สัญญาณ SOS ครบ 120 ปี: อนุสัญญาเบอร์ลิน 1906 และคำแถลงของสยามว่ายังไม่ถึงเวลาเข้าร่วม
สัญญาณ SOS ไม่ได้ย่อมาจาก Save Our Souls แต่เป็นรูปแบบรหัสมอร์สในอนุสัญญาเบอร์ลิน 3 พ.ย. 1906 เอกสาร ITU บันทึกว่าสยามยังไม่เข้าร่วมครั้งนั้น ก่อนลงนามปี 1912
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 8 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- สัญญาณ SOS อยู่ในข้อ XVI ของข้อบังคับแนบอนุสัญญาวิทยุโทรเลขระหว่างประเทศ ลงนามที่เบอร์ลินเมื่อ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449 (ค.ศ. 1906) และมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1908
- IMO ระบุว่าตัวอักษรนี้ไม่ได้ย่อมาจาก Save Our Souls ส่วน ITU อธิบายว่าเลือกเพราะรูปแบบจุดและขีดเรียบง่ายและไม่สับสน
- รายงานการประชุมวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 1906 บันทึกว่าผู้แทนสยามแจ้งว่ายังไม่ถึงเวลาเข้าร่วม เพราะสยามยังไม่มีบริการโทรเลขไร้สาย ก่อนมีชื่อสยามในอนุสัญญาลอนดอน 5 กรกฎาคม ค.ศ. 1912
- สหรัฐฯ เคยเสนอให้ใช้สัญญาณ NC จากประมวลสัญญาณสากลในที่ประชุมวันที่ 19 ตุลาคม ค.ศ. 1906 แต่ถอนข้อเสนอหลังการหารือสั้น ๆ
- ITU ระบุว่าการใช้ SOS เป็นสัญญาณทางการจบเมื่อ 1 มกราคม ค.ศ. 1998 ส่วน IMO ระบุว่ารหัสมอร์สถูกเลิกใช้เมื่อ GMDSS ใช้งานเต็มรูปแบบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1999
สัญญาณ SOS คือสัญญาณขอความช่วยเหลือในรหัสมอร์ส จุดสาม ขีดสาม จุดสาม ที่อยู่ในข้อบังคับแนบอนุสัญญาวิทยุโทรเลขระหว่างประเทศ ลงนามที่เบอร์ลินเมื่อ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2449 (ค.ศ. 1906) ซึ่งจะครบ 120 ปีในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 และไม่ได้ย่อมาจาก Save Our Souls ตามเอกสารของ IMO
สิ่งที่คนไทยอาจไม่รู้คือสยามมีผู้แทนอยู่ในห้องประชุมนั้น รายงานการประชุมที่ ITU เก็บไว้บันทึกคำแถลงของสยามเมื่อ 31 ตุลาคม ค.ศ. 1906 ไว้เต็มข้อความ บทความนี้เล่าเรื่องจากเอกสารชุดนั้น ตั้งแต่ข้อบังคับหนึ่งย่อหน้าที่กลายเป็นคำสากล ไปจนถึงบทเรียนที่องค์กรวันนี้ยังใช้ได้
สัญญาณ SOS ย่อมาจากอะไร
คำตอบคือไม่ได้ย่อมาจากอะไร เอกสารของ IMO ปี 1999 เขียนไว้ตรง ๆ ว่าเรื่อง Save Our Souls เป็นความเข้าใจผิด ตัวอักษรไม่มีความหมายพิเศษ นอกจากรูปแบบจุดขีดนี้จำง่ายและส่งง่ายในรหัสมอร์ส
ITU News ฉบับมิถุนายน 2006 อธิบายเพิ่มว่าสัญญาณ SOS เป็นกลุ่มจุดและขีดที่ส่งต่อเนื่องกัน ไม่ใช่ตัวอักษรแยกสามตัว และถูกเลือกเพราะรูปแบบเรียบง่ายและไม่สับสน คำว่า SOS จึงเป็นเพียงวิธีจำที่ติดปากมาภายหลัง
ตัวบทจริงก็ไม่ได้เขียนตัวอักษร S O S เลย ข้อ XVI ของข้อบังคับปี 1906 พิมพ์สัญญาณ SOS เป็นจุดและขีด แล้วบอกว่าเรือที่ประสบเหตุต้องส่งซ้ำเป็นช่วงสั้น ๆ ส่วน Mayday ที่ใช้ทางวิทยุเสียง IMO ระบุว่าเพี้ยนมาจากคำฝรั่งเศส m'aider แปลว่าช่วยฉันด้วย

ก่อนปี 1906 เรือแต่ละลำขอความช่วยเหลืออย่างไร
ก่อนมีข้อตกลงนี้ ไม่มีสัญญาณกลาง ITU News ระบุว่าแต่ละประเทศและแต่ละองค์กรกำหนดสัญญาณของตัวเอง สัญญาณที่แพร่หลายมากคือ CQD ของ Marconi International Marine Communication Company โดย CQ เป็นรหัสเรียกทุกสถานีที่ใช้ในโทรเลขบนบกอยู่แล้ว และเติม D เพื่อหมายถึง distress
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่สัญญาณอย่างเดียว สไลด์ประวัติศาสตร์ของ ITU ระบุว่าอุปกรณ์ที่เข้ากันไม่ได้สร้างปัญหาให้การสื่อสารเรือต่อเรือและเรือต่อฝั่ง เยอรมนีเรียกประชุมเตรียมการที่เบอร์ลินในปี 1903 และ ITU News ระบุว่าสัญญาณแบบ SOS เริ่มจากข้อบังคับวิทยุของเยอรมนีในปี 1905

ที่ประชุมเบอร์ลินตกลงอะไรเรื่องสัญญาณ SOS
ITU History Portal ระบุว่าการประชุมจัดตั้งแต่ 3 ตุลาคมถึง 3 พฤศจิกายน 1906 สไลด์ของ ITU ปี 2024 ระบุผู้แทนจาก 30 รัฐทางทะเล ส่วน ITU News ปี 2006 ระบุว่า 29 ประเทศลงนาม
ร่างแรกมาจากเยอรมนี เอกสารการประชุม หน้า 21 แสดงว่าร่างข้อบังคับข้อ XV ใส่สัญญาณ SOS ในรูปจุดสาม ขีดสาม จุดสามไว้แล้ว

สัญญาณ SOS ไม่ได้ผ่านโดยไม่มีคู่แข่ง หน้า 247 ของเอกสารเดียวกันบันทึกว่าในการประชุมคณะกรรมาธิการเมื่อ 19 ตุลาคม 1906 คณะผู้แทนสหรัฐฯ เสนอใช้สัญญาณ NC จาก International Code of Signals ด้วยเหตุผลว่าชาวเรือหลายชาติคุ้นเคยกับประมวลนี้แล้ว การเปลี่ยนอาจทำให้เกิดความผิดพลาด ข้อเสนอนี้ถูกถอนหลังการหารือสั้น ๆ

ข้อความที่ผ่านออกมามีสาระสำคัญ 3 เรื่อง
| ข้อ | สาระสำคัญ |
|---|---|
| มาตรา 9 ของอนุสัญญา | สถานีวิทยุโทรเลขต้องรับสายขอความช่วยเหลือจากเรือเป็นลำดับแรกอย่างเด็ดขาด ต้องตอบ และดำเนินการต่อ |
| ข้อ XVI ของข้อบังคับ | เมื่อได้ยินสัญญาณแจ้งเหตุ สถานีต้องหยุดการติดต่ออื่นจนแน่ใจว่าการสื่อสารเรื่องขอความช่วยเหลือจบแล้ว |
| ข้อตกลงเพิ่มเติม | สถานีบนเรือต้องติดต่อกับสถานีบนเรืออื่นโดยไม่แบ่งแยกระบบวิทยุที่ใช้ |
ข้อตกลงเพิ่มเติมข้อสุดท้ายแยกลงนามต่างหาก และรายชื่อประเทศในเอกสารไม่มีสหราชอาณาจักร อิตาลี และญี่ปุ่น มาตรา 22 กำหนดให้อนุสัญญามีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 1908

สยามอยู่ตรงไหนในการประชุมครั้งนั้น
บัญชีผู้แทนในเอกสารการประชุมระบุว่าผู้แทนของสยามคือ Dr Keuchenius ที่ปรึกษาคณะทูตสยามในเบอร์ลิน (Légation siamoise à Berlin) เขาแถลงในการประชุมครั้งที่ 10 เมื่อ 31 ตุลาคม 1906 ก่อนลงนาม 3 วัน ใจความคือแม้เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ แต่สยามยังไม่ได้ตั้งบริการโทรเลขทางวิทยุ รัฐบาลจึงเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาเข้าร่วมกติกาสากล
เขาปิดท้ายด้วยการเปิดประตูไว้ว่า เมื่อใดที่รัฐบาลเห็นสมควรจะตั้งหรือเปิดให้มีบริการโทรเลขไร้สายตามชายฝั่ง ก็พร้อมเข้าร่วมอนุสัญญาที่ที่ประชุมนี้ตกลง สองประโยคนี้อยู่ที่หน้า 134 ของรายงาน และรายชื่อผู้ลงนามท้ายอนุสัญญา 1906 ไม่มีชื่อสยาม

หกปีต่อมา ภาพเปลี่ยนไป อนุสัญญาลอนดอน ลงวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2455 (ค.ศ. 1912) มีรายชื่อ "Pour le Siam" พร้อมชื่อ Luang Sanpakitch Preecha และ Wm. J. Archer เอกสารชุดนี้ไม่ได้บอกว่าขณะนั้นสยามตั้งสถานีแล้วหรือยัง เราจึงไม่สรุปเกินกว่านั้น

ทำไม Titanic จึงเปลี่ยนกติกา
มีกติกาแล้วไม่ได้แปลว่าทุกคนทำตาม ITU News ระบุว่า 6 ปีหลังเบอร์ลิน ยังมีสัญญาณแจ้งเหตุมากกว่าหนึ่งแบบ ITU News เล่าว่าพนักงานของ Marconi ยังได้รับคำสั่งให้ใช้ CQD คืนวันที่ 14–15 เมษายน 1912 John Phillips พนักงานวิทยุของ Titanic ส่ง CQD เป็นเวลานาน ก่อนจะแทรกสัญญาณ SOS ตามคำแนะนำของ Harold Bride ผู้ช่วย

ITU News ยังชี้จุดอ่อนอีก 2 เรื่อง เรือ Californian ที่อยู่ใกล้ที่สุดไม่ได้ยินเพราะพนักงานวิทยุไม่ได้เข้าเวรตอนกลางคืน และการแข่งขันเชิงพาณิชย์ทำให้พนักงานของบริษัทหนึ่งอาจไม่ตอบสัญญาณจากพนักงานของบริษัทคู่แข่ง
ตัวเลขผู้เสียชีวิตต่างกันเล็กน้อยตามแหล่ง ITU News ใช้คำว่าเกือบ 1,600 คน ส่วน IMO ใช้คำว่ามากกว่า 1,500 คน
การประชุมลอนดอนปี 1912 จึงกำหนดความยาวคลื่น 600 เมตร หรือราว 500 กิโลเฮิรตซ์ สำหรับสัญญาณ SOS และสัญญาณแจ้งเหตุ และ ITU News ระบุว่าเรือต้องเงียบวิทยุ 3 นาทีที่นาทีที่ 15 และ 45 ของทุกชั่วโมงเพื่อฟังสายขอความช่วยเหลือ ปี 1914 อนุสัญญา SOLAS ฉบับแรกกำหนดให้เรือที่บรรทุกผู้โดยสารเกิน 50 คนต้องมีวิทยุ
เอกสารของ IMO ปี 1999 เล่าว่าตัวอักษร SOS ถูกนำมาใช้ที่การประชุมลอนดอนปี 1912 ซึ่งไม่ตรงกับตัวบทปี 1906 ในคลังของ ITU ที่มีรูปแบบสัญญาณ SOS อยู่แล้ว เราจึงยึดตัวบทชั้นต้นเป็นหลักและบันทึกความต่างนี้ไว้
สัญญาณ SOS แบบรหัสมอร์สจบลงเมื่อไร
แหล่งทางการให้วันที่ไม่ตรงกัน ITU News ระบุว่าการใช้สัญญาณ SOS เป็นสัญญาณทางการจบเมื่อ 1 มกราคม 1998 และเล่าว่าเรือ MV Oak มีรายงานว่าส่งสัญญาณนี้เมื่อ 31 ธันวาคม 1997 คืนก่อนกติกาเปลี่ยน ลูกเรือปลอดภัยบนเรือชูชีพ
ส่วน IMO ระบุว่า Global Maritime Distress and Safety System หรือ GMDSS มาจากการแก้ไข SOLAS ที่รับรองในปี 1988 มีผลวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1992 และใช้งานเต็มรูปแบบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1999 ซึ่งเป็นวันที่รหัสมอร์สถูกเลิกใช้ เรือโดยสารทุกลำ และเรือสินค้าขนาดตั้งแต่ 300 ตันกรอสขึ้นไปที่เดินทางระหว่างประเทศ ต้องติดอุปกรณ์ใหม่
ITU ระบุ ว่า GMDSS พัฒนาร่วมกับ IMO และฐานข้อมูล MARS ของ ITU มีข้อมูลเรือกว่า 900,000 ลำ และสถานีชายฝั่งกว่า 2,000 แห่ง ตามตัวเลขที่เผยแพร่ปี 2022 ซึ่งหน่วยค้นหาและกู้ภัยทั่วโลกใช้ตรวจสอบสัญญาณแจ้งเหตุ
สัญญาณ SOS วันนี้อยู่ที่ไหน
รหัสมอร์สหายไปจากเรือ แต่คำนี้ยังอยู่ ITU News ยกตัวอย่างผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่เขียน SOS บนหลังคาให้เฮลิคอปเตอร์เห็น และ Apple ก็ใช้ชื่อนี้กับ Emergency SOS via satellite บน iPhone 14 ขึ้นไป หน้าสนับสนุนของ Apple เมื่อเราตรวจ 31 ตุลาคม 2026 ยังไม่มีไทยในรายชื่อประเทศที่ใช้บริการนี้ได้
ลำดับเหตุการณ์ของสัญญาณ SOS
| ค.ศ. (พ.ศ.) | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| 1903 (2446) | เยอรมนีเรียกประชุมเตรียมการเรื่องโทรเลขไร้สายที่เบอร์ลิน |
| 1905 (2448) | สัญญาณแบบ SOS ปรากฏในข้อบังคับวิทยุของเยอรมนี ตาม ITU News |
| 3 ต.ค. 1906 (2449) | เปิดการประชุมวิทยุโทรเลขระหว่างประเทศที่เบอร์ลิน |
| 19 ต.ค. 1906 (2449) | สหรัฐฯ เสนอสัญญาณ NC แล้วถอนข้อเสนอ |
| 31 ต.ค. 1906 (2449) | ผู้แทนสยามแถลงว่ายังไม่ถึงเวลาเข้าร่วม |
| 3 พ.ย. 1906 (2449) | ลงนามอนุสัญญาวิทยุโทรเลขระหว่างประเทศ |
| 1 ก.ค. 1908 (2451) | อนุสัญญาและข้อบังคับมีผล |
| 14–15 เม.ย. 1912 (2455) | Titanic ส่งทั้ง CQD และ SOS |
| 5 ก.ค. 1912 (2455) | อนุสัญญาลอนดอน มีชื่อผู้แทนสยาม |
| 1914 (2457) | อนุสัญญา SOLAS ฉบับแรก |
| 1988 (2531) | IMO รับรองการแก้ไข SOLAS เพื่อนำ GMDSS มาใช้ |
| 1 ม.ค. 1998 (2541) | การใช้ SOS เป็นสัญญาณทางการจบลง ตาม ITU News |
| 1 ก.พ. 1999 (2542) | GMDSS ใช้งานเต็มรูปแบบ รหัสมอร์สถูกเลิกใช้ ตาม IMO |
| 3 พ.ย. 2026 (2569) | ครบ 120 ปีอนุสัญญาเบอร์ลิน |
บทเรียนสำหรับองค์กรไทยวันนี้
เรื่องของสัญญาณ SOS คือเรื่องการสื่อสารยามวิกฤตที่องค์กรไทยเจออยู่ทุกวัน เพียงเปลี่ยนจากเรือเป็นระบบไอทีและซัพพลายเออร์
- ตกลงคำเรียกเหตุฉุกเฉินก่อนเกิดเหตุ ถ้าแต่ละทีมใช้ระดับความรุนแรงหรือช่องทางแจ้งเหตุคนละแบบ ก็เจอปัญหาเดียวกับยุคที่แต่ละบริษัทมีสัญญาณของตัวเอง
- กติกาที่ไม่ซ้อมคือกติกาบนกระดาษ ปี 1912 พนักงานวิทยุยังใช้สัญญาณเก่า 6 ปีหลังมีข้อตกลง แผนรับมือเหตุการณ์จึงต้องซ้อมจริงและอัปเดตคู่มือหน้างาน
- มีคนเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อระบบสำคัญต้องเฝ้า Californian อยู่ใกล้แต่ไม่ได้ยิน เพราะไม่มีคนเข้าเวร การจัดเวร on-call จึงเป็นเรื่องความเสี่ยง ไม่ใช่แค่เรื่องกำลังคน
- เขียนการประสานงานข้ามผู้ให้บริการไว้ในสัญญา ข้อตกลงเพิ่มเติมปี 1906 ต้องการให้เรือคุยกันข้ามระบบ องค์กรที่ใช้ผู้ให้บริการหลายรายควรกำหนดให้ชัดว่าใครคุยกับใครเมื่อเกิดเหตุ
- ยังไม่พร้อมก็ประกาศแผนไว้ได้ คำแถลงของสยามในปี 1906 ไม่ได้ปฏิเสธมาตรฐาน แต่บอกเงื่อนไขว่าจะเข้าร่วมเมื่อใด องค์กรที่ยังไม่พร้อมตามมาตรฐานใหม่ก็ทำแบบเดียวกันได้ ด้วยการกำหนดเงื่อนไขและเวลา
อ่านเรื่องมาตรฐานการสื่อสารที่กำหนดโลกปัจจุบันต่อได้ที่กำเนิด ARPANET และเรื่องประวัติศาสตร์เทคโนโลยีอื่นได้ที่หมวดประวัติศาสตร์
คำถามที่พบบ่อย
สัญญาณ SOS ย่อมาจากอะไร?
สัญญาณ SOS ไม่ได้ย่อมาจากคำใด เอกสารของ IMO ระบุว่าความเชื่อเรื่อง Save Our Souls เป็นความเข้าใจผิด ตัวอักษรไม่มีความหมายพิเศษ ส่วน ITU อธิบายว่าสัญญาณนี้คือจุดสาม ขีดสาม จุดสาม ที่ส่งต่อเนื่องกัน และเลือกเพราะเรียบง่ายและไม่สับสน คำว่า SOS เป็นเพียงวิธีจำ
สัญญาณ SOS เริ่มใช้เมื่อไร?
ITU ระบุว่าสัญญาณ SOS เริ่มจากข้อบังคับวิทยุของเยอรมนีในปี 1905 และถูกรับรองระหว่างประเทศในการประชุมเบอร์ลินปี 1906 อนุสัญญาลงนามเมื่อ 3 พฤศจิกายน 1906 และมีผลตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 1908 แต่ในทางปฏิบัติยังมีผู้ใช้ CQD อยู่จนถึงเหตุการณ์ Titanic ปี 1912
สยามเกี่ยวข้องกับอนุสัญญาที่กำหนดสัญญาณ SOS อย่างไร?
เอกสารการประชุมที่ ITU เก็บไว้ระบุว่า Dr Keuchenius ที่ปรึกษาสถานทูตสยามในเบอร์ลิน เป็นผู้แทนสยาม และแถลงเมื่อ 31 ตุลาคม 1906 ว่ายังไม่ถึงเวลาเข้าร่วมเพราะสยามยังไม่มีบริการนี้ แต่พร้อมเข้าร่วมเมื่อจะตั้งบริการ ต่อมาอนุสัญญาลอนดอนปี 1912 มีลายมือชื่อผู้แทนสยาม
เรือยังใช้สัญญาณ SOS แบบรหัสมอร์สอยู่ไหม?
ไม่ใช่ระบบหลักแล้ว ITU News ระบุว่าการใช้สัญญาณ SOS เป็นสัญญาณทางการจบเมื่อ 1 มกราคม 1998 ส่วนเอกสารของ IMO ระบุว่ารหัสมอร์สถูกเลิกใช้เมื่อระบบ GMDSS ใช้งานเต็มรูปแบบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1999 ทั้งสองแหล่งให้วันที่ต่างกัน จึงระบุไว้ทั้งคู่
แหล่งอ้างอิง
- International Radiotelegraph Conference (Berlin, 1906) — ITU History Portal
- Documents de la Conférence radiotélégraphique internationale de Berlin, 1906 — ITU Library and Archives
- Convention radiotélégraphique internationale (1906 : Berlin, Allemagne) — ITU Library and Archives
- Convention radiotélégraphique internationale de Londres, 1912 — ITU Library and Archives
- Sending out an SOS: How a famous disaster spurred agreement on international rules — ITU News
- Search and Rescue and the GMDSS — International Maritime Organization
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี
- Titanic2
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ