ประวัติสหประชาชาติ: จากกฎบัตรซานฟรานซิสโก 1945 ถึงไทยสมาชิกลำดับที่ 55
สหประชาชาติเกิดเมื่อ 24 ต.ค. 1945 จากกฎบัตรที่ 50 ประเทศลงนามที่ซานฟรานซิสโก ไทยเป็นสมาชิกลำดับที่ 55 ในชื่อสยามเมื่อ ธ.ค. 1946 กรุงเทพฯ มี ESCAP ตั้งแต่ 1949
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 13 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- กฎบัตรสหประชาชาติ ลงนามโดยผู้แทน 50 ประเทศที่ซานฟรานซิสโกเมื่อ 26 มิถุนายน 1945 และมีผลเมื่อ 24 ตุลาคม 1945 ซึ่งสมัชชาใหญ่ประกาศให้เป็นวันสหประชาชาติในปี 1947 วันที่ 24 ตุลาคม 2026 จึงครบรอบ 81 ปี
- สมัชชาใหญ่มีมติ 101 (I) รับ สยาม เป็นสมาชิกเมื่อ 15 ธันวาคม 1946 ตามบันทึกของสหประชาชาติ ส่วนกระทรวงการต่างประเทศระบุวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2489 และนับไทยเป็น สมาชิกลำดับที่ 55
- สยามแจ้งเลขาธิการสหประชาชาติว่าเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น Thailand เมื่อ 11 พฤษภาคม 1949 ปีเดียวกับที่ ECAFE ซึ่งตั้งขึ้นที่เซี่ยงไฮ้เมื่อ 28 มีนาคม 1947 ย้ายสำนักงานมากรุงเทพฯ ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น ESCAP ในปี 1974
- ไทยเป็นสมาชิกไม่ถาวรของ คณะมนตรีความมั่นคง ปี 1985–1986 เป็นสมาชิก คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ปี 2010–2013 และ 2025–2027 และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนรอบที่ 5 (2010–2011)
- กระทรวงการต่างประเทศระบุเมื่อปี 2020 ว่าไทยส่งทหารและตำรวจกว่า 27,000 นาย ร่วมภารกิจรักษาสันติภาพของสหประชาชาติราว 20 ภารกิจ นับตั้งแต่ปี 1958
สหประชาชาติ (United Nations) เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อ 24 ตุลาคม 1945 วันที่กฎบัตรซึ่งผู้แทน 50 ประเทศลงนามที่ซานฟรานซิสโกเมื่อ 26 มิถุนายน 1945 มีผลบังคับ วันนั้นจึงเป็นวันสหประชาชาติ ซึ่งปี 2026 ครบรอบ 81 ปี ส่วนไทยเข้าเป็นสมาชิกในชื่อ "สยาม" เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2489 (ค.ศ. 1946) เป็นสมาชิกลำดับที่ 55 และกรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งสำนักงานของ ESCAP มาตั้งแต่ปี 1949
บทความนี้เล่าว่าองค์การนี้เกิดขึ้นอย่างไร ทำไมไทยไม่อยู่ในการประชุมปี 1945 และไทยมีบทบาทอะไรในสหประชาชาติตั้งแต่นั้น จากเอกสารของสหประชาชาติ กระทรวงการต่างประเทศ และเอกสารการทูตของสหรัฐฯ ที่เปิดอ่าน ณ 8 ตุลาคม 2026 ปีในบทความใช้ ค.ศ.
สหประชาชาติเริ่มจากปฏิญญาปี 1942 ได้อย่างไร
สหประชาชาติเล่าว่ารากของกฎบัตรย้อนไปถึงกฎบัตรแอตแลนติก (Atlantic Charter) ที่ประธานาธิบดีแฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์ ของสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิลล์ ของสหราชอาณาจักร ลงนามเมื่อ 14 สิงหาคม 1941 ซึ่งพูดถึงระบบความมั่นคงทั่วไปที่กว้างขึ้นและถาวรในอนาคต
วันที่ 1 มกราคม 1942 รัฐ 26 รัฐที่ทำสงครามกับฝ่ายอักษะ รวมถึงสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร จีน และสหภาพโซเวียต ลงนามใน "ปฏิญญาสหประชาชาติ" (Declaration by United Nations) และมีอีก 21 รัฐลงนามตามมาภายหลัง เอกสารนี้เป็นการใช้คำว่า "United Nations" อย่างเป็นทางการครั้งแรก โดยผู้คิดชื่อคือรูสเวลต์
จากนั้นการออกแบบองค์การเดินหน้าเป็นขั้น ๆ
- ตุลาคม 1943 การประชุมที่มอสโกของสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร สหภาพโซเวียต และจีน ออกปฏิญญาว่าต้องตั้งองค์การระหว่างประเทศเพื่อรักษาสันติภาพโดยเร็วที่สุด
- 21 สิงหาคม–7 ตุลาคม 1944 การประชุมดัมบาร์ตันโอกส์ที่วอชิงตัน ดี.ซี. ได้ข้อเสนอเพื่อจัดตั้งองค์การระหว่างประเทศทั่วไป ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 9 ตุลาคม 1944 และกลายเป็นเอกสารตั้งต้นของการประชุมที่ซานฟรานซิสโก
- 4–11 กุมภาพันธ์ 1945 การประชุมยัลตาตกลงวิธีลงคะแนนในคณะมนตรีความมั่นคง และกำหนดเรียกประชุมที่ซานฟรานซิสโกวันที่ 25 เมษายน 1945
- 5 มีนาคม 1945 ส่งหนังสือเชิญ แม้รูสเวลต์ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ 12 เมษายน แต่ประธานาธิบดีแฮร์รี ทรูแมน เดินหน้าตามกำหนดเดิม
กฎบัตรสหประชาชาติลงนาม 26 มิถุนายน 1945 และมีผล 24 ตุลาคม
การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยองค์การระหว่างประเทศ (United Nations Conference on International Organization) หรือการประชุมซานฟรานซิสโก จัดระหว่าง 25 เมษายนถึง 26 มิถุนายน 1945 เดิมมีผู้ได้รับเชิญ 46 ประเทศรวมสี่ชาติผู้สนับสนุน ที่ประชุมเชิญเพิ่มอีกสี่ คือ เบียโลรัสเซียและยูเครน (ซึ่งขณะนั้นเป็นสาธารณรัฐในสหภาพโซเวียต) เดนมาร์ก และอาร์เจนตินา ส่วนโปแลนด์ไม่ได้ส่งผู้แทนเพราะประกาศรัฐบาลชุดใหม่ไม่ทันการประชุม จึงมีผู้แทนรวม 50 ประเทศ
การประชุมมีผู้แทน 850 คน รวมที่ปรึกษา เจ้าหน้าที่ และสำนักเลขาธิการแล้วราว 3,500 คน ยังมีสื่อมวลชนและผู้สังเกตการณ์อีกกว่า 2,500 คน และทุกส่วนของกฎบัตรต้องผ่านเสียงสองในสาม
กฎบัตรพร้อมธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศได้รับการรับรองเป็นเอกฉันท์เมื่อ 25 มิถุนายน 1945 ที่โรงอุปรากรซานฟรานซิสโก และลงนามวันรุ่งขึ้นที่ Herbst Theatre ในอาคาร Veterans War Memorial Building โปแลนด์ลงนามภายหลังเมื่อ 15 ตุลาคม 1945 ทำให้มีสมาชิกผู้ก่อตั้ง 51 ประเทศ
กฎบัตรมีผลตามข้อ 110 วรรค 3 เมื่อ 24 ตุลาคม 1945 หลังจีน ฝรั่งเศส สหภาพโซเวียต สหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และผู้ลงนามส่วนใหญ่ส่งมอบสัตยาบันสาร สองปีต่อมา สมัชชาใหญ่มีมติ 168 (II) เมื่อ 31 ตุลาคม 1947 ให้เรียก 24 ตุลาคมว่า "วันสหประชาชาติ" ส่วนตัวกฎบัตรแก้ไขมาแล้วสามครั้ง ในปี 1963, 1965 และ 1973
ทำไมไทยไม่อยู่ในการประชุมซานฟรานซิสโก
สหประชาชาติอธิบายว่าการประชุมเชิญเฉพาะรัฐที่ประกาศสงครามกับเยอรมนีและญี่ปุ่น และลงนามในปฏิญญาสหประชาชาติภายในเดือนมีนาคม 1945 รายชื่อผู้ลงนามปฏิญญาทั้ง 47 รัฐที่สหประชาชาติเผยแพร่ไม่มีสยามหรือไทย
สถานะของไทยในสงครามมีหลายด้าน เอกสารการทูตของสหรัฐฯ (FRUS) บันทึกว่ากระทรวงการต่างประเทศไทยแจ้งกงสุลสวิสในกรุงเทพฯ ว่าไทยประกาศสงครามกับสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ มีผลตั้งแต่เที่ยงวันที่ 25 มกราคม 1942 อังกฤษประกาศว่าอยู่ในสถานะสงครามกับไทยตั้งแต่วันนั้น แต่สหรัฐฯ ไม่ประกาศสงครามตอบ ฐานข้อมูลการเมืองการปกครองของ KPI ระบุว่า ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช อัครราชทูตไทยในวอชิงตัน ไม่ได้ยื่นเอกสารประกาศสงครามต่อสหรัฐฯ ส่วนหนังสือของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ลงวันที่ 26 สิงหาคม 1943 ระบุว่าสหรัฐฯ ไม่รับรองรัฐบาลไทยชุดนั้น แต่ยังรับรองอัครราชทูตซึ่งประณามการร่วมมือกับญี่ปุ่น และมองขบวนการเสรีไทย (Free Thai) ที่เขามีบทบาทสำคัญด้วยความเห็นใจ
แผนที่ของการประชุมเมื่อมิถุนายน 1945 ระบายสีชมพูให้รัฐที่มีผู้แทนในการประชุม ส่วนดินแดนที่เขียนว่า THAILAND ระบายสีเหลือง ซึ่งคำอธิบายแผนที่ระบุว่าเป็นกลุ่ม "Axis States, Satellites and Cobelligerents"

จากประกาศสันติภาพ 1945 ถึงการเจรจากับฝรั่งเศส
KPI ระบุว่าญี่ปุ่นประกาศยอมจำนนเมื่อ 15 สิงหาคม 1945 และวันรุ่งขึ้นนายปรีดี พนมยงค์ ผู้นำขบวนการเสรีไทย ออกประกาศสันติภาพ FRUS บันทึกว่าวันที่ 16 สิงหาคม 1945 ไทยปฏิเสธการประกาศสงครามต่อสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร และยกเลิกความตกลงที่รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามทำไว้กับญี่ปุ่น ตัวบทประกาศที่นิตยสารศิลปวัฒนธรรมเผยแพร่ระบุว่าการประกาศสงคราม "เป็นโมฆะไม่ผูกพันประชาชนชาวไทย" และขอให้ประชาชนยึดมั่นในอุดมคติของข้อตกลงสหประชาชาติที่ซานฟรานซิสโก
แต่ใบสมัครของสยามในปี 1946 ยังติดสองเรื่องตามบันทึกของ FRUS
- ข้อพิพาทกับฝรั่งเศส เรื่องดินแดนในอินโดจีนที่สยามได้มาตามอนุสัญญาปี 1941 ฝรั่งเศสยังถือว่าอยู่ในสถานะสงครามกับสยาม และผู้แทนฝรั่งเศสแจ้งว่าจะคัดค้านใบสมัครระหว่างที่การเจรจาในวอชิงตันยังไม่จบ
- สหภาพโซเวียต ผู้แทนโซเวียตแจ้งเมื่อ 15 สิงหาคม 1946ว่าจะลงคะแนนคัดค้านสยาม โดยให้เหตุผลว่าสองประเทศยังไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูต
เมื่อ 28 สิงหาคม 1946 สยามขอให้เลื่อนการพิจารณาใบสมัครจนกว่าจะยุติข้อพิพาทกับฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อ 17 พฤศจิกายน 1946 สองฝ่ายลงนามความตกลงระงับกรณีพิพาทที่วอชิงตัน ข้อ 2 ระบุว่าฝรั่งเศสจะไม่คัดค้านการเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติของสยามอีก และสยามส่งมอบจังหวัดพระตะบองกับพิบูลสงครามให้ฝรั่งเศสเสร็จเมื่อ 9 ธันวาคม 1946 สามวันก่อนคณะมนตรีความมั่นคงมีมติเอกฉันท์เสนอรับสยาม
ไทยเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติลำดับที่ 55 ด้วยมติใด
กฎบัตรข้อ 4 กำหนดให้รัฐที่ไม่ได้ร่วมก่อตั้งเข้าเป็นสมาชิกได้ด้วยมติของสมัชชาใหญ่ตามคำแนะนำของคณะมนตรีความมั่นคง เอกสารมติของคณะมนตรีความมั่นคงปี 1946 และมติของสมัชชาใหญ่บันทึกขั้นตอนของสยามไว้ดังนี้
- 29 สิงหาคม 1946 คณะมนตรีความมั่นคงพิจารณาใบสมัคร 9 รัฐ ได้แก่ แอลเบเนีย มองโกเลีย อัฟกานิสถาน ทรานส์จอร์แดน ไอร์แลนด์ โปรตุเกส ไอซ์แลนด์ สยาม และสวีเดน แต่มติที่ 8 เสนอให้รับเพียงอัฟกานิสถาน ไอซ์แลนด์ และสวีเดน
- 29 พฤศจิกายน 1946 คณะมนตรีฯ ตกลงตามข้อเสนอของสมัชชาใหญ่ (มติ 35 (I) ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 1946) ให้ทบทวนใบสมัครบางรายการอีกครั้ง
- 12 ธันวาคม 1946 มติที่ 13 ระบุว่าสมาชิกคณะมนตรีฯ เห็นชอบใบสมัครของสยามเป็นเอกฉันท์ และเสนอให้สมัชชาใหญ่รับสยามเป็นสมาชิก
- 15 ธันวาคม 1946 สมัชชาใหญ่ในการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 67 มีมติ 101 (I) ให้รับสยามเป็นสมาชิก
หน้าการเติบโตของจำนวนสมาชิกระบุว่าปี 1946 สหประชาชาติมีสมาชิก 55 ประเทศ โดยเพิ่มอัฟกานิสถาน ไอซ์แลนด์ สยาม และสวีเดน สามประเทศแรกเข้าเป็นสมาชิกเมื่อ 19 พฤศจิกายน 1946 สยามเข้าหลังสุด สอดคล้องกับที่กระทรวงการต่างประเทศนับไทยเป็นสมาชิกลำดับที่ 55 ต่อมาเมื่อ 11 พฤษภาคม 1949 สยามแจ้งเลขาธิการสหประชาชาติว่าเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น Thailand

15 หรือ 16 ธันวาคม: วันที่ไทยเป็นสมาชิกสหประชาชาติ
แหล่งข้อมูลทางการสองฝั่งระบุวันต่างกันหนึ่งวัน
| แหล่งข้อมูล | วันที่ระบุ | รายละเอียด |
|---|---|---|
| มติสมัชชาใหญ่ 101 (I) | 15 ธันวาคม 1946 | ลงมติในการประชุมเต็มคณะครั้งที่ 67 |
| รายชื่อประเทศสมาชิก ของสหประชาชาติ | 15-12-1946 | วันเข้าเป็นสมาชิก (Date of Admission) ของ Thailand |
| เอกสารกรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ (21 ธันวาคม 2020) | 16 ธันวาคม พ.ศ. 2489 | ระบุว่าไทยเป็นสมาชิกลำดับที่ 55 |
เอกสารทั้งสองฝั่งไม่ได้อธิบายสาเหตุที่วันต่างกัน บทความนี้จึงรายงานทั้งสองวันตามแหล่งที่มา เอกสารของกระทรวงฯ ยังระบุว่ารัฐบาลไทยเห็นว่าการเป็นสมาชิกจะช่วยเสริมความมั่นคงของประเทศ
ลำดับเหตุการณ์ สหประชาชาติกับประเทศไทย
| วันที่ | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 14 ส.ค. 1941 | รูสเวลต์และเชอร์ชิลล์ลงนามกฎบัตรแอตแลนติก |
| 1 ม.ค. 1942 | 26 รัฐลงนามปฏิญญาสหประชาชาติ ใช้คำว่า United Nations เป็นทางการครั้งแรก |
| 25 ม.ค. 1942 | ไทยประกาศสงครามกับสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ สหรัฐฯ ไม่ประกาศสงครามตอบ |
| 4–11 ก.พ. 1945 | การประชุมยัลตากำหนดเรียกประชุมที่ซานฟรานซิสโก |
| 25 เม.ย.–26 มิ.ย. 1945 | การประชุมซานฟรานซิสโก ผู้แทน 50 ประเทศ |
| 26 มิ.ย. 1945 | ลงนามกฎบัตรสหประชาชาติ |
| 16 ส.ค. 1945 | ไทยออกประกาศสันติภาพ ปฏิเสธการประกาศสงคราม |
| 24 ต.ค. 1945 | กฎบัตรมีผล สหประชาชาติเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ |
| 29 ส.ค. 1946 | คณะมนตรีความมั่นคงพิจารณาใบสมัคร 9 รัฐรวมสยาม เสนอรับ 3 รัฐ |
| 17 พ.ย. 1946 | ฝรั่งเศสกับสยามลงนามความตกลงระงับกรณีพิพาทที่วอชิงตัน |
| 12 ธ.ค. 1946 | คณะมนตรีความมั่นคงเสนอรับสยามเป็นเอกฉันท์ |
| 15 ธ.ค. 1946 | สมัชชาใหญ่รับสยามเป็นสมาชิกลำดับที่ 55 (กต. ระบุ 16 ธ.ค.) |
| 28 มี.ค. 1947 | ECOSOC ตั้ง ECAFE |
| 31 ต.ค. 1947 | สมัชชาใหญ่ประกาศให้ 24 ต.ค. เป็นวันสหประชาชาติ |
| 1949 | ECAFE ย้ายสำนักงานมากรุงเทพฯ |
| 11 พ.ค. 1949 | สยามแจ้งสหประชาชาติว่าเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น Thailand |
| 1 ส.ค. 1974 | ECAFE เปลี่ยนชื่อเป็น ESCAP |
| 1985–1986 | ไทยเป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคง |
| 2010–2013 | ไทยเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ผู้แทนไทยเป็นประธานรอบปี 2010–2011 |
| 2025–2027 | ไทยเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนอีกวาระ |
ESCAP: จาก ECAFE ที่เซี่ยงไฮ้สู่ถนนราชดำเนิน
ไม่ถึงสี่เดือนหลังไทยเป็นสมาชิก คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม (ECOSOC) มีมติ 37 (IV) เมื่อ 28 มีนาคม 1947 ตั้งคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจสำหรับเอเชียและตะวันออกไกล (ECAFE) เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสงคราม และระบุสยามเป็นหนึ่งในดินแดนในขอบเขตงานตั้งแต่แรก ESCAP ระบุว่า ECAFE ตั้งขึ้นที่เซี่ยงไฮ้ ส่วนกรมองค์การระหว่างประเทศระบุว่าย้ายสำนักงานมากรุงเทพฯ ในปี 1949
ECOSOC มีมติ 1895 (LVII) เมื่อ 1 สิงหาคม 1974 เปลี่ยนชื่อเป็นคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) โดยให้เหตุผลส่วนหนึ่งว่าคำว่า "Far East" มาจากมุมมองของประเทศนอกภูมิภาค ปัจจุบันสำนักงานอยู่ที่อาคารสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก

จำนวนสมาชิกของ ESCAP ต่างกันตามแหล่ง หน้า About ESCAP ระบุ 52 ประเทศสมาชิกและ 9 สมาชิกสมทบ ส่วนข่าวของกรมองค์การระหว่างประเทศเรื่องการหารือกับ ESCAP เมื่อ 30 มิถุนายน 2026 ระบุ 53 ประเทศกับ 9 สมาชิกสมทบ และเรียก ESCAP ว่าสำนักงานระดับภูมิภาคที่ใหญ่ที่สุดของสหประชาชาติ กรมฯ ยังระบุว่าการประชุมประจำปีสมัยที่ 82 ที่บากู อาเซอร์ไบจาน 20–24 เมษายน 2026 เป็นครั้งแรกในรอบ 16 ปีที่จัดนอกไทย
กรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางของสหประชาชาติในภูมิภาค
นอกจาก ESCAP กรุงเทพฯ ยังเป็นที่ตั้งของหน่วยงานสหประชาชาติอีกหลายแห่ง เอกสารของกระทรวงการต่างประเทศระบุว่าเมื่อ 24 ตุลาคม 2011 นายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติในขณะนั้น ประกาศให้ศูนย์สหประชาชาติที่กรุงเทพฯ เป็น United Nations Hub for Asia and the Pacific ส่วนหน้าเว็บของทีมสหประชาชาติประจำประเทศไทยระบุว่าทีมนี้ประกอบด้วยหน่วยงานของสหประชาชาติ 21 หน่วยงาน และทำงานใกล้ชิดกับ ESCAP
ความเชื่อมโยงนี้มีมานาน ชั้นเรียนเขียนโปรแกรมของเครื่อง IBM 1620 ที่จุฬาฯ ได้มาในปี 1963 ก็มีผู้เรียนจากสำนักงานสหประชาชาติในกรุงเทพฯ ตามที่เล่าไว้ในเรื่องคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของไทย
ไทยในคณะมนตรีความมั่นคงและคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน
รายชื่อประเทศที่เคยได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงระบุว่าไทยเป็นสมาชิกไม่ถาวรวาระเดียว คือปี 1985–1986
คณะมนตรีสิทธิมนุษยชน (Human Rights Council) มีสมาชิก 47 ประเทศ วาระละสามปี กลุ่มเอเชีย-แปซิฟิกมี 13 ที่นั่ง รายชื่อสมาชิกของ OHCHR แสดงว่าไทยเป็นสมาชิกตั้งแต่รอบที่เริ่ม 19 มิถุนายน 2010 จนถึงสิ้นปี 2013 และกลับมาเป็นสมาชิกตั้งแต่ปี 2025 โดยวาระปัจจุบันสิ้นสุดปี 2027
ในวาระแรก นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ผู้แทนถาวรไทยประจำสำนักงานสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ได้เป็นประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนรอบที่ 5 (2010–2011) วันรับตำแหน่ง 21 มิถุนายน 2010 เขากล่าวว่า "เรามีพันธะเหนือสิ่งอื่นใดที่ต้องรับใช้ผู้ที่ต้องการการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างยิ่ง" ประวัติบนเว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศระบุว่าเขารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมื่อกันยายน 2025
ย้อนไปก่อนหน้านั้น สมัชชาใหญ่รับรองปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนด้วยมติ 217 A (III) ที่กรุงปารีสเมื่อ 10 ธันวาคม 1948 โดยมี 8 ประเทศงดออกเสียงและไม่มีเสียงคัดค้าน กระทรวงการต่างประเทศระบุว่าไทยเป็นหนึ่งใน 48 ประเทศที่ให้การรับรอง
ไทยกับภารกิจรักษาสันติภาพและการพัฒนา
เอกสาร "74 ปีประเทศไทยกับสหประชาชาติ" ของกระทรวงการต่างประเทศ (ธันวาคม 2020) สรุปประโยชน์ที่เห็นชัดที่สุดจากความร่วมมือไว้สามด้าน
- สันติภาพและความมั่นคง ไทยส่งเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจทั้งชายและหญิงกว่า 27,000 นาย ร่วมกองกำลังรักษาสันติภาพและภารกิจสันติภาพของสหประชาชาติ รวมราว 20 ภารกิจ นับตั้งแต่ปี 1958
- การพัฒนา รัฐบาลนำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) 17 ข้อไปไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (2017–2021) และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2018–2037)
- สิทธิมนุษยชน ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนกลายเป็นพื้นฐานในการจัดทำกฎหมายภายในของไทย
มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
ปี 2026 เป็นปีครบรอบสองเรื่อง วันที่ 24 ตุลาคมเป็นวันสหประชาชาติครบ 81 ปี และเดือนธันวาคมไทยจะเป็นสมาชิกครบ 80 ปี กรมองค์การระหว่างประเทศกล่าวถึงกิจกรรมที่ร่วมจัดเนื่องในการครบรอบ 80 ปีการเป็นสมาชิกสหประชาชาติของไทยเมื่อ 22 มิถุนายน 2026
องค์การที่ไทยเข้าร่วมเป็นลำดับที่ 55 วันนี้มีสมาชิก 193 ประเทศ ตัวเลขจากสหประชาชาติแสดงว่าจำนวนสมาชิกเพิ่มเป็น 99 ประเทศในปี 1960, 144 ประเทศในปี 1975, 179 ประเทศในปี 1992 และ 193 ประเทศในปี 2011 เมื่อซูดานใต้เข้าเป็นสมาชิก

สิ่งที่องค์กรไทยหยิบจากประวัติศาสตร์นี้ไปใช้ได้
- ตรวจจากเอกสารต้นทาง มติของสหประชาชาติตั้งแต่ปี 1946 ดาวน์โหลดได้จาก documents.un.org และกรณีวันที่ 15 กับ 16 ธันวาคมแสดงว่าแหล่งทางการก็ระบุไม่ตรงกันได้ รายงานขององค์กรจึงควรบอกแหล่งที่มาของวันที่และตัวเลขทุกครั้ง
- เข้าใจกรอบ SDGs เมื่อรัฐบาลนำ SDGs ไปไว้ในแผนพัฒนาและยุทธศาสตร์ชาติ องค์กรที่ทำงานกับภาครัฐควรรู้ว่าโครงการของตนตอบเป้าหมายข้อใด
- ใช้ประโยชน์จากที่ตั้ง กรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งของ ESCAP ทีมสหประชาชาติประจำประเทศไทยมี 21 หน่วยงาน และเดือนนี้กรุงเทพฯ ยังเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี IMF และกลุ่มธนาคารโลก 12–18 ตุลาคม 2026 สำหรับองค์กรไทยที่ให้บริการด้านการประชุม การเดินทาง หรือไอที หน่วยงานเหล่านี้คือกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในเมืองเดียวกัน
อ่านเรื่องราวเบื้องหลังเหตุการณ์สำคัญอื่น ๆ ได้ที่หมวดประวัติศาสตร์
คำถามที่พบบ่อย
สหประชาชาติก่อตั้งเมื่อไร?
สหประชาชาติเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อ 24 ตุลาคม 1945 วันที่กฎบัตรสหประชาชาติมีผล หลังจีน ฝรั่งเศส สหภาพโซเวียต สหราชอาณาจักร สหรัฐฯ และผู้ลงนามส่วนใหญ่ส่งมอบสัตยาบันสาร กฎบัตรนี้ลงนามโดยผู้แทน 50 ประเทศที่ซานฟรานซิสโกเมื่อ 26 มิถุนายน 1945 และโปแลนด์ลงนามตามมาเมื่อ 15 ตุลาคม 1945 รวมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง 51 ประเทศ
ไทยเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติเมื่อไร เป็นลำดับที่เท่าไร?
สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติมีมติ 101 (I) รับสยามเป็นสมาชิกเมื่อ 15 ธันวาคม 1946 ตามบันทึกของสหประชาชาติ ส่วนกระทรวงการต่างประเทศของไทยระบุวันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2489 และนับไทยเป็นสมาชิกลำดับที่ 55 ซึ่งตรงกับข้อมูลของสหประชาชาติที่ระบุว่าปี 1946 มีสมาชิก 55 ประเทศ โดยสยามเข้าหลังอัฟกานิสถาน ไอซ์แลนด์ และสวีเดน
ทำไมไทยไม่ได้ร่วมก่อตั้งสหประชาชาติในปี 1945?
การประชุมซานฟรานซิสโกเชิญเฉพาะรัฐที่ประกาศสงครามกับเยอรมนีและญี่ปุ่นและลงนามในปฏิญญาสหประชาชาติ ซึ่งไม่มีสยาม ไทยประกาศสงครามกับสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ เมื่อ 25 มกราคม 1942 แต่สหรัฐฯ ไม่ประกาศสงครามตอบและเห็นใจขบวนการเสรีไทย ไทยออกประกาศสันติภาพเมื่อ 16 สิงหาคม 1945 และเข้าเป็นสมาชิกสหประชาชาติในเดือนธันวาคม 1946 หลังยุติข้อพิพาทดินแดนกับฝรั่งเศส
ESCAP คืออะไร และตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อไร?
ESCAP คือคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก หนึ่งในห้าคณะกรรมาธิการระดับภูมิภาคของสหประชาชาติ ตั้งขึ้นเมื่อ 28 มีนาคม 1947 ในชื่อ ECAFE ที่เซี่ยงไฮ้ ย้ายสำนักงานมากรุงเทพฯ ในปี 1949 และเปลี่ยนชื่อเป็น ESCAP เมื่อ 1 สิงหาคม 1974 ปัจจุบันสำนักงานอยู่ที่อาคารสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก
วันสหประชาชาติตรงกับวันไหน มีที่มาอย่างไร?
วันสหประชาชาติตรงกับ 24 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันครบรอบที่กฎบัตรสหประชาชาติมีผลในปี 1945 สมัชชาใหญ่ประกาศให้เรียกวันนี้อย่างเป็นทางการว่า United Nations Day ด้วยมติ 168 (II) เมื่อ 31 ตุลาคม 1947 เพื่อเผยแพร่เป้าหมายและผลงานขององค์การ ปี 2026 วันสหประชาชาติครบรอบ 81 ปี
แหล่งอ้างอิง
- The San Francisco Conference — United Nations
- Preparatory Years: UN Charter History — United Nations
- 101 (I). Admission of Siam to Membership in the United Nations — United Nations General Assembly
- Thailand (Member States) — United Nations
- ๗๔ ปีประเทศไทยกับสหประชาชาติ — กรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ พบหารือกับรองเลขาธิการบริหารด้านความร่วมมือและการประสานงาน เอสแคป — กรมองค์การระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ