ข้ามไปยังเนื้อหา
Historyอธิบาย

กิจการไปรษณีย์โทรเลข สมัยรัชกาลที่ 5: โทรเลขสายแรก 2418 ไปรษณียาคาร 2426 ถึงรวมกรม 2441

กิจการไปรษณีย์โทรเลขของสยามเริ่มจากโทรเลขสายแรกกรุงเทพฯ–สมุทรปราการ 45 กม. ปี 2418 เปิดไปรษณียาคาร 4 ส.ค. 2426 และรวมเป็นกรมไปรษณีย์โทรเลขปี 2441

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 10 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
กิจการไปรษณีย์โทรเลข: อาคารไปรษณียาคารที่สร้างขึ้นใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ
ภาพ: Anthony Hartman / Wikimedia Commons (CC BY 2.0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • จุดเริ่มกิจการไปรษณีย์โทรเลขคือ พ.ศ. 2418 (ค.ศ. 1875) เมื่อรัฐบาลสยามมอบหมายให้กรมกลาโหมสร้างทางสายโทรเลขสายแรกจากกรุงเทพฯ ไปปากน้ำ (จังหวัดสมุทรปราการ) รวม 45 กิโลเมตร หลังบริษัทของชาวอังกฤษ 2 คนที่ตั้งเมื่อ 5 พฤษภาคม 2412 ทำไม่สำเร็จ
  • กิจการไปรษณีย์โทรเลขฝั่งโทรเลขออกนอกประเทศครั้งแรกเมื่อสายกรุงเทพฯ–พระตะบอง–ไซ่ง่อน เปิดบริการ 16 กรกฎาคม 2426 อัตราคำละ 1 เฟื้อง และสยามเริ่มใช้ระเบียบโทรเลขระหว่างประเทศตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2428
  • ฝั่งไปรษณีย์ของกิจการไปรษณีย์โทรเลขเปิดรับฝากส่งจดหมายเป็นการทดลองในเขตพระนครและธนบุรีเมื่อ 4 สิงหาคม 2426 ที่ไปรษณียาคาร ตึกใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปากคลองโอ่งอ่าง
  • ปี 2441 กรมไปรษณีย์และกรมโทรเลขรวมเป็น กรมไปรษณีย์โทรเลข ใช้ไปรษณียาคารเป็นที่ทำการจนถึงปี 2470 ส่วนบริการโทรเลขไทยมีวันสุดท้ายคือ 30 เมษายน 2551

กิจการไปรษณีย์โทรเลขของสยามเริ่มต้น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยโทรเลขสายแรกกรุงเทพฯ–สมุทรปราการ ระยะทาง 45 กิโลเมตร ใน พ.ศ. 2418 (ค.ศ. 1875) ตามด้วยการเปิดไปรษณียาคารเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2426 และการรวมกรมไปรษณีย์กับกรมโทรเลขเป็นกรมไปรษณีย์โทรเลขใน พ.ศ. 2441 รวมแล้วใช้เวลาราว 23 ปี จากสายโทรเลขเส้นเดียวสู่หน่วยงานสื่อสารของรัฐที่ต่อเชื่อมกับต่างประเทศ

วันนี้ 23 ตุลาคม เป็นวันปิยมหาราช บทความนี้เล่ากิจการไปรษณีย์โทรเลขในยุคนั้นจากเอกสารของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา หน้าประวัติของกรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ และหน้าประวัติกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นแหล่งทางการทั้งหมด

ลำดับเหตุการณ์กิจการไปรษณีย์โทรเลข พ.ศ. 2412–2428

ตารางแรกเรียงเหตุการณ์ของกิจการไปรษณีย์โทรเลขช่วงก่อตั้ง ตั้งแต่ความพยายามวางสายโทรเลขครั้งแรกถึงการเข้าร่วมกติกาโทรเลขสากล

ปี / วันที่ เกิดอะไรขึ้น แหล่ง
5 พฤษภาคม 2412 ชาวอังกฤษ 2 คนตั้งบริษัทก่อสร้างและบำรุงรักษาทางโทรเลขในสยาม แต่ดำเนินงานล้มเหลว วารสารราชบัณฑิตยสถาน
2418 กรมกลาโหมสร้างทางสายโทรเลขสายแรก กรุงเทพฯ–ปากน้ำ 45 กิโลเมตร และหนังสือรายวัน “ข่าวราชการ” เริ่มออก ต่อมาจึงมีคนเดินหนังสือและตั๋วแสตมป์ วารสารราชบัณฑิตยสถาน, สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
22 กรกฎาคม 2419 หนังสือ “ข่าวราชการ” เลิกออก บริการไปรษณีย์แบบไม่เป็นทางการเลิกตามไปด้วย สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
2421 สายโทรเลขสายที่สอง กรุงเทพฯ–บางปะอิน ขยายต่อถึงอยุธยา กองทัพเรือ
2423 เจ้าหมื่นเสมอใจราช เสนอให้เปิดบริการไปรษณีย์ในประเทศ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
16 กรกฎาคม 2426 เปิดโทรเลขสายแรกที่ติดต่อต่างประเทศ ผ่านพระตะบองไปไซ่ง่อน คำละ 1 เฟื้อง กองทัพเรือ
4 สิงหาคม 2426 เปิดรับฝากส่งจดหมายเป็นการทดลองในพระนครและธนบุรี ที่ไปรษณียาคาร สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
มีนาคม 2427 เปิดโทรเลขสายตะวันตก กรุงเทพฯ–กาญจนบุรี เชื่อมสายของพม่า กองทัพเรือ
1 กรกฎาคม 2428 สยามเริ่มใช้ข้อบังคับโทรเลขระหว่างประเทศ หลังลงนามอนุสัญญาที่กรุงเบอร์ลิน กองทัพเรือ

ลำดับเหตุการณ์กิจการไปรษณีย์โทรเลข พ.ศ. 2433–2551

ตารางที่สองต่อจากการจัดกิจการไปรษณีย์โทรเลขเข้ากระทรวงโยธาธิการ จนถึงวันสุดท้ายของบริการโทรเลข

ปี / วันที่ เกิดอะไรขึ้น แหล่ง
2433 (ร.ศ. 109) รวมกรมโทรเลขและไปรษณีย์เข้าในกระทรวงโยธาธิการ กระทรวงคมนาคม
2438–2440 สร้างสายโทรเลขเพิ่ม 3 สาย ชลบุรี–ตราด ศรีราชา–เกาะมะขาม สวรรคโลก–แม่สอด กองทัพเรือ
2441 รวมกรมไปรษณีย์และกรมโทรเลขเป็นกรมไปรษณีย์โทรเลข และสายไทรบุรี–กัวลามุดาต่อถึงปีนังและสิงคโปร์ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา, กองทัพเรือ
1 พฤศจิกายน 2455 ประกาศใช้รหัสมอร์สภาษาไทยอย่างเป็นทางการ กองทัพเรือ
2470 และ 2482 กรมไปรษณีย์โทรเลขย้ายไปถนนเจริญกรุง และเริ่มใช้อาคารที่ทำการไปรษณีย์กลาง สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
25 กุมภาพันธ์ 2520 แยกงานปฏิบัติการออกไปเป็นการสื่อสารแห่งประเทศไทย สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
30 เมษายน 2551 วันสุดท้ายของการให้บริการโทรเลขไทย สำนักงานราชบัณฑิตยสภา

ก่อนมีกิจการไปรษณีย์โทรเลข: คนเร็ว และหนังสือ “ข่าวราชการ”

บทความ “ไปรษณีย์ไทย ๑” ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาซึ่งอ้างหนังสืออักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย เล่าว่าในสมัยโบราณ จดหมายระหว่างเมืองส่วนใหญ่เป็นหนังสือราชการ ต้องฝากไปกับคนเดินหนังสือราชการหรือพ่อค้า ต่อมาจึงจัดคนเดินหนังสือประจำตามหัวเมืองสำคัญ เรียกว่า “คนเร็ว”

ใน พ.ศ. 2418 สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมหลวงภาณุพันธุวงศ์วรเดช พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงร่วมกันออกหนังสือรายวันฉบับหนึ่ง ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Court” และชื่อภาษาไทยว่า “ข่าวราชการ” สมาชิกต้องไปรับหนังสือเองที่สำนักงาน ณ พระบรมมหาราชวัง แต่มีผู้ไม่มารับตามกำหนดจำนวนมาก สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ฯ จึงโปรดให้มีบุรุษเดินหนังสือ เรียกว่า “โปสต์แมน” และโปรดให้มีตั๋ว “แสตมป์” เพื่อแสดงว่าจ่ายค่าเดินหนังสือแล้ว สมาชิกยังซื้อแสตมป์ไปปิดจดหมายของตนให้บุรุษเดินหนังสือช่วยส่งได้ด้วย

บทความเดียวกันนับว่าแสตมป์ชุดนั้นเป็นตราไปรษณียากรที่ประเทศไทยมีใช้เป็นครั้งแรก แต่เมื่อหนังสือ “ข่าวราชการ” เลิกออกในวันที่ 22 กรกฎาคม 2419 บริการไปรษณีย์ชนิดไม่เป็นทางการนี้ก็เลิกตามไปด้วย

โทรเลขสายแรกของกิจการไปรษณีย์โทรเลข: กรุงเทพฯ–สมุทรปราการ 45 กิโลเมตร

วารสารราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ 37 ฉบับที่ 2 (เมษายน–มิถุนายน 2555) บันทึกว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2412 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ชาวอังกฤษ 2 คนตั้งบริษัทก่อสร้างและบำรุงรักษาทางโทรเลขขึ้น แต่ดำเนินงานล้มเหลว ใน พ.ศ. 2418 รัฐบาลจึงดำเนินการเอง โดยมอบหมายให้กรมกลาโหมสร้างทางสายโทรเลขสายแรกจากกรุงเทพฯ ไปปากน้ำ และวางสายเคเบิลใต้น้ำต่อไปถึงกระโจมไฟนอกสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยา รวมระยะทาง 45 กิโลเมตร

หน้าประวัติของกรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือเล่าเรื่องเดียวกันโดยเรียกผู้ดำเนินงานว่ากระทรวงกลาโหม และระบุชื่อชาวอังกฤษที่เคยยื่นเรื่อง เพื่อขอพระบรมราชานุญาต วางสายโทรเลขว่าวิลเลี่ยม เฮนรี ริด (William Henry Rid) ซึ่งทำไม่สำเร็จ แหล่งเดียวกันอธิบายว่าสายแรกใช้แจ้งข่าวเรือที่ผ่านเข้าออกสันดอนมายังกรุงเทพฯ จากนั้นใน พ.ศ. 2421 จึงมีสายที่สอง กรุงเทพฯ–บางปะอิน แล้วขยายต่อถึงอยุธยา

หน้าประวัติกรมสื่อสารทหารเรือไทยในยุคแรก บนเว็บไซต์กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ
หน้าประวัติกรมสื่อสารทหารเรือไทยในยุคแรก บนเว็บไซต์ของกองทัพเรือ ซึ่งบันทึกเส้นทางโทรเลขตั้งแต่ พ.ศ. 2418 ที่เป็นจุดเริ่มต้นกิจการไปรษณีย์โทรเลข ภาพ: กองทัพเรือ (ภาพหน้าจอ ncit.navy.mi.th)

4 สิงหาคม 2426 ไปรษณียาคาร ที่ทำการแรกของกิจการไปรษณีย์โทรเลข

บทความ “ไปรษณีย์ไทย ๒” ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภาเล่าว่า ใน พ.ศ. 2423 เจ้าหมื่นเสมอใจราช หัวหมื่นมหาดเล็กเวรสิทธิ์ ผู้เคยไปเห็นไปรษณีย์ในต่างประเทศ จึงทำหนังสือกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถวายคำแนะนำให้เปิดบริการไปรษณีย์ขึ้นในประเทศไทย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริเห็นชอบ และทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมหลวงภาณุพันธุวงศ์วรเดช ให้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการกรมไปรษณีย์ เมื่อเตรียมการพร้อมแล้ว จึงประกาศเปิดรับฝากส่งจดหมายหรือหนังสือเป็นการทดลองในเขตพระนครและธนบุรี เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2426 ที่ทำการอยู่ที่ตึกใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปากคลองโอ่งอ่าง เรียกว่า “ไปรษณียาคาร”

หน้าประวัติของกองทัพเรือระบุเพิ่มว่า วันที่ 4 สิงหาคม 2426 เป็นวันสถาปนากรมโทรเลขและกรมไปรษณีย์ขึ้น ก่อนหน้านั้นไม่ถึงเดือน คือวันที่ 16 กรกฎาคม 2426 โทรเลขสายแรกที่ติดต่อกับต่างประเทศเพิ่งเปิดบริการ เส้นทางนี้ใช้ลวดอาบสังกะสี ออกจากกรุงเทพฯ ผ่านปราจีนบุรี กบินทร์บุรี อรัญประเทศ ศรีโสภณ ถึงคลองกำปงปลักในพระตะบอง แล้วต่อกับสายของอินโดจีนไปไซ่ง่อน คิดค่าบริการคำละ 1 เฟื้อง ส่วนสายกรุงเทพฯ–สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ–อยุธยา คิดคำละ 2 ไพ

กิจการไปรษณีย์โทรเลข: อาคารไปรษณียาคารที่สร้างขึ้นใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพฯ
อาคารไปรษณียาคาร ที่ทำการแรกของกิจการไปรษณีย์โทรเลข ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตามคำอธิบายของผู้ถ่ายภาพบน Wikimedia Commons ภาพปี 2005 ภาพ: Anthony Hartman / Wikimedia Commons (CC BY 2.0)
ภาพถ่ายเก่าจากหนังสือปี 1904 ซึ่งบรรยายว่าเป็น Central Post Office ในกรุงเทพฯ
ภาพจากหนังสือที่พิมพ์ปี 1904 ซึ่งบรรยายว่าเป็นที่ทำการไปรษณีย์กลาง (Central Post Office) ในกรุงเทพฯ ภาพ: G. P. Putnam's Sons (1904) / Wikimedia Commons (สาธารณสมบัติ)

กิจการไปรษณีย์โทรเลขออกต่างประเทศ: พม่า ปีนัง สิงคโปร์ และกติกาสากลปี 2428

กองทัพเรือบันทึกว่าใน พ.ศ. 2427 มีโทรเลขสายตะวันตก กรุงเทพฯ–กาญจนบุรี ซึ่งต่อกับสายโทรเลขของพม่าที่ชายแดน เปิดบริการในเดือนมีนาคม ปีเดียวกันออกกฎหมายโทรเลข จุลศักราช 1246 มีบทบัญญัติ 15 ข้อ ใช้อยู่จนถึงรัชกาลที่ 7 ที่ประกาศใช้ พระราชบัญญัติโทรเลข โทรศัพท์ พุทธศักราช 2477 แทน

ก้าวสำคัญของกิจการไปรษณีย์โทรเลขในเวทีโลกเกิดใน พ.ศ. 2428 เมื่อ พระองค์เจ้าปฤษฎางค์ ทูตไทยประจำกรุงปารีส เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุมโทรเลขระหว่างประเทศที่กรุงเบอร์ลิน และลงนามอนุสัญญาโทรเลขระหว่างประเทศ สยามจึงเริ่มใช้ข้อบังคับและระเบียบการโทรเลขระหว่างประเทศตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2428

ถึง พ.ศ. 2441 สายไทรบุรี–กัวลามุดาต่อกับสายของสหพันธรัฐมลายา ทำให้กิจการไปรษณีย์โทรเลขของสยามติดต่อปีนังและสิงคโปร์ได้

ปี 2441 กิจการไปรษณีย์โทรเลขรวมเป็นกรมเดียว

หน้าประวัติกระทรวงคมนาคมเล่าว่า ช่วง พ.ศ. 2418–2435 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการปฏิรูปราชการบริหารเป็น 12 หน่วย หนึ่งในนั้นคือกรมโยธาธิการ ซึ่งดูแลการก่อสร้าง ถนน คลอง และการช่าง รวมทั้งการไปรษณีย์ โทรเลข และการรถไฟ ครั้นใน ร.ศ. 109 (พ.ศ. 2433) ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมการโยธาต่างๆ ที่อยู่ในกระทรวงต่างๆ มาตั้งเป็นกระทรวงโยธาธิการขึ้น และรวมกรมโทรเลข ไปรษณีย์ เข้าในกระทรวงโยธาธิการ

อีก 8 ปีต่อมา สำนักงานราชบัณฑิตยสภาบันทึกว่า ใน พ.ศ. 2441 เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการเสนอว่าราชการของกรมไปรษณีย์และกรมโทรเลขเป็นงานด้านการสื่อสารด้วยกัน ควรรวมเป็นหน่วยราชการเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเห็นเป็นการสมควร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมกรมทั้งสองเข้าด้วยกัน เรียกว่า “กรมไปรษณีย์โทรเลข” ตั้งอยู่ที่ไปรษณียาคาร

ตารางนี้สรุปว่ากิจการไปรษณีย์โทรเลขอยู่ในหน่วยงานใดในแต่ละช่วงตามแหล่งข้างต้น

ช่วงเวลา โทรเลข ไปรษณีย์
2418–2425 กรมกลาโหม (หน้าของกองทัพเรือเรียกกระทรวงกลาโหม) ดำเนินงานสร้างสาย ยังไม่มีบริการทางการ (มีเพียงคนเดินหนังสือของ “ข่าวราชการ” ปี 2418–2419)
2426–2432 กรมโทรเลข กรมไปรษณีย์ ที่ไปรษณียาคาร
2433–2440 กรมโทรเลข ในกระทรวงโยธาธิการ กรมไปรษณีย์ ในกระทรวงโยธาธิการ
2441 เป็นต้นไป กรมไปรษณีย์โทรเลข กรมไปรษณีย์โทรเลข
บทความ ไปรษณีย์ไทย ๒ บนเว็บไซต์สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
หน้าบทความ ไปรษณีย์ไทย ๒ ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ซึ่งเล่าการเปิดไปรษณียาคารปี 2426 และการรวมกิจการไปรษณีย์โทรเลขเป็นกรมเดียวปี 2441 ภาพ: สำนักงานราชบัณฑิตยสภา (ภาพหน้าจอ legacy.orst.go.th)

ส่งภาษาไทยด้วยรหัสมอร์ส: โจทย์ภาษาไทยของกิจการไปรษณีย์โทรเลข

ปัญหาหนึ่งของกิจการไปรษณีย์โทรเลขที่คนทำงานไอทีวันนี้คุ้นเคย คือการทำให้ระบบที่ออกแบบมาสำหรับอักษรโรมันรองรับภาษาไทย วารสารราชบัณฑิตยสถานอ้างงานของเสงี่ยม เผ่าทองศุข ว่าเมื่อรหัสมอร์สเป็นตัวแทนของอักษรโรมัน สมัยแรกจึงต้องเขียนภาษาไทยด้วยอักษรโรมัน เช่น “ฉันไปไม่ได้” ต้องส่งว่า “CHAN PAI MAI DAI” ซึ่งคำว่า MAI อ่านได้ทั้ง ไม ไม่ ไม้ ไหม ใหม่ ใหม้ หรือหม้าย

หน้าประวัติของกองทัพเรือเล่าอีกแบบว่า ระยะแรกข้อความที่ส่งเป็นภาษาอังกฤษเท่านั้น ถ้าจะส่งภาษาไทยต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษก่อน ทำให้ช้าและเข้าใจผิดได้ จนมีการคิดรหัสมอร์สภาษาไทยและประกาศใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2455 เจ้าหน้าที่กองทัพเรือวิเคราะห์ว่ารหัสชุดนี้ไม่ได้กำหนดตามความถี่ของตัวอักษร แต่จับคู่ตัวอักษรที่ตรงกันระหว่างภาษาเยอรมันกับภาษาไทย เช่น T กับ ต จึงสันนิษฐานว่าอาจได้รับความช่วยเหลือจากเยอรมนี

โจทย์นี้อยู่กับกิจการไปรษณีย์โทรเลขต่อมาอีกหลายสิบปี เครื่องโทรพิมพ์ที่เข้ามาในพระนครปี 2472 เป็นแบบภาษาอังกฤษ 5 ยูนิต จนสำนักงานราชบัณฑิตยสภาบันทึกว่า ดร. สมาน บุญยรัตพันธุ์ ประดิษฐ์เครื่องโทรพิมพ์ภาษาไทยได้สำเร็จใน พ.ศ. 2496 (หน้าของกองทัพเรือสะกดชื่อสกุลว่า บุณยรัตพันธุ์) และเครื่องโทรพิมพ์ไทยแบบเอสพี (S.P.) ที่ใช้ได้ทั้งภาษาไทยและอังกฤษเริ่มใช้งานครั้งแรกวันที่ 1 เมษายน 2500

มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน

ไปรษณียาคารเป็นที่ทำการของกรมไปรษณีย์โทรเลขจนถึง พ.ศ. 2470 จึงย้ายไปใช้อาคารและที่ดินริมถนนเจริญกรุง และเริ่มใช้อาคารใหม่ตั้งแต่ พ.ศ. 2482 ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า “ที่ทำการไปรษณีย์กลาง” ต่อมา พระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2519 แยกงานปฏิบัติการของกรมไปรษณีย์โทรเลขออกไปตั้งเป็นรัฐวิสาหกิจชื่อการสื่อสารแห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2520 ส่วนบริการโทรเลขซึ่งเป็นครึ่งหนึ่งของกิจการไปรษณีย์โทรเลขมาตั้งแต่ต้น มีวันสุดท้ายคือ 30 เมษายน 2551

อาคารไปรษณีย์กลาง (Grand Postal Building) กรุงเทพฯ ภาพปี 2018
อาคารไปรษณีย์กลาง (Grand Postal Building) ตามป้ายบนตัวอาคาร ภาพปี 2018 ภาพ: Supanut Arunoprayote / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

สิ่งที่องค์กรไทยวันนี้เห็นได้จากกิจการไปรษณีย์โทรเลขยุคแรก

  • มาตรฐานกลางมาก่อนการขยายเครือข่าย การลงนามอนุสัญญาโทรเลขระหว่างประเทศและใช้ระเบียบสากลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2428 ทำให้สายของสยามต่อกับไซ่ง่อน พม่า ปีนัง และสิงคโปร์ได้
  • ภาษาไทยต้องออกแบบตั้งแต่ต้น ช่วงที่ต้องส่งภาษาไทยเป็นอักษรโรมันหรือแปลเป็นอังกฤษ ทำให้ข้อความกำกวมและช้า เรื่องเดียวกับการรองรับภาษาไทยในระบบสมัยใหม่
  • บริการที่ใกล้กันมักถูกรวม การรวมกิจการไปรษณีย์โทรเลขเป็นกรมเดียวในปี 2441 เกิดจากเหตุผลว่าเป็นงานด้านการสื่อสารด้วยกัน
  • เทคโนโลยีมีวันเลิกใช้ โทรเลขให้บริการรวม 133 ปีก่อนยุติในปี 2551 เมื่อบริการใหม่สะดวกกว่า

อ่านต่อเรื่องเครือข่ายสื่อสารยุคหลังได้ที่ ประวัติอินเทอร์เน็ตไทย และ ประวัติมือถือในไทย ส่วนพิธีของวันนี้อ่านได้ที่ พิธีวันปิยมหาราช 2569 และบทความอื่นในหมวดประวัติศาสตร์

คำถามที่พบบ่อย

กิจการไปรษณีย์โทรเลขของไทยเริ่มเมื่อไร?

กิจการไปรษณีย์โทรเลขของไทยเริ่มจากโทรเลขก่อน ใน พ.ศ. 2418 รัฐบาลมอบหมายให้กรมกลาโหมสร้างทางสายโทรเลขสายแรกจากกรุงเทพฯ ไปปากน้ำ สมุทรปราการ ระยะทาง 45 กิโลเมตร ส่วนการไปรษณีย์เปิดรับฝากส่งจดหมายเป็นการทดลองในเขตพระนครและธนบุรีเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2426

ไปรษณียาคารคืออะไร เกี่ยวกับกิจการไปรษณีย์โทรเลขอย่างไร?

ไปรษณียาคาร คือที่ทำการไปรษณีย์แห่งแรกของไทย ตั้งอยู่ที่ตึกใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปากคลองโอ่งอ่าง เปิดเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2426 และเป็นที่ทำการของกิจการไปรษณีย์โทรเลขเรื่อยมาจนถึง พ.ศ. 2470 จึงย้ายไปใช้อาคารและที่ดินริมถนนเจริญกรุง

กรมไปรษณีย์โทรเลขตั้งขึ้นเมื่อไร?

ใน พ.ศ. 2441 เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการเสนอว่าราชการของกรมไปรษณีย์และกรมโทรเลขเป็นงานด้านการสื่อสารด้วยกัน ควรรวมเป็นหน่วยราชการเดียวกัน จึงรวมเป็นกรมไปรษณีย์โทรเลข ตั้งอยู่ที่ไปรษณียาคาร กิจการไปรษณีย์โทรเลขจึงอยู่ในกรมเดียวตั้งแต่ปีนั้น

สมัยแรกส่งโทรเลขเป็นภาษาไทยได้หรือไม่?

ได้แต่ไม่สะดวก รหัสมอร์สรุ่นแรกเป็นตัวอักษรโรมัน วารสารราชบัณฑิตยสถานยกตัวอย่างว่า “ฉันไปไม่ได้” ต้องส่งเป็น “CHAN PAI MAI DAI” ซึ่งอ่านได้หลายความหมาย กองทัพเรือระบุว่ารหัสมอร์สภาษาไทยประกาศใช้อย่างเป็นทางการเมื่อ 1 พฤศจิกายน 2455 ช่วยให้กิจการไปรษณีย์โทรเลขรับส่งข้อความภาษาไทยได้

บริการโทรเลขในไทยยุติเมื่อไร?

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาระบุว่า บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กำหนดให้วันที่ 30 เมษายน 2551 เป็นวันสุดท้ายของการให้บริการโทรเลขไทย และยกเลิกบริการตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2551 ปิดฉากกิจการไปรษณีย์โทรเลขฝั่งโทรเลขที่เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2418 รวม 133 ปี

แหล่งอ้างอิง

  1. ไปรษณีย์ไทย ๑ — สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
  2. ไปรษณีย์ไทย ๒ — สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
  3. ยุคแรก — ประวัติกรมสื่อสารทหารเรือไทยในยุคแรก — กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ กองทัพเรือ
  4. วารสารราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ 37 ฉบับที่ 2 เมษายน–มิถุนายน 2555 (หน้า 82: โทรเลข) — สำนักงานราชบัณฑิตยสภา
  5. ประวัติกระทรวงคมนาคม — สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคม
  6. โทรเลข-โทรพิมพ์ — สำนักงานราชบัณฑิตยสภา

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
กระทรวงคมนาคม15
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ