ข้ามไปยังเนื้อหา
Industry & Manufacturing

มาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้า มอก. บังคับ ครม. เห็นชอบร่าง ครอบคลุมรถยนต์ รถบรรทุก รถจักรยานยนต์

ครม. 20 ต.ค. 2569 เห็นชอบร่างกฎกระทรวง 2 ฉบับ บังคับมาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้า BEV ตาม มอก. 3026-2563 และ มอก. 2952-2561 ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องขอใบอนุญาต

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 6 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
แพ็กแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนของรถยนต์ไฟฟ้า BMW i3 ที่จัดแสดงในงาน electronica มิวนิก ปี 2012
ภาพ: RudolfSimon / Wikimedia Commons (CC BY-SA 3.0)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • คณะรัฐมนตรีเมื่อ 20 ตุลาคม 2569 เห็นชอบร่างกฎกระทรวง 2 ฉบับ ที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ กำหนดให้ระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าที่อัดประจุซ้ำได้ (REESS) ของรถไฟฟ้าล้วน (BEV) ต้องผ่านมาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้าตาม มอก.
  • รถยนต์นั่ง รถตู้ รถบัส และรถบรรทุก (ประเภท M และ N) ใช้ส่วนที่ 2 ด้านความปลอดภัยของ REESS ใน มอก. 3026-2563 ซึ่งรัฐบาลระบุว่าเทียบเท่า UN Regulation No. 100
  • รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า และรถสี่ล้อขนาดเล็ก (ประเภท L) ใช้ส่วนที่ 2 ของ มอก. 2952-2561 และทั้งสองฉบับไม่รวมแบตเตอรี่ชนิดตะกั่วกรด
  • กฎกระทรวงจะมีผลเมื่อพ้น 180 วัน นับจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผู้ทำและผู้นำเข้าต้องขอใบอนุญาตตามมาตรา 20 หรือ 21 ของ พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511

มาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้ากำลังจะเป็นมาตรฐานบังคับ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 (2026) เห็นชอบร่างกฎกระทรวง 2 ฉบับที่กระทรวงอุตสาหกรรมเสนอ ให้ระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าที่อัดประจุซ้ำได้ (REESS) ของรถไฟฟ้าล้วน ตั้งแต่รถยนต์นั่ง รถบรรทุก ถึงรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ต้องผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยตาม มอก. โดยจะมีผล 180 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาร่างทั้งสองฉบับล่วงหน้าแล้ว ขั้นต่อไปคือการประกาศในราชกิจจานุเบกษา หลังจากนั้นผู้ทำและผู้นำเข้าที่อยู่ในขอบเขตมาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้ามีเวลาเตรียมตัว 180 วันก่อนกฎมีผล สรุปมติที่เว็บไซต์รัฐบาลเผยแพร่ระบุให้ตรวจสอบมติที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง

สรุปข่าวการประชุม ครม. 20 ตุลาคม 2569 หมวดกฎหมาย ข้อ 1 และ 3 ร่างกฎกระทรวงมาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ประเภท M และ N และประเภท L
รายการเรื่องด้านกฎหมายในสรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี 20 ตุลาคม 2569 ข้อ 1 และข้อ 3 คือร่างกฎกระทรวงระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ประเภท M และ N และประเภท L ภาพ: รัฐบาลไทย (ภาพหน้าจอ)

มาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้า 2 ฉบับครอบคลุมรถอะไรบ้าง

ร่างทั้งสองฉบับใช้กับ REESS ที่ไม่ใช่ชนิดตะกั่วกรดซึ่งใช้ขับเคลื่อนรถที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เท่านั้น (Battery Electric Vehicle: BEV) และแบ่งตามประเภทยานยนต์ของ มอก. 2390-2563

ร่างกฎกระทรวง ยานยนต์ที่ครอบคลุม มาตรฐานที่ต้องเป็นไปตาม
ฉบับที่ 1 (ประเภท M และ N) รถอย่างน้อย 4 ล้อสำหรับขนส่งผู้โดยสาร (M) หรือสินค้า (N) เช่น รถยนต์นั่ง รถตู้ รถบัส รถเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก รถบรรทุกขนาดกลางและหนัก ส่วนที่ 2 คุณลักษณะที่ต้องการของ REESS ด้านความปลอดภัย ใน มอก. 3026-2563 (ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 5704 พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 4 มีนาคม 2563)
ฉบับที่ 2 (ประเภท L) รถไม่เกิน 4 ล้อ เช่น รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า รถสามล้อไฟฟ้า และรถสี่ล้อขนาดเล็ก ส่วนที่ 2 คุณลักษณะที่ต้องการของ REESS ด้านความปลอดภัย ใน มอก. 2952-2561 (ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 5414 พ.ศ. 2562 ลงวันที่ 16 กันยายน 2562)

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแก้ชื่อร่างเป็น "ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าที่สามารถอัดประจุซ้ำได้สำหรับยานยนต์ที่มีอย่างน้อยสี่ล้อและใช้สำหรับขนส่งผู้โดยสารหรือขนส่งสินค้าต้องเป็นไปตามมาตรฐาน" และฉบับ "สำหรับยานยนต์ที่ไม่เกินสี่ล้อ"

ประเภทรถย่อยในขอบเขตมาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้า

ประเภทย่อยตาม มอก. 2390-2563 ที่สรุปมติยกมาให้เห็นขอบเขต ได้แก่ M1 รถโดยสารไม่เกิน 8 ที่นั่งไม่รวมคนขับ, M2 และ M3 รถโดยสารเกิน 8 ที่นั่งที่มวลสูงสุดไม่เกินหรือเกิน 5 ตัน, N1 รถขนสินค้ามวลสูงสุดไม่เกิน 3.5 ตัน, N2 มากกว่า 3.5 ถึง 12 ตัน และ N3 มากกว่า 12 ตัน ส่วนประเภท L มี 7 ประเภทย่อย ตั้งแต่ L1 รถสองล้อความเร็วออกแบบไม่เกิน 50 กม./ชม. ถึง L7 รถสี่ล้อมวลรถเปล่าไม่เกิน 400 กก. (500 กก. สำหรับรถขนสิ่งของ) ไม่รวมมวลแบตเตอรี่ และกำลังต่อเนื่องสูงสุดไม่เกิน 15 กิโลวัตต์

ภาพสรุปมาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้าที่ ครม. เห็นชอบ: รถประเภท M และ N ใช้ มอก. 3026-2563 รถประเภท L ใช้ มอก. 2952-2561 มีผล 180 วันหลังประกาศ และผู้ทำผู้นำเข้าต้องขอใบอนุญาตตามมาตรา 20 หรือ 21
ภาพสรุปมาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้า 2 ฉบับที่ ครม. เห็นชอบ 20 ตุลาคม 2569 ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี)

มาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้าตรวจอะไร

สรุปมติ ครม. ระบุว่า มอก. 3026-2563 เป็นข้อกำหนดสำหรับตรวจสอบความปลอดภัยของแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเทียบเท่ามาตรฐานสากล UN Regulation No. 100 ตัวอย่างการทดสอบที่ยกมา ได้แก่

  • ระบบป้องกันการชาร์จเกิน (Overcharge protection)
  • ระบบป้องกันอุณหภูมิเกิน (Over temperature protection) แบตเตอรี่ต้องป้องกันไม่ให้อุณหภูมิของตัวเองเพิ่มขึ้น
  • การป้องกันการลัดวงจร ระบบควบคุมของแบตเตอรี่ต้องป้องกันได้ เพื่อไม่ให้แบตเตอรี่ระเบิดหรือเกิดไฟช็อต

กระทรวงอุตสาหกรรมให้เหตุผลของมาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้าว่าต้องการควบคุมให้แบตเตอรี่มีคุณภาพและปลอดภัยสอดคล้องกับมาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่นในการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และกันไม่ให้มีการทำหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์ด้อยคุณภาพมาขายในประเทศ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

ใบอนุญาตตามมาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้า และความเห็นของกระทรวงพลังงาน

ตามสรุปมติ ผู้ได้รับผลกระทบจากกฎทั้งสองฉบับคือผู้ทำ ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ ผู้ทำหรือผู้นำเข้าต้องขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 20 หรือมาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ส่วนผู้จำหน่ายต้องขายเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบอนุญาตและเป็นไปตามมาตรฐาน

กระทรวงพลังงาน กระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคไม่ขัดข้อง แต่กระทรวงพลังงานเสนอเพิ่ม 2 เรื่อง ซึ่ง ครม. ให้กระทรวงอุตสาหกรรมรับไปพิจารณา

  1. กำหนดวันบังคับใช้โดยคำนึงถึงความพร้อมของผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ประกอบการ และหน่วยทดสอบที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานสากล และติดตามผลกระทบหลังบังคับใช้
  2. กำหนดขั้นตอนติดตามระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าของยานยนต์ เพื่อให้การจัดการแบตเตอรี่หลังสิ้นสุดการใช้งานเป็นระบบตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์

ข้อเสนอข้อ 2 ต่อกับนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมที่เร่งตั้งนิคมรีไซเคิลแผงโซลาร์และแบตเตอรี่ EV ซึ่งเราเพิ่งรายงานเมื่อ 19 ตุลาคม 2026

สถานีสลับแบตเตอรี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Gogoro บนถนนในเขตจงเจิ้ง ไทเป เดือนกุมภาพันธ์ 2026
สถานีสลับแบตเตอรี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Gogoro ในไทเป ไต้หวัน เดือนกุมภาพันธ์ 2026 ตัวอย่างแบตเตอรี่ของรถสองล้อไฟฟ้า ซึ่งในไทยจัดเป็นยานยนต์ประเภท L ภาพ: 4300streetcar / Wikimedia Commons (CC BY 4.0)

ทำไมมาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้าสำคัญต่ออุตสาหกรรม

มอก. 3026-2563 และ มอก. 2952-2561 มีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2563 และ 2562 ตามลำดับ ร่างกฎกระทรวงชุดนี้กำหนดให้ส่วนที่ 2 ด้านความปลอดภัยของ REESS ในสองมาตรฐานนั้น "ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน" ซึ่งหมายถึงผู้ทำและผู้นำเข้าต้องมีใบอนุญาต และผู้จำหน่ายขายได้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาต เมื่อรัฐบาลระบุว่ามาตรฐานนี้เทียบเท่า UN R100 ผู้ผลิตที่ทดสอบแบตเตอรี่ตาม UN R100 อยู่แล้วควรสอบถามกระทรวงอุตสาหกรรมว่าผลทดสอบเดิมใช้ประกอบคำขอได้แค่ไหน

สำหรับห่วงโซ่อุปทานในประเทศ กฎนี้แตะทั้งโรงงานประกอบแพ็กแบตเตอรี่ ผู้นำเข้าแบตเตอรี่และชิ้นส่วน ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์และรถสามล้อไฟฟ้า และหน่วยทดสอบ ซึ่งกระทรวงพลังงานยกเป็นฝ่ายหนึ่งที่ต้องพร้อมก่อนกฎมีผล ส่วนผู้ซื้อจะได้เกณฑ์ขั้นต่ำเดียวกันสำหรับเทียบแบตเตอรี่จากผู้ขายต่างราย ดูภาพรวมผู้ผลิตเซลล์และเคมีแบตเตอรี่ของรถไฟฟ้าแต่ละยี่ห้อในไทยได้ในบทวิเคราะห์รถ EV ทุกยี่ห้อในไทย

ผลต่อองค์กรไทยและผู้ประกอบการ

  • โรงงานประกอบแพ็กและผู้นำเข้าแบตเตอรี่ ตรวจว่าแบตเตอรี่แต่ละรุ่นมีผลทดสอบตามส่วนที่ 2 ของ มอก. 3026-2563 หรือ มอก. 2952-2561 แล้วหรือไม่ และเริ่มเตรียมเอกสารขอใบอนุญาตตามมาตรา 20 หรือมาตรา 21 ก่อนช่วง 180 วันหลังประกาศจะหมดลง
  • ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์และรถสามล้อไฟฟ้า ฉบับประเภท L ครอบคลุมรถตั้งแต่ L1 ถึง L7 ควรถามผู้ขายเซลล์และแพ็กว่าพร้อมส่งผลทดสอบหรือไม่ เพราะผู้จำหน่ายจะขายได้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับใบอนุญาต
  • ฝ่ายจัดซื้อกองรถไฟฟ้า เช่น รถส่งของ รถบัส หรือรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของบริษัท ใส่เงื่อนไขในสัญญาจัดซื้อหรือเช่าว่าแบตเตอรี่ต้องผ่านมาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้าและมีใบอนุญาต มอก. เมื่อกฎมีผล
  • หน่วยทดสอบและผู้รีไซเคิลแบตเตอรี่ ข้อเสนอเรื่องติดตามแบตเตอรี่ตลอดวงจรชีวิตอาจตามมาเป็นข้อกำหนดเพิ่มเติม ควรติดตามประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรมหลังกฎกระทรวงลงราชกิจจานุเบกษา

ติดตามข่าวมาตรฐาน การลงทุน และโรงงานอุตสาหกรรมได้ที่หมวดอุตสาหกรรม

คำถามที่พบบ่อย

มาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้าที่ ครม. เห็นชอบเมื่อ 20 ต.ค. 2569 คืออะไร?

มาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้าชุดนี้คือร่างกฎกระทรวง 2 ฉบับของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่กำหนดให้ระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าที่อัดประจุซ้ำได้ (REESS) ซึ่งไม่ใช่ชนิดตะกั่วกรดและใช้ขับเคลื่อนรถไฟฟ้าล้วน ต้องผ่านข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของ มอก. 3026-2563 สำหรับรถประเภท M และ N และ มอก. 2952-2561 สำหรับรถประเภท L

มาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้า มอก. บังคับจะเริ่มใช้เมื่อไร?

ร่างกฎกระทรวงมาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้ากำหนดให้มีผลเมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ณ วันที่ ครม. เห็นชอบ (20 ตุลาคม 2569) ยังไม่มีวันประกาศ และกระทรวงพลังงานเสนอให้กำหนดวันบังคับใช้โดยดูความพร้อมของผู้ผลิต ผู้นำเข้า และหน่วยทดสอบ

ใครต้องปฏิบัติตามมาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้าฉบับใหม่?

ตามสรุปมติ ครม. ผู้ได้รับผลกระทบจากมาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้าคือผู้ทำ ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ ผู้ทำหรือผู้นำเข้าต้องขอรับใบอนุญาตตามมาตรา 20 หรือมาตรา 21 ของ พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 และผู้จำหน่ายต้องขายเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตและเป็นไปตามมาตรฐาน

มาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้าทดสอบอะไรบ้าง?

สรุปมติ ครม. ยกตัวอย่างการทดสอบตามมาตรฐานแบตเตอรี่รถไฟฟ้า มอก. 3026-2563 ว่ามีระบบป้องกันการชาร์จเกิน ระบบป้องกันอุณหภูมิเกิน และระบบควบคุมที่ต้องป้องกันการลัดวงจร เพื่อไม่ให้แบตเตอรี่ระเบิดหรือเกิดไฟช็อต โดยมาตรฐานนี้เทียบเท่า UN Regulation No. 100

แหล่งอ้างอิง

  1. สรุปข่าวการประชุมคณะรัฐมนตรี 20 ตุลาคม 2569 — สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (thaigov.go.th)
  2. สรุปข่าวการประชุม ครม. 20.10.69 (ฉบับเต็ม PDF) — สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (thaigov.go.th)

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

ประเทศและสถานที่
ไต้หวัน27
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ