศึกษาปลอดบุหรี่ไฟฟ้าใน 9 จังหวัด ผู้พบการขายหรือโฆษณาแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือศูนย์ป้องกันปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน 1599

บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าทำอะไรกับร่างกาย

เอกสารข้อเท็จจริงเรื่องยาสูบของ WHO ฉบับปรับปรุง 26 มิถุนายน 2026 ระบุว่ายาสูบทำลายเกือบทุกอวัยวะ เป็นสาเหตุของมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคปอด ภาวะเจริญพันธุ์ลดลง ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และการเสียชีวิตก่อนวัย ยาสูบทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 7 ล้านคนต่อปี รวมผู้ไม่สูบที่ได้รับควันบุหรี่มือสองมากกว่า 1.6 ล้านคน ยาสูบทุกรูปแบบเป็นอันตรายและไม่มีระดับที่ปลอดภัย และ WHO ระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายต่อสุขภาพและไม่ปลอดภัย

กรมควบคุมโรคเพิ่มข้อมูลที่เกี่ยวกับผู้ชายโดยตรง

  • สมรรถภาพทางเพศ วันที่ 12 มิถุนายน 2026 กรมควบคุมโรคอ้างผลการศึกษาว่าผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นประจำมีโอกาสเกิดปัญหาสมรรถภาพทางเพศ (erectile dysfunction) มากกว่าผู้ไม่ใช้ 2 เท่า แม้ไม่มีโรคประจำตัวอื่น เพราะนิโคตินทำให้หลอดเลือดหดตัว หลอดเลือดเสื่อมเร็วขึ้น และเกิดการอักเสบ
  • ระบบสำคัญของร่างกาย นิโคตินและสารเคมีในบุหรี่ไฟฟ้ากระทบระบบทางเดินหายใจ หัวใจและหลอดเลือด และระบบประสาท และนิโคตินเป็นสารเสพติด
  • น้ำยาปลอมปน วันที่ 26 สิงหาคม 2026 กรมควบคุมโรคเตือน หลังกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจพบน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าบางตัวอย่างผสมเมทแอมเฟตามีน และเอโทมิเดตซึ่งเป็นยานำสลบ เสี่ยงหมดสติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ และหัวใจวายเฉียบพลัน
ข่าวประชาสัมพันธ์กรมควบคุมโรค 12 มิถุนายน 2569 ระบุผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นประจำมีโอกาสเกิดปัญหาสมรรถภาพทางเพศมากกว่าผู้ไม่ใช้ 2 เท่า และแนะนำสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 ฟรี
ข่าวประชาสัมพันธ์กรมควบคุมโรค 12 มิถุนายน 2026 เตือนว่าผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นประจำเสี่ยงปัญหาสมรรถภาพทางเพศ 2 เท่า และแนะนำสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 ภาพ: กรมควบคุมโรค (ภาพหน้าจอ)

แอลกอฮอล์ส่งผลต่อสุขภาพผู้ชายอย่างไร

เอกสารข้อเท็จจริงเรื่องแอลกอฮอล์ของ WHO (28 มิถุนายน 2024) ระบุว่าทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากแอลกอฮอล์ 2.6 ล้านคนในปี 2019 เป็นผู้ชาย 2 ล้านคนและผู้หญิง 6 แสนคน แอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของ 6.7% ของการเสียชีวิตทั้งหมดในผู้ชาย เทียบกับ 2.4% ในผู้หญิง และคนอายุ 20–39 ปีมีสัดส่วนการเสียชีวิตที่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์สูงสุดที่ 13% แอลกอฮอล์เป็นสารก่อมะเร็ง เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับ ศีรษะและลำคอ หลอดอาหาร ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และเต้านม WHO ระบุว่าการดื่มแม้ปริมาณน้อยก็มีความเสี่ยง แต่อันตรายส่วนใหญ่มาจากการดื่มหนัก

เลิกบุหรี่และลดแอลกอฮอล์ ขอความช่วยเหลือได้ที่ไหน

WHO ระบุว่าโดยเฉลี่ยในประเทศที่ทำการสำรวจ Global Adult Tobacco Survey ผู้สูบบุหรี่มากกว่า 60% ตั้งใจจะเลิก และการให้คำปรึกษาร่วมกับการใช้ยาช่วยเพิ่มโอกาสเลิกได้สำเร็จมากกว่า 2 เท่า ในไทยมีช่องทางที่ตรวจสอบได้จากหน่วยงานทางการดังนี้

ต้องการ ช่องทาง ที่มา
เลิกบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า สายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 โทรฟรี กรมควบคุมโรค และศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ
เลิกบุหรี่แบบพบเจ้าหน้าที่ สถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้าน กรมควบคุมโรค
เลิกเหล้า สายด่วนเลิกเหล้า 1413 สสส.
แจ้งเบาะแสการขายบุหรี่ไฟฟ้า สคบ. 1166, ตำรวจ 1599 หรือแอปพลิเคชันทางรัฐ เว็บไซต์รัฐบาลไทย, กรมควบคุมโรค

ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ ระบุว่าสายด่วน 1600 โทรฟรีทุกเครือข่าย นอกเวลาทำการฝากข้อความหรือเบอร์ให้โทรกลับได้ทาง SMS และมีระบบให้บุคลากรสุขภาพส่งต่อผู้ที่อยากเลิกเข้ารับคำปรึกษา

หน้าเว็บศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ ระบุว่าถ้าต้องการเลิกบุหรี่ โทร 1600 ฟรีทุกเครือข่าย พร้อมเวลาให้บริการ
หน้าเว็บศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ สายด่วน 1600 ภาพ: ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ (ภาพหน้าจอ)

เมื่อไรควรพบแพทย์

  • อยากเลิกบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าแต่เลิกเองไม่สำเร็จ ปรึกษาสถานพยาบาลใกล้บ้านหรือโทร 1600 เพราะ WHO ระบุว่าคำปรึกษาร่วมกับยาเพิ่มโอกาสเลิกได้มากกว่า 2 เท่า ควรใช้ยาช่วยเลิกตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
  • ดื่มหนักเป็นประจำและตั้งใจจะหยุด MedlinePlus ของหอสมุดแพทยศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ (NIH) อธิบายว่าคนที่ดื่มมากเป็นประจำแล้วหยุดทันทีอาจเกิดอาการถอนแอลกอฮอล์ ภายใน 8 ชั่วโมงหลังดื่มแก้วสุดท้าย อาการหนักสุดช่วง 24–72 ชั่วโมง ได้แก่ มือสั่น เหงื่อออก ใจเต้นเร็ว นอนไม่หลับ คลื่นไส้ และภาวะรุนแรงที่อาจถึงชีวิต เช่น สับสนเฉียบพลัน เห็นภาพหลอน และชัก จึงควรวางแผนการหยุดดื่มกับแพทย์
  • มีอาการผิดปกติหลังสูบบุหรี่ไฟฟ้า เช่น ซึมผิดปกติ หายใจผิดปกติ หมดสติ หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งกรมควบคุมโรคเตือนว่าอาจเกิดจากน้ำยาที่ผสมสารเสพติด ให้รีบไปโรงพยาบาลหรือโทรแจ้งเหตุฉุกเฉิน 1669
  • มีปัญหาสมรรถภาพทางเพศ ควรปรึกษาแพทย์และแจ้งประวัติการสูบบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้า เพราะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่กรมควบคุมโรคระบุไว้

ผลต่อองค์กรและฝ่ายบุคคล

คนวัยทำงานอายุ 25–59 ปีมีอัตราการสูบบุหรี่และการดื่มสูงที่สุดในข้อมูลของ สสช. และผู้สูบเกือบทั้งหมดเป็นผู้ชาย สิ่งที่นายจ้างควรรู้และทำได้มีดังนี้

  • เขตปลอดบุหรี่เป็นข้อบังคับตามกฎหมาย กรมควบคุมโรคชี้แจงเมื่อ 11 สิงหาคม 2026 ว่าประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2561 กำหนดเขตปลอดบุหรี่ในสถานที่สาธารณะ สถานที่ทำงาน และยานพาหนะ การสูบในเขตปลอดบุหรี่ผิดมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ปรับไม่เกิน 5,000 บาท และเจ้าของสถานที่ที่ไม่ห้ามปรามก็ถูกปรับได้ ฝ่ายอาคารและฝ่ายบุคคลควรตรวจป้ายและจุดที่อนุญาตให้สูบให้ตรงตามประกาศ สอบถามข้อกฎหมายได้ที่ 0 2590 3852
  • นโยบายบุหรี่ไฟฟ้าในที่ทำงาน เมื่อการขายบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมาย องค์กรควรเขียนนโยบายให้ชัดว่าห้ามขาย ห้ามแจก และห้ามใช้ในพื้นที่ของบริษัท
  • ช่วยให้พนักงานเลิกได้จริง ติดเบอร์ 1600 และ 1413 ในพื้นที่ส่วนกลาง ให้เวลาพนักงานไปรับคำปรึกษาที่สถานพยาบาล และให้พยาบาลหรือบุคลากรสุขภาพประจำบริษัทใช้ระบบส่งต่อของศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ
  • ทบทวนวัฒนธรรมการดื่ม งานเลี้ยงและกิจกรรมของบริษัทควรมีเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์เป็นตัวเลือกหลัก และไม่ผูกการดื่มกับการเข้าสังคมหรือการขายงาน WHO ระบุว่าอุบัติเหตุทางถนนจากแอลกอฮอล์ทำให้มีผู้เสียชีวิต 298,000 คนในปี 2019 โดย 156,000 คนเสียชีวิตจากการดื่มของคนอื่น องค์กรที่มีพนักงานขับรถจึงควรมีมาตรการไม่ดื่มก่อนขับ

สิ่งที่ควรทำ

  1. สำรวจพฤติกรรมของตัวเองตามตัวเลขของ สสช. ถ้าสูบบุหรี่ ใช้บุหรี่ไฟฟ้า หรือดื่มเป็นประจำ ให้ตั้งวันเริ่มเลิกที่ชัดเจน
  2. โทรสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 หรือสายด่วนเลิกเหล้า 1413 หรือขอคำปรึกษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้าน แทนการพยายามเลิกคนเดียว
  3. ถ้าดื่มหนักทุกวัน อย่าหยุดดื่มทันทีเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาการถอนแอลกอฮอล์อาจรุนแรง
  4. อย่าเปลี่ยนจากบุหรี่ธรรมดาไปใช้บุหรี่ไฟฟ้าด้วยความเชื่อว่าปลอดภัยกว่า WHO ระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ปลอดภัย และการขายบุหรี่ไฟฟ้าในไทยผิดกฎหมาย
  5. ฝ่ายบุคคลตรวจเขตปลอดบุหรี่ในสำนักงานให้ตรงตามกฎหมาย และเขียนนโยบายบุหรี่ไฟฟ้าและแอลกอฮอล์ในที่ทำงานให้ชัด

บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์รายบุคคล ติดตามความรู้สุขภาพผู้ชายเพิ่มเติมได้ที่หมวดสุขภาพผู้ชาย

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ชายไทยสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์กี่เปอร์เซ็นต์?

การสำรวจสถานการณ์การสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบผู้ชายอายุ 15 ปีขึ้นไปสูบบุหรี่ 33.5% หรือ 9.46 ล้านคน และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในรอบ 12 เดือน 55.7% หรือ 15.72 ล้านคน ส่วนผู้หญิงสูบบุหรี่ 1.0% และดื่ม 16.7%

บุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายในประเทศไทยหรือไม่?

ผิดกฎหมาย รัฐบาลระบุเมื่อ 13 สิงหาคม 2026 ว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมายในไทย ผู้ขายมีความผิดตามคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการที่ 24/2567 ซึ่งห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขาย หรือให้บริการบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยา โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 600,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แจ้งเบาะแสได้ที่ สคบ. 1166 หรือตำรวจ 1599

บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ธรรมดาจริงไหม?

องค์การอนามัยโลกระบุว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นอันตรายต่อสุขภาพและไม่ปลอดภัย กรมควบคุมโรคระบุว่านิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสารเสพติดที่กระทบระบบหายใจ หัวใจและหลอดเลือด และระบบประสาท ผู้ใช้เป็นประจำมีโอกาสเกิดปัญหาสมรรถภาพทางเพศมากกว่าผู้ไม่ใช้ 2 เท่า และในปี 2026 ยังตรวจพบน้ำยาบางตัวอย่างผสมเมทแอมเฟตามีนและเอโทมิเดต

อยากเลิกบุหรี่หรือเลิกเหล้า ขอความช่วยเหลือได้ที่ไหน?

ผู้ที่อยากเลิกบุหรี่หรือบุหรี่ไฟฟ้าโทรสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 ได้ฟรีทุกเครือข่าย หรือขอคำปรึกษาที่สถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้าน ส่วนผู้ที่อยากเลิกเหล้าโทรสายด่วนเลิกเหล้า 1413 ที่ สสส. แนะนำ ผู้ที่ดื่มหนักทุกวันไม่ควรหยุดดื่มทันทีเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเกิดอาการถอนแอลกอฮอล์ที่รุนแรง

แหล่งอ้างอิง

  1. สำรวจสถานการณ์การสูบบุหรี่และการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ของประชากร — สำนักงานสถิติแห่งชาติ
  2. “ศุภมาส” ลั่นบุหรี่ไฟฟ้าผิดกฎหมายเด็ดขาด ผนึกตำรวจทลายแหล่งค้ารายใหญ่คลองถม — สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (thaigov.go.th)
  3. กรมควบคุมโรค เตือน “สูบบุหรี่ไฟฟ้าเสี่ยงสมรรถภาพทางเพศเสื่อม” — กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
  4. Tobacco (Fact sheet) — World Health Organization
  5. Alcohol (Fact sheet) — World Health Organization
  6. สสส. ชวนทุกคน "งดเหล้า เก็บแต้มสุขภาพ และเก็บแต้มเรื่องดีๆ" ไปด้วยกัน — สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

ประเทศและสถานที่
สหรัฐอเมริกา132
ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
ทางรัฐ2
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ