ข้ามไปยังเนื้อหา
Policy & Law

สภาผู้บริโภคทวง ETDA สั่งเฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาท ผู้เสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์

ข้อเสนอให้เฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาทยังไม่คืบ สภาผู้บริโภคส่งหนังสือทวง ETDA 20 ต.ค. 2026 หลังยื่น 5 ข้อเสนอตั้งแต่ 18 มิ.ย. จากเรื่องร้องเรียน 6,986 เรื่อง

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 4 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ภาพหน้าจอประกาศของสภาองค์กรของผู้บริโภควันที่ 20 ตุลาคม 2569 ทวง ETDA ให้สั่งเฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาทแก่ผู้เสียหาย
ภาพ: สภาองค์กรของผู้บริโภค (ภาพหน้าจอ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • สภาองค์กรของผู้บริโภค ส่งหนังสือติดตามถึง ETDA เมื่อ 20 ตุลาคม 2026 ให้ชี้แจงความคืบหน้าของข้อเสนอให้เฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาทแก่ผู้เสียหาย หลังยื่นข้อเสนอเร่งด่วน 5 ข้อ ตั้งแต่ 18 มิถุนายน 2026
  • ข้อเสนอให้เฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาทมาจากเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเฟซบุ๊ก 6,986 เรื่อง จากทั้งหมด 11,815 เรื่อง ที่สภาผู้บริโภคได้รับระหว่าง 1 กรกฎาคม 2021 – 31 พฤษภาคม 2026
  • นอกจากให้เฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาท ข้อเสนอยังรวมถึงการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาด้วย e-KYC ขยายการเก็บข้อมูลผู้ซื้อโฆษณาจาก 90 วันเป็น 1 ปี และให้แพลตฟอร์มขึ้นทะเบียนตาม มาตรา 32 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544
  • วันที่ 22 ตุลาคม 2026 สภาผู้บริโภคยังค้านร่างมาตรา 12 ของร่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฉบับใหม่ ที่ให้ผู้โต้แย้งความน่าเชื่อถือของข้อมูลต้องพิสูจน์และออกค่าใช้จ่ายเอง

สภาองค์กรของผู้บริโภค (สภาผู้บริโภค) ส่งหนังสือทวงถามสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เมื่อ 20 ตุลาคม 2026 ให้เร่งใช้อำนาจสั่งเฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาทแก่ผู้เสียหายจากการหลอกลวงออนไลน์ หลังยื่นข้อเสนอเร่งด่วน 5 ข้อมาตั้งแต่ 18 มิถุนายน 2026 แต่การคืนเงินยังล่าช้าและไม่ชัดเจน

ตัวเลขเบื้องหลังข้อเสนอให้เฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาท

สภาผู้บริโภคระบุว่าระหว่าง 1 กรกฎาคม 2021 ถึง 31 พฤษภาคม 2026 ได้รับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 11,815 เรื่อง ในจำนวนนี้ 6,986 เรื่องเกี่ยวกับเฟซบุ๊ก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 397 ล้านบาท สภาผู้บริโภคยืนยันว่าข้อมูลร้องเรียนตรวจสอบย้อนกลับ (Trace Back) ไปยังต้นทางได้ และคาดหวังให้ผู้เสียหายกลุ่มแรกได้รับการชดเชยครบ 100%

นิสรา แก้วสุข ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไปของสภาผู้บริโภค เปิดเผยว่าได้ส่งหนังสือให้ ETDA ชี้แจงผลตามข้อเสนอทั้ง 5 ประเด็น โดยเฉพาะกระบวนการเร่งให้เฟซบุ๊กเยียวยาผู้ที่ร้องเรียนต่อสภาผู้บริโภคและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกาศของสภาผู้บริโภคไม่ได้ระบุคำตอบจาก ETDA หรือ Meta

ภาพสรุปข้อเสนอให้เฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาท: เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเฟซบุ๊ก 6,986 เรื่องจากทั้งหมด 11,815 เรื่อง ความเสียหายกว่า 397 ล้านบาท ยื่นข้อเสนอต่อ ETDA 18 มิ.ย. 2026 ข้อเสนอเร่งด่วน 5 ข้อ และขยายการเก็บข้อมูลผู้ซื้อโฆษณาจาก 90 วันเป็น 1 ปี
ภาพสรุปข้อเสนอให้เฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาทของสภาผู้บริโภค ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: สภาองค์กรของผู้บริโภค)

5 ข้อเสนอ รวมถึงให้เฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาท

ข้อเสนอ สาระสำคัญ
1. สั่งเฟซบุ๊กเยียวยาทันที ให้เฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย เฉพาะผู้ที่ร้องเรียนต่อสภาผู้บริโภค โดยใช้อำนาจตามกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่
2. อุดช่องโหว่โฆษณาเสี่ยง ลดกรอบเวลา 180 วันของมาตรการยืนยันตัวตน เริ่มจากโฆษณาหลอกลงทุน หลอกกู้เงิน และเว็บพนัน ยืนยันผู้ลงโฆษณาด้วย e-KYC เก็บข้อมูลผู้ซื้อโฆษณาจาก 90 วันเป็น 1 ปี และทำคลังโฆษณาให้ตรวจย้อนหลังได้
3. บังคับขึ้นทะเบียน ให้แพลตฟอร์มที่ให้บริการในไทยขึ้นทะเบียนและขอใบอนุญาตตามมาตรา 32 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 เพื่อให้มีนิติบุคคลรับผิดชอบตามกฎหมายไทย
4. ตั้งเงินสำรองเยียวยา ให้ผู้บริโภคแจ้งระงับโฆษณาอันตรายได้ทันที และให้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดเมื่อคัดกรองไม่ดีพอหรืออัลกอริทึมขยายโฆษณาหลอกลวง
5. ปิดสวิตช์อัลกอริทึมหลอกลวง ใช้หลัก Duty of Care หยุดยิงโฆษณาหลอกลวงซ้ำ คุ้มครองเยาวชนต่ำกว่า 16 ปีและผู้สูงอายุเกิน 60 ปี และนำ Scam Ads ออกทันทีเมื่อพบ

บัญชีแอบอ้างยังโผล่ แม้เพจจริงมีบลูติ๊ก

โสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและคดีความของสภาผู้บริโภค ยกกรณีที่มีบัญชีเฟซบุ๊กแอบอ้างชื่อและตราของสภาผู้บริโภคเอง ทั้งที่เพจจริงยืนยันตัวตนกับ Meta และมีเครื่องหมายยืนยันแบบเสียเงิน (Meta Verified) แล้ว เขาเห็นว่าการรอลบเนื้อหาหลังเกิดเหตุไม่พอ แพลตฟอร์มต้องตรวจก่อนเปิดเพจ เปลี่ยนชื่อ ใช้ตราสัญลักษณ์ และซื้อโฆษณา และกล่าวว่า "หากแพลตฟอร์มละเลยการตรวจสอบตัวตนจนไม่สามารถระบุผู้ใช้บริการได้ ... แพลตฟอร์มควรต้องร่วมรับผิด" ประเด็นนี้คือเหตุผลหนึ่งที่สภาผู้บริโภคผลักดันข้อเสนอให้เฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาทควบคู่กับการแก้ระบบยืนยันตัวตน

ร่างกฎหมายธุรกรรมออนไลน์ฉบับใหม่: ใครต้องพิสูจน์

สองวันต่อมา วันที่ 22 ตุลาคม 2026 สภาผู้บริโภคเผยแพร่ความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. .... โดย ผศ.สุทธิชัย งามชื่นสุวรรณ ประธานอนุกรรมการด้านสินค้าและบริการทั่วไป ค้านร่างมาตรา 12 ที่ให้ผู้โต้แย้งความน่าเชื่อถือของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต้องพิสูจน์และออกค่าใช้จ่ายเอง เพราะบันทึกระบบที่ใช้พิสูจน์อยู่กับผู้ให้บริการ เขาเสนอให้ผู้ให้บริการรับภาระพิสูจน์ด้านเทคนิค กำหนดอำนาจของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) ให้ชัด และตัดข้อความในร่างมาตรา 57 วรรคสองที่ให้การรับรองผู้ให้บริการไม่ถือเป็นคำสั่งทางปกครอง

ภาพหน้าจอความเห็นของสภาองค์กรของผู้บริโภควันที่ 22 ตุลาคม 2569 ต่อร่างพระราชบัญญัติธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฉบับใหม่
ภาพหน้าจอความเห็นของสภาผู้บริโภควันที่ 22 ตุลาคม 2569 ต่อร่างกฎหมายธุรกรรมออนไลน์ฉบับใหม่ ภาพ: สภาองค์กรของผู้บริโภค (ภาพหน้าจอ)

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

ข้อเรียกร้องให้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดต่อการหลอกลวงกำลังเกิดพร้อมกันหลายประเทศ สัปดาห์นี้คณะกรรมาธิการยุโรปเพิ่งเปิดคดี Booking.com ถูกสอบสวนตาม DSA เรื่องรับมือมิจฉาชีพ และศาลสหรัฐฯ เพิ่งสั่งค่าปรับคดี Meta นิวเม็กซิโก ส่วนไทยมีกฎหมายบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล (DPS) ที่ ETDA อธิบายว่าใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่ 21 สิงหาคม 2566 และกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มมีช่องทางร้องเรียนและมาตรการเยียวยา คำตอบของ ETDA ต่อข้อเสนอให้เฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาทจึงจะเป็นบททดสอบว่ากฎหมายที่มีอยู่บังคับให้แพลตฟอร์มต่างชาติจ่ายชดเชยได้จริงแค่ไหน

ผลต่อองค์กรไทย

ไม่ว่า ETDA จะตอบข้อเสนอให้เฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาทอย่างไร องค์กรไทยควรเตรียมตัวดังนี้

  1. แบรนด์และหน่วยงานควรเฝ้าระวังเพจแอบอ้าง กรณีของสภาผู้บริโภคเองแสดงว่าบลูติ๊กไม่ได้กันการเลียนแบบได้ ควรมีคนตรวจและแจ้งลบเป็นประจำ และบอกลูกค้าว่าช่องทางทางการมีอะไรบ้าง
  2. ผู้ซื้อโฆษณาออนไลน์เตรียมรับการยืนยันตัวตนที่เข้มขึ้น ถ้าข้อเสนอเรื่อง e-KYC และการเก็บข้อมูลผู้ซื้อโฆษณา 1 ปีถูกนำไปใช้ เอกสารนิติบุคคลและผู้มีอำนาจควรพร้อม
  3. ธุรกิจที่ให้บริการธุรกรรมออนไลน์ควรเก็บ log ให้พิสูจน์ได้ เพราะถ้าร่างกฎหมายเปลี่ยนภาระพิสูจน์มาที่ผู้ให้บริการ บันทึกระบบที่ครบและเชื่อถือได้คือหลักฐานหลัก
  4. ติดตามร่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฉบับใหม่ โดยเฉพาะร่างมาตรา 12, 26 และ 57 ที่กระทบผู้ให้บริการโดยตรง

อ่านข่าวกฎหมายดิจิทัลและการกำกับแพลตฟอร์มอื่น ๆ ได้ในหมวด นโยบายและกฎหมาย

คำถามที่พบบ่อย

ข้อเสนอให้เฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาทคืออะไร?

ข้อเสนอให้เฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาทเป็นข้อเสนอของสภาองค์กรของผู้บริโภคที่ยื่นต่อ ETDA เมื่อ 18 มิถุนายน 2026 ให้ใช้อำนาจตามกฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สั่งเฟซบุ๊กชดเชยผู้เสียหายที่ร้องเรียน ตัวเลขมาจากเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเฟซบุ๊ก 6,986 เรื่องที่สภาผู้บริโภคได้รับระหว่างปี 2021–2026

ทำไมสภาผู้บริโภคต้องทวง ETDA อีกครั้ง?

สภาผู้บริโภคระบุเมื่อ 20 ตุลาคม 2026 ว่าข้อเสนอให้เฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาทยื่นมากว่า 4 เดือนแต่การคืนเงินยังล่าช้าและไม่ชัดเจน ขณะที่ยังมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาต่อเนื่องและพบบัญชีแอบอ้างกลับมาเปิดใหม่ จึงส่งหนังสือให้ ETDA ชี้แจงผลตามข้อเสนอทั้ง 5 ข้อ

5 ข้อเสนอของสภาผู้บริโภคต่อ ETDA มีอะไรบ้าง?

ได้แก่ สั่งให้เฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาทเป็นอย่างน้อย อุดช่องโหว่โฆษณาเสี่ยงด้วยการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาและเก็บข้อมูล 1 ปี บังคับแพลตฟอร์มขึ้นทะเบียนตามมาตรา 32 ตั้งเงินสำรองเยียวยา และใช้หลัก Duty of Care หยุดอัลกอริทึมที่ยิงโฆษณาหลอกลวงซ้ำ

ร่างกฎหมายธุรกรรมออนไลน์ฉบับใหม่เกี่ยวข้องอย่างไร?

สภาผู้บริโภคให้ความเห็นเมื่อ 22 ตุลาคม 2026 ว่าร่างมาตรา 12 ของร่าง พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ฉบับใหม่ให้ผู้โต้แย้งความน่าเชื่อถือของข้อมูลต้องพิสูจน์และออกค่าใช้จ่ายเอง ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคเสียเปรียบ เพราะข้อมูลที่ใช้พิสูจน์อยู่กับผู้ให้บริการ เรื่องนี้แยกจากข้อเสนอให้เฟซบุ๊กเยียวยา 397 ล้านบาท แต่มีแก่นเดียวกันคือใครต้องรับภาระเมื่อผู้บริโภคเสียหาย

แหล่งอ้างอิง

  1. จี้ ETDA สั่ง เฟซบุ๊กเยียวยาผู้เสียหาย 397 ล้าน หลัง 4 เดือนยังไม่คืบ — สภาองค์กรของผู้บริโภค
  2. ชงแก้ร่าง กฎหมายธุรกรรมออนไลน์ หวั่นโยนภาระพิสูจน์ให้ผู้บริโภค — สภาองค์กรของผู้บริโภค
  3. เจาะลึก กฎหมายใหม่ DPS เกี่ยวกับใครบ้าง? — สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA)

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

องค์กรและบริษัท
ETDA4Meta27European Commission17
ประเทศและสถานที่
สหรัฐอเมริกา410
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ