ประวัติมือถือในไทย: จาก ทศท. ปี 2529 สู่ประมูล 5G และการควบรวม True–dtac
ประวัติมือถือในไทยตั้งแต่ ทศท. เปิดบริการ พ.ศ. 2529 ยุคสัมปทานของ AIS และ TAC การประมูล 3G 4G 5G ของ กสทช. จนถึงการตั้ง NT และควบรวม True–dtac พ.ศ. 2566
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 11 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- ทศท. เปิดตัวระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเป็นทางการเมื่อ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) ตามบันทึกของ Bangkok Post และข้อมูล ITU ระบุว่าปีนั้นไทยมีเลขหมายมือถือเพียง 821 เลขหมาย
- ยุคสัมปทานเริ่ม พ.ศ. 2533 เมื่อ AIS ได้สัญญาสร้าง-โอน-ดำเนินการ (BTO) 25 ปี กับ ทศท. บนคลื่น 900 MHz และ TAC (ดีแทค) ทำสัญญากับ กสท. เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2533
- หลัง กสทช. ตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2553 คลื่นมือถือถูกจัดสรรด้วยการประมูล ตารางของ กสทช. แสดงการจัดสรร 7 ครั้งระหว่าง พ.ศ. 2555–2562 มูลค่ารวม 390,193 ล้านบาท ก่อนการประมูล 5G เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2563
- ตลาดรวมตัวสองครั้ง ทีโอทีกับ กสท โทรคมนาคม ควบรวมเป็น NT โดยจดทะเบียน 7 มกราคม 2564 และ True กับ dtac ควบรวมเป็นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น สำเร็จเมื่อ 1 มีนาคม 2566
- ข้อมูล ITU ที่ธนาคารโลกเผยแพร่นับเลขหมายมือถือไทยปี 2567 ได้ 115.1 ล้านเลขหมาย หรือ 160.6 ต่อประชากร 100 คน ส่วนสำนักงานสถิติแห่งชาติพบคนอายุ 6 ปีขึ้นไปที่ใช้มือถือ 63.2 ล้านคน (ร้อยละ 95.7)
มือถือในไทยเริ่มนับหนึ่งเมื่อองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) เปิดตัวระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเป็นทางการเมื่อ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) ปีนั้นทั้งประเทศมีเลขหมายเพียง 821 เลขหมายตามข้อมูล ITU ที่ธนาคารโลกเผยแพร่ ส่วนใน พ.ศ. 2567 ตัวเลขเดียวกันเพิ่มเป็น 115.1 ล้านเลขหมาย หรือ 160.6 เลขหมายต่อประชากร 100 คน
บทความนี้เล่าตลาดมือถือไทยสามช่วง ได้แก่ ยุครัฐวิสาหกิจกับสัญญาสัมปทาน ยุคใบอนุญาตและการประมูลคลื่นของ กสทช. และยุคควบรวมกิจการ โดยอ้างเอกสารของบริษัทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง เรื่องที่แหล่งข้อมูลระบุไม่ตรงกันแสดงไว้ทั้งสองแบบ
มือถือยุคแรกของ ทศท. เริ่มอย่างไร
Bangkok Post บันทึกว่า ทศท. จัดพิธีเปิดตัวระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่โรงแรม Siam Inter-Continental เมื่อ 9 กรกฎาคม 2529 Maj Gen Pradip Chaipanee รักษาการผู้อำนวยการ ทศท. ในขณะนั้น ระบุว่าโครงการนี้อยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของ ทศท. ช่วง พ.ศ. 2527–2534 และจะค่อย ๆ ขยายจนครอบคลุมทั้งประเทศ
ฝั่ง ทศท. ใช้ระบบตระกูล NMT (Nordic Mobile Telephone) ตารางสถิติที่ ทศท. ส่งให้สมุดสถิติรายปีประเทศไทย 2549 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติยังแยกแถว "ระบบ 470 เอ็นเอ็มที" กับ "ระบบ 900 เอ็นเอ็มที" ไว้จนถึง พ.ศ. 2547 และรายงานศึกษาของ สศช. กับ JICA ระบุว่าช่วงปี 2543 ยังมีผู้ใช้กลุ่มเล็ก ๆ อยู่บนย่าน 470 MHz
ตลาดช่วงแรกเติบโตจากฐานที่เล็กมาก ข้อมูล ITU ระบุจำนวนเลขหมาย 821 เลขหมายใน พ.ศ. 2529, 5,882 เลขหมายใน พ.ศ. 2530 และ 63,223 เลขหมายใน พ.ศ. 2533 หรือเพียง 0.11 เลขหมายต่อประชากร 100 คน มือถือในยุคนั้นยังใหญ่และหนัก โทรศัพท์ระบบ NMT 450 ที่ผลิตในฟินแลนด์ ค.ศ. 1994 ในภาพด้านล่างหนักราว 1.36 กิโลกรัมตามที่ผู้ถ่ายบันทึกไว้

สัมปทานมือถือแบบ BTO: เอกชนสร้างโครงข่าย รัฐเป็นเจ้าของ
ตั้งแต่ พ.ศ. 2533 (ค.ศ. 1990) รัฐเปิดให้เอกชนลงทุนผ่านสัญญาร่วมการงาน แบบ 56-1 ปี 2558 ของ AIS อธิบายว่า ทศท. และการสื่อสารแห่งประเทศไทย (กสท.) ให้สัมปทานแบบสร้าง-โอน-ดำเนินการ (Build-Transfer-Operate หรือ BTO) เอกชนลงทุนสร้างโครงข่ายแล้วโอนทรัพย์สินให้หน่วยงานรัฐ แลกกับสิทธิให้บริการจนสิ้นสุดสัญญา สัญญาหลักในยุคนั้นมีดังนี้
- AIS กับ ทศท. สัญญา 25 ปีบนคลื่น 900 MHz เริ่ม 1 ตุลาคม 2533 สิ้นสุด 30 กันยายน 2558 และรายงานประจำปี 2555 ของ AIS ระบุว่าให้บริการแบบแบ่งรายได้กับ ทศท.
- TAC (ดีแทค) กับ กสท. บันทึกของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 292/2550 ระบุว่าทำสัญญาให้บริการระบบเซลลูลาร์เมื่อ 14 พฤศจิกายน 2533 ระยะดำเนินการ 15 ปี ตั้งแต่ 16 กันยายน 2534 ถึง 15 กันยายน 2549 ต่อมาสัญญาแก้ไขครั้งที่ 3/2539 ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2539 ขยายเป็น 27 ปี
- DPC บริษัทในเครือ AIS กับ กสท. สัญญา 16 ปีบนคลื่น 1800 MHz ลงนามใน พ.ศ. 2540 ตามรายงานประจำปี 2555 ของ AIS
บันทึกฉบับเดียวกันระบุว่าระบบของ TAC คือ AMPS 800 ส่วนของ AIS คือ Cellular 900 เมื่อกระทรวงคมนาคมมีนโยบายให้สองระบบให้บริการและคิดค่าบริการแบบเดียวกัน กสท. ทศท. และ TAC จึงทำข้อตกลงเชื่อมโยงโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2537
จาก NMT สู่ GSM และมือถือแบบเติมเงิน
รายงานของ สศช. กับ JICA ซึ่งอ้างข้อมูลของ ทศท. ช่วง พ.ศ. 2543 ระบุว่าสัมปทานของ AIS ครอบคลุมทั้ง NMT และ GSM (Global System for Mobile communications) ย่าน 900 MHz ขณะนั้นทั่วประเทศยังมีผู้ใช้ NMT 696,625 ราย มากกว่าผู้ใช้ GSM ที่มี 282,192 ราย
ภาพเปลี่ยนเร็วหลังจากนั้น ตารางของ ทศท. ในสมุดสถิติรายปี 2549 เริ่มมีแถว "ระบบ 900 จีเอสเอ็ม (1-2-call)" ซึ่งเป็นแบรนด์บริการเติมเงินของ AIS ใน พ.ศ. 2544 และภายใน พ.ศ. 2547 แถวนี้โตเป็นหลักล้านเลขหมาย ขณะที่แถว NMT เหลือหลักพันและหลักร้อย จำนวนเลขหมายรวมทั้งประเทศตามข้อมูล ITU ก็กระโดดจาก 3.06 ล้านใน พ.ศ. 2543 เป็น 7.55 ล้านใน พ.ศ. 2544 และ 17.45 ล้านใน พ.ศ. 2545
ผู้เล่นต่างชาติเข้ามาในช่วงเดียวกัน บล็อกของ True เล่าว่า Orange จากฝรั่งเศสเป็นผู้ให้บริการต่างชาติรายแรกที่เข้าสู่ตลาดโทรคมนาคมไทย ใน พ.ศ. 2545 ที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่คุ้นกับบริการมือถือ Orange ให้เครื่อง Nokia 3310 ฟรีแก่ผู้ที่สมัครใช้บริการ 24 เดือน ต่อมา Orange กับ True รวมกันเป็น TrueMove

กสทช. กับจุดเปลี่ยนจากสัมปทานสู่ใบอนุญาต
สัญญาสัมปทานเองก็เป็นประเด็นทางกฎหมาย บันทึกของกฤษฎีกาเล่าว่ากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีหนังสือลงวันที่ 17 มกราคม 2550 ขอหารือว่าสัญญาแก้ไขระหว่าง กสท. กับ TAC ซึ่งทำขึ้นหลังพระราชบัญญัติว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 มีผลใช้บังคับแล้ว เป็นโครงการที่อยู่ภายใต้กฎหมายนี้หรือไม่ เพราะมีข้อถกเถียงทางกฎหมายและมีข้อเรียกร้องเรื่องความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการ
จุดเปลี่ยนมาใน พ.ศ. 2553 (ค.ศ. 2010) รายงานประจำปี 2559 ของ AIS ระบุว่าคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 มีอำนาจทำแผนแม่บทคลื่นความถี่ ออกใบอนุญาต กำหนดโครงสร้างอัตราค่าบริการ และป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม รายงานประจำปี 2563 ของ AIS เรียกระบบใบอนุญาตว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรม ใบอนุญาตคลื่นมีอายุเฉลี่ย 15 ปี และเมื่อหมดอายุ กสทช. จะนำคลื่นกลับมาประมูลใหม่
สัมปทานมือถือจึงทยอยหมดอายุ เนื้อความในแบบ 56-1 ของ AIS ระบุว่าสัญญา 1800 MHz ของ DPC สิ้นสุด 15 กันยายน 2556 ซึ่งตรงกับสัญญา 16 ปีที่เริ่ม พ.ศ. 2540 (ตารางท้ายหัวข้อเดียวกันพิมพ์ปีสิ้นสุดเป็น 2558) และสัญญา 900 MHz ของ AIS สิ้นสุด 30 กันยายน 2558 โดยมีระยะเยียวยาให้ผู้ให้บริการดูแลลูกค้าต่อชั่วคราว ส่วนดีแทคระบุว่าระยะเยียวยาของตนคือ 16 กันยายน ถึง 15 ธันวาคม 2561 และบริษัทพ้นจากระบบสัมปทานทั้งหมดเมื่อระยะนี้สิ้นสุด
ประมูลคลื่นมือถือครั้งแรก: 3G ปี 2555
ก่อนมีคลื่น 2.1 GHz ผู้ให้บริการมือถือทำ 3G ด้วยเทคโนโลยี HSPA บนคลื่นเดิมที่มีจำกัด รายงานประจำปี 2555 ของ AIS ระบุว่าบริษัทเพิ่มสถานีฐาน 3G บนคลื่น 900 MHz จาก 1,884 แห่งใน พ.ศ. 2554 เป็น 3,500 แห่ง และบริการ 3G ยังมีเฉพาะในเมืองใหญ่
การประมูลคลื่นครั้งแรกของไทยเกิดขึ้นปลาย พ.ศ. 2555 (ค.ศ. 2012) ตารางของ กสทช. แสดงการจัดสรรคลื่น 2100 MHz ครั้งที่ 1 ขนาด 90 MHz ราคารวม 41,625 ล้านบาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม รายงานของ AIS ระบุว่าผู้ให้บริการรายเดิมสามรายได้คลื่นรายละ 15 MHz แบบคู่ (2x15 MHz) ใบอนุญาตของ AWN บริษัทลูกของ AIS มีอายุตั้งแต่ 7 ธันวาคม 2555 ถึง 6 ธันวาคม 2570 และ AIS คาดว่าทั้งสามรายจะเปิด 3G บนคลื่น 2.1 GHz ใน พ.ศ. 2556
ประมูล 4G พ.ศ. 2558–2559 และรอบต่อมา
แบบ 56-1 ของ AIS ระบุว่า กสทช. ประมูลคลื่น 1800 MHz เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2558 (ค.ศ. 2015) AWN ได้ใบอนุญาต 2x15 MHz อายุถึง 15 กันยายน 2576 และเปิด 4G อย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2559 ส่วนการประมูลคลื่น 900 MHz เมื่อ 15 ธันวาคม 2558 ผู้ชนะคือค่ายมือถืออีกสองราย จากนั้นในเดือนพฤษภาคม 2559 AWN ชนะการประมูลคลื่น 900 MHz ขนาด 2x10 MHz ที่ 75,654 ล้านบาท ได้ใบอนุญาต 15 ปีเริ่ม 1 กรกฎาคม 2559 ตามรายงานประจำปี 2559 ของ AIS
ตารางของ กสทช. ฉบับปลาย พ.ศ. 2562 สรุปการอนุญาตให้ใช้คลื่นที่ผ่านมาไว้ตามตารางด้านล่าง ข้อสังเกตคือคลื่น 900 MHz ปี 2558 มีใบอนุญาตเพียง 20 MHz แม้ AIS ระบุว่าการประมูลวันที่ 15 ธันวาคม 2558 มีผู้ชนะสองราย
| ย่านคลื่น | ปี | ขนาด (MHz) | ราคา (ล้านบาท ไม่รวม VAT) |
|---|---|---|---|
| 2100 MHz | 2555 | 90 | 41,625 |
| 1800 MHz | 2558 | 60 | 80,778 |
| 900 MHz | 2558 | 20 | 76,298 |
| 900 MHz | 2559 | 20 | 75,654 |
| 1800 MHz | 2561 | 20 | 25,022 |
| 900 MHz | 2561 | 10 | 38,064 |
| 700 MHz | 2562 | 60 | 52,752 |
| รวม 7 ครั้ง | 280 | 390,193 |
ดีแทคได้คลื่น 1800 และ 900 MHz จากการประมูลปี 2561 ส่วนคลื่น 700 MHz ปี 2562 แบ่งให้ True Move H, dtac TriNet และ AWN รายละ 2x10 MHz
ประมูล 5G หลายย่านเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2563
แผนของ กสทช. ปลาย พ.ศ. 2562 วางให้ประมูลแบบหลายย่านพร้อมกัน (multiband auction) ทั้ง 700 MHz, 1800 MHz, 2600 MHz และ 26 GHz การประมูลจัดเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2563 (ค.ศ. 2020) ตามรายงานประจำปี 2563 ของ AIS ผลที่บริษัทเผยแพร่เองมีดังนี้
- AIS ได้คลื่น 700 MHz (2x5 MHz), 2600 MHz (100 MHz) และ 26 GHz (1,200 MHz) ราคารวม 42,060 ล้านบาท
- ดีแทค ได้คลื่น 26 GHz จำนวน 200 MHz
AIS ระบุว่าค่ายมือถือเริ่มเปิดแพ็กเกจ 5G ในเดือนตุลาคม 2563 แต่ผู้ใช้ยังน้อย เพราะมือถือที่รองรับ 5G มีไม่กี่รุ่นและราคาเริ่มราว 10,000 บาท ไทม์ไลน์ของ NT อ้างคำกล่าวของนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เมื่อ 18 ธันวาคม 2563 ว่า NT จะนำ 5G ที่ประมูลได้ไปให้บริการด้านสาธารณสุข การเกษตร และคมนาคม
ควบรวมสองครั้ง: NT ปี 2564 และ True–dtac ปี 2566
ไทม์ไลน์ของ NT ระบุว่าคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เห็นชอบในหลักการให้ บมจ.ทีโอที กับ บมจ.กสท โทรคมนาคม ควบรวมกิจการเมื่อ 15 พฤษภาคม 2562 คณะรัฐมนตรีรับทราบเมื่อ 27 สิงหาคม 2562 และเมื่อ 1 กันยายน 2563 รับทราบชื่อบริษัทใหม่ว่าบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และจดทะเบียนควบรวมเมื่อ 7 มกราคม 2564 (ค.ศ. 2021)
ฝั่งเอกชน True ประกาศว่าการควบรวม dtac กับ True เสร็จสมบูรณ์เมื่อ 1 มีนาคม 2566 (ค.ศ. 2023) เมื่อได้รับใบอนุญาตจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในชื่อบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ต่อจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นร่วมเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2566 คณะกรรมการแต่งตั้ง Manat Manavutiveth เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายชารัด เมห์โรทา เป็นรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
ประกาศอีกฉบับของ True ระบุว่า CP Group และ Telenor ถือหุ้นบริษัทใหม่ฝ่ายละร้อยละ 30.3 หุ้นกลับมาซื้อขายเมื่อ 3 มีนาคม 2566 และบริษัทเรียกดีลนี้ว่าการควบรวมกิจการโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อวัดจากมูลค่ากิจการรวม เมื่อเทียบกับรายงานประจำปี 2563 ของ AIS ที่ระบุคู่แข่งว่าคือ DTAC และ True Move ผู้ให้บริการมือถือเอกชนรายใหญ่จึงลดจากสามรายเหลือสองราย โดยมี NT เป็นผู้ให้บริการของรัฐ
ลำดับเหตุการณ์สำคัญของมือถือไทย
| วันที่ | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 9 ก.ค. 2529 | ทศท. เปิดตัวระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเป็นทางการ ปีนั้นมี 821 เลขหมาย |
| 1 ต.ค. 2533 | สัญญา BTO 25 ปีของ AIS กับ ทศท. บนคลื่น 900 MHz เริ่มต้น |
| 14 พ.ย. 2533 | กสท. ทำสัญญากับ TAC ให้บริการระบบเซลลูลาร์ |
| 22 ก.พ. 2537 | กสท. ทศท. และ TAC ทำข้อตกลงเชื่อมโยงโครงข่าย |
| 22 พ.ย. 2539 | สัญญาแก้ไขครั้งที่ 3 ขยายสัญญา TAC เป็น 27 ปี |
| 2540 | DPC ทำสัญญา 1800 MHz อายุ 16 ปีกับ กสท. |
| 2544 | บริการเติมเงิน 1-2-call ปรากฏในสถิติของ ทศท. |
| 2553 | ตั้ง กสทช. |
| ธ.ค. 2555 | ใบอนุญาต 3G คลื่น 2.1 GHz จากการประมูลครั้งแรก |
| 30 ก.ย. 2558 | สัมปทาน 900 MHz ของ AIS สิ้นสุด |
| 11 พ.ย. 2558 | ประมูลคลื่น 1800 MHz สำหรับ 4G |
| พ.ค. 2559 | ประมูลคลื่น 900 MHz อีกรอบ AWN ชนะ |
| ธ.ค. 2561 | ระยะเยียวยาของดีแทคสิ้นสุด |
| 16 ก.พ. 2563 | ประมูลคลื่น 5G หลายย่าน |
| 7 ม.ค. 2564 | จดทะเบียนควบรวมทีโอทีกับ กสท โทรคมนาคมเป็น NT |
| 1 มี.ค. 2566 | ควบรวม True–dtac เสร็จสมบูรณ์ |

เลขหมายมือถือมากกว่าจำนวนคน
ข้อมูล ITU ที่ธนาคารโลกเผยแพร่นับจำนวนเลขหมาย ไม่ได้นับคน ต่อประชากร 100 คน ตัวเลขนี้เท่ากับ 0.11 ใน พ.ศ. 2533, 2.18 ใน พ.ศ. 2538, 4.85 ใน พ.ศ. 2543, 46.14 ใน พ.ศ. 2548, 104.59 ใน พ.ศ. 2553, 145.93 ใน พ.ศ. 2558, 181.22 ใน พ.ศ. 2562 และ 160.64 ใน พ.ศ. 2567 เส้นทางนี้ไม่ได้ขึ้นตลอด เลขหมายลดจาก 2,203,905 ใน พ.ศ. 2540 เหลือ 1,976,957 ใน พ.ศ. 2541 ช่วงเดียวกับวิกฤตต้มยำกุ้ง และลดจาก 129.6 ล้านใน พ.ศ. 2562 เหลือ 116.3 ล้านใน พ.ศ. 2563 ส่วนฐานข้อมูล ITU DataHub แสดงค่าล่าสุดของไทยในปี 2568 ที่ราว 110 ล้านเลขหมาย

แหล่งข้อมูลนับไม่ตรงกัน รายงานประจำปี 2563 ของ AIS ระบุว่าเลขหมายมือถือทั้งตลาดปี 2563 มี 91 ล้านเลขหมาย ลดลงร้อยละ 3 เพราะนักท่องเที่ยวหายไป อัตราการใช้ราวร้อยละ 140 ของประชากร และร้อยละ 72 เป็นแบบเติมเงิน ขณะที่ข้อมูล ITU ปีเดียวกันอยู่ที่ 116.3 ล้านเลขหมาย หรือ 162.33 ต่อประชากร 100 คน วิธีนับเลขหมายที่ยังใช้งานอยู่ก็เปลี่ยนได้ แบบ 56-1 ปี 2558 ของ AIS ระบุว่าเมื่อ กสทช. บังคับให้ลงทะเบียนซิมมือถือเติมเงิน เลขหมายเติมเงินจำนวนมากของทุกค่ายถูกลบออกจากระบบ
ถ้านับเป็นคน สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าในไตรมาส 4 ปี 2567 คนอายุ 6 ปีขึ้นไปราว 66.1 ล้านคน ใช้โทรศัพท์มือถือ 63.2 ล้านคน (ร้อยละ 95.7) และมีมือถือเป็นของตัวเอง 58.8 ล้านคน (ร้อยละ 89.0)
มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
เกือบสี่ทศวรรษของมือถือไทยทิ้งเรื่องที่ยังมีผลกับองค์กรวันนี้อย่างน้อยสี่เรื่อง
- ข้อพิพาทยุคสัมปทานยังไม่จบ AIS แจ้งตลาดหลักทรัพย์เมื่อ 17 กันยายน 2569 ว่าศาลปกครองสูงสุดยกฟ้อง 1 ใน 3 คดีที่ NT เรียกค่าใช้โครงข่ายช่วงหลังสัมปทาน 1800 MHz ของ DPC สิ้นสุด DPC จึงไม่ต้องจ่าย 1,223 ล้านบาท อีก 2 คดีรวม 1,979 ล้านบาทยังอยู่ระหว่างพิจารณา
- อายุใบอนุญาตคือปฏิทินของตลาด ใบอนุญาต 2.1 GHz ของ AWN หมดอายุ 6 ธันวาคม 2570 และคลื่นที่หมดอายุจะถูกนำมาประมูลใหม่ องค์กรที่ทำสัญญาบริการระยะยาวควรถามผู้ให้บริการว่าแผนรองรับช่วงเปลี่ยนผ่านคืออะไร
- นับคน ไม่ใช่นับซิม เลขหมาย 115.1 ล้านเลขหมายไม่ได้แปลว่ามีผู้ใช้ 115 ล้านคน การวางแผนช่องทางลูกค้าควรใช้ตัวเลขผู้ใช้ 63.2 ล้านคนของสำนักงานสถิติแห่งชาติเป็นฐาน
- ตัวเลือกน้อยลง หลังควบรวม ผู้ให้บริการเอกชนรายใหญ่เหลือสองราย งานที่พึ่งเครือข่ายมือถือ เช่น อุปกรณ์ IoT หรือ SMS OTP ควรพิจารณาใช้สองเครือข่ายเพื่อสำรองกัน
อ่านเรื่องเส้นทางของเครือข่ายข้อมูลได้ในประวัติอินเทอร์เน็ตไทย และบทความประวัติศาสตร์เทคโนโลยีอื่น ๆ ในหมวดประวัติศาสตร์
คำถามที่พบบ่อย
มือถือเข้ามาในไทยครั้งแรกปีไหน?
Bangkok Post บันทึกว่าองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ทศท.) เปิดตัวระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่อย่างเป็นทางการเมื่อ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) ในพิธีที่โรงแรม Siam Inter-Continental ส่วนข้อมูล ITU ที่ธนาคารโลกเผยแพร่ระบุว่าปีนั้นไทยมีเลขหมายมือถือ 821 เลขหมาย
สัมปทานมือถือแบบ BTO คืออะไร และสิ้นสุดเมื่อไร?
BTO (สร้าง-โอน-ดำเนินการ) คือสัญญาที่เอกชนลงทุนสร้างโครงข่ายแล้วโอนทรัพย์สินให้ ทศท. หรือ กสท. แลกกับสิทธิให้บริการและแบ่งรายได้ให้รัฐ AIS ระบุว่าสัญญา 900 MHz ของบริษัทเริ่ม 1 ตุลาคม 2533 และสิ้นสุด 30 กันยายน 2558 ส่วนดีแทคระบุว่าพ้นจากระบบสัมปทานทั้งหมดเมื่อระยะเยียวยาสิ้นสุดในเดือนธันวาคม 2561
การประมูลคลื่น 3G 4G และ 5G ในไทยเกิดขึ้นเมื่อไร?
กสทช. ประมูลคลื่น 2.1 GHz สำหรับ 3G ปลาย พ.ศ. 2555 มูลค่ารวม 41,625 ล้านบาท ประมูลคลื่น 1800 MHz สำหรับ 4G เมื่อ 11 พฤศจิกายน 2558 มูลค่ารวม 80,778 ล้านบาท ประมูลคลื่น 900 MHz เมื่อ 15 ธันวาคม 2558 และอีกรอบในเดือนพฤษภาคม 2559 ส่วนการประมูลคลื่น 5G หลายย่านจัดเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2563
ทำไมจำนวนเลขหมายมือถือในไทยจึงมากกว่าจำนวนประชากร?
ตัวเลขของ ITU นับจำนวนเลขหมายหรือซิมที่เปิดใช้ ไม่ได้นับจำนวนคน คนหนึ่งจึงอาจถูกนับหลายครั้ง และนักท่องเที่ยวก็ทำให้ตัวเลขเปลี่ยน ปี 2567 ไทยมีเลขหมายมือถือ 115.1 ล้านเลขหมาย ขณะที่สำนักงานสถิติแห่งชาติพบคนอายุ 6 ปีขึ้นไปที่ใช้มือถือ 63.2 ล้านคน
NT และ True ในปัจจุบันเกิดจากการควบรวมของบริษัทใด?
NT หรือบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เกิดจากการควบรวม บมจ.ทีโอที กับ บมจ.กสท โทรคมนาคม โดยจดทะเบียนควบรวมเมื่อ 7 มกราคม 2564 ส่วนบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันเกิดจากการควบรวม True เดิมกับ dtac ที่เสร็จสมบูรณ์ 1 มีนาคม 2566 โดย CP Group และ Telenor ถือหุ้นฝ่ายละร้อยละ 30.3
แหล่งอ้างอิง
- Form 56-1 2015 (Annual Registration Statement) — Advanced Info Service (AIS)
- แผนการจัดสรรคลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากลของประเทศไทย — สำนักงาน กสทช.
- บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 292/2550 (สัญญาระหว่าง บมจ. กสท โทรคมนาคม กับ TAC) — สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
- ไทม์ไลน์การรวมกิจการ — บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)
- dtac & True Amalgamation Complete Under New Corporate Name “True Corporation Public Company Limited” — True Corporation
- Mobile cellular subscriptions (per 100 people), Thailand – IT.CEL.SETS.P2 (World Bank Open Data API) — World Bank (ข้อมูลจาก ITU)
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- กสทช.6NT5ธนาคารโลก14สำนักงานสถิติแห่งชาติ5Nokia3Data Protection Commission2กระทรวงดีอี9กระทรวงพาณิชย์12
- ประเทศและสถานที่
- ฟินแลนด์4ฝรั่งเศส37
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ