ข้ามไปยังเนื้อหา
Politics

4 ร่างกฎหมายเลิกเงินบำรุงไทยพีบีเอส-สสส. ถกหนักในสภาฯ ก่อนปิดรับฟังความเห็น 14 ต.ค.

ร่าง 4 ฉบับของ สส.ภูมิใจไทยให้ไทยพีบีเอส สสส. และอีก 2 กองทุนเลิกรับเงินบำรุงจากภาษีสุรายาสูบไปใช้งบประมาณรายปี กสม.และภาคประชาชนค้าน สภาฯ รับฟังถึง 14 ต.ค.

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 6 นาที ผู้เข้าชม 1

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ตัวแทนชมรมสันติประชาธรรม สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย และเครือข่ายภาคประชาชน ยื่นหนังสือขอให้ถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ.กองทุน สสส. ต่อที่ปรึกษาประธานรัฐสภา ที่รัฐสภา 8 ตุลาคม 2569
ภาพ: สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา (TP Channel)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ระบบรับฟังความคิดเห็นของสภาผู้แทนราษฎรเปิดรับฟังร่าง 4 ฉบับระหว่าง 30 กันยายน – 14 ตุลาคม 2569 ทุกฉบับเป็นร่างการเงินที่ สส. เสนอ ให้ยกเลิกเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบของไทยพีบีเอส สสส. กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ แล้วรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน
  • ร่างไทยพีบีเอส ร่างผู้สูงอายุ และร่างการกีฬาฯ เสนอโดยนายศุภชัย ใจสมุทร กับคณะ ส่วนร่าง สสส. ซึ่งยกเลิกเงินบำรุงร้อยละ 2 ของภาษีสุราและยาสูบ ระบบของสภาฯ ระบุผู้เสนอเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ
  • ณ 21.34 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ร่างไทยพีบีเอสมีผู้แสดงความเห็นในระบบ 36,944 คน สัดส่วนไม่เห็นด้วย 95.18% ส่วนร่าง สสส. มี 24,952 คน ไม่เห็นด้วย 94.19%
  • 6 ตุลาคม 2569 กสม. ออกแถลงการณ์กังวลว่าการยกเลิกเงินบำรุงจะกระทบความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ ขณะที่นายศุภชัยยืนยันว่าเป็นการเปลี่ยนระบบการเงิน ไม่ใช่ยกเลิกภารกิจ ตามหลักมาตรา 26 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561
  • 8 ตุลาคม 2569 เครือข่ายภาคประชาชนและสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์ฯ ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ผู้เสนอถอนร่าง สสส. ด้านไทยพีบีเอสชี้แจงว่ายังไม่ได้รับผลตรวจของ สตง. อย่างเป็นทางการ

ข้อถกเถียงเรื่องร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่ให้ไทยพีบีเอส สสส. กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เลิกรับเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบแล้วไปรับงบประมาณรายปีแทน ขยายวงระหว่าง 6–8 ตุลาคม 2569 ทั้งแถลงการณ์ของ กสม. การยื่นหนังสือคัดค้าน และคำชี้แจงซ้ำของผู้เสนอ ขณะที่ระบบรับฟังความคิดเห็นของสภาฯ จะปิดในวันที่ 14 ตุลาคม 2569

ร่าง 4 ฉบับเปลี่ยนแหล่งเงินของไทยพีบีเอสและอีก 3 กองทุนอย่างไร

ระบบรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญบนเว็บไซต์สภาฯ ระบุว่าทั้ง 4 ร่างเสนอโดย สส. เป็นร่างการเงิน และเปิดรับฟัง 30 กันยายนถึง 14 ตุลาคม 2569 เหตุผลประกอบร่างอ้างมาตรา 26 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่ห้ามออกกฎหมายเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเพื่อให้หน่วยงานใดใช้เป็นการเฉพาะ และระบุว่าข้อยกเว้นในมาตรา 82 ที่คุ้มครองกฎหมายเดิมเป็นเพียงบทเฉพาะกาล

ร่างกฎหมาย ผู้เสนอตามระบบของสภาฯ สาระสำคัญ ผู้แสดงความเห็น* ไม่เห็นด้วย*
องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะฯ (ไทยพีบีเอส) นายศุภชัย ใจสมุทร กับคณะ ยกเลิกเงินบำรุงตามมาตรา 12–16 และแก้มาตรา 11 (1) 36,944 คน 95.18%
กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ ยกเลิกเงินบำรุงร้อยละ 2 ของภาษีสุราและยาสูบ (มาตรา 11–15) ให้รับงบประมาณรายปีแทน 24,952 คน 94.19%
ผู้สูงอายุ นายศุภชัย ใจสมุทร กับคณะ ยกเลิกเงินบำรุงเข้ากองทุนผู้สูงอายุ ใช้งบประมาณรายปีและเงินบริจาคแทน 8,265 คน 98.64%
การกีฬาแห่งประเทศไทย นายศุภชัย ใจสมุทร กับคณะ ยกเลิกเงินบำรุงกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติจากภาษีสุราและยาสูบ 6,849 คน 98.29%

*ตัวเลข ณ 21.34 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 มาจากผู้ที่เข้ามาแสดงความเห็นเอง ไม่ใช่การสำรวจกลุ่มตัวอย่าง

กราฟแท่งจำนวนผู้แสดงความเห็นต่อร่างแก้กฎหมาย 4 ฉบับในระบบของสภาฯ ณ 8 ตุลาคม 2569: ร่างไทยพีบีเอส 36,944 คน ร่างกองทุน สสส. 24,952 คน ร่างผู้สูงอายุ 8,265 คน และร่างการกีฬาแห่งประเทศไทย 6,849 คน สัดส่วนไม่เห็นด้วย 94–99%
ร่างไทยพีบีเอสมีผู้แสดงความเห็นในระบบของสภาฯ มากที่สุด ทั้ง 4 ร่างมีสัดส่วนไม่เห็นด้วยระหว่าง 94–99% ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร)

เหตุผลของผู้เสนอ: เปลี่ยนระบบการเงิน ไม่ใช่ยกเลิกภารกิจ

นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อและประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ชี้แจงผ่านเว็บไซต์พรรคว่าร่างทั้ง 4 ฉบับไม่ได้ยุบกองทุนหรือยกเลิกองค์กร แต่แก้ "วิธีการได้มาซึ่งเงิน" และเสนอพร้อมกันทั้ง 4 ฉบับเพื่อไม่ให้มองว่ามุ่งเป้าองค์กรใด เขาระบุว่าไทยพีบีเอสได้เงินบำรุงร้อยละ 1.5 จากสุราและยาสูบโดยมีเพดานตามกฎหมาย และเมื่อเปลี่ยนเป็นงบประมาณ ฝ่ายบริหารต้องอธิบายว่าใช้เงินเท่าใดและได้ผลอย่างไร "ผมเสนอให้เปลี่ยนระบบการเงิน ไม่ใช่ยกเลิกภารกิจ" นายศุภชัยกล่าว

วันที่ 7 ตุลาคม เขาตอบนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านซึ่งตั้งคำถามว่าร่างนี้จะนำไปสู่การรวบอำนาจหรือเปิดช่องให้รัฐบาลสั่งการสื่อสาธารณะหรือไม่ ว่า สส. 20 คนขึ้นไปมีสิทธิเสนอร่างตามรัฐธรรมนูญมาตรา 133 และร่างการเงินต้องมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรี หากไม่เห็นด้วยให้ค้านหรือลงมติในสภา ส่วนคำชี้แจงวันที่ 8 ตุลาคม อ้างการเข้าตรวจของ สตง. เมื่อต้นปี 2569 โดยย้ำว่าการถูกตรวจสอบไม่ได้แปลว่าทุจริต และ "รับงบประมาณจากรัฐ" ไม่เท่ากับ "ถูกแทรกแซงโดยรัฐ"

ฝั่งรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเมื่อ 5 ตุลาคม ว่าร่างไม่ได้แก้โครงสร้างไทยพีบีเอส คณะกรรมการบริหารและเครือข่ายผู้ชมยังเหมือนเดิม ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตอบว่ายังไม่ได้คุยกับนายศุภชัย และเป็นไปตามขั้นตอนของสภา

ข้อกังวลของ กสม. และคำชี้แจงของไทยพีบีเอส

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เมื่อ 6 ตุลาคม 2569 หลังได้รับเรื่องจากสมาคมวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าการยกเลิกเงินบำรุงจะทำให้สื่อสาธารณะต้องอยู่ใต้การอนุมัติงบประมาณรายปีจากฝ่ายบริหารหรือฝ่ายการเมือง จนกระทบสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข่าวสาร โดยอ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 34 และ 35 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองฯ ข้อ 19

กสม. ระบุว่าเข้าใจหน้าที่ของรัฐในการรักษาวินัยการเงินการคลัง แต่การจัดสรรงบประมาณต้องไม่กลายเป็นเครื่องมือกดดันสื่อสาธารณะ และกังวลว่าการเปลี่ยนแหล่งเงินของอีก 3 กองทุนอาจกระทบงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันปัญหาที่ต้นเหตุ ในช่วงที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรังรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะต่อผู้สูงอายุ เด็ก และคนพิการ จึงเรียกร้องให้หาทางออกที่ได้สัดส่วนระหว่างสองหลักการ

ด้านไทยพีบีเอส นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ชี้แจงเมื่อ 8 ตุลาคม 2569 ว่าองค์การยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งผลตรวจจาก สตง. อย่างเป็นทางการ การตรวจของ สตง. เป็นการแจ้งข้อบกพร่องและข้อเสนอแนะ ไม่ใช่คำชี้ขาดความผิด และองค์การพร้อมชี้แจงและปรับปรุง โดยยืนยันว่าการใช้เงินอยู่ใต้กฎหมายวินัยการเงินการคลังและกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง

ภาคประชาชนยื่นหนังสือถึงกรรมาธิการและประธานสภาฯ

  • 7 ตุลาคม 2569 สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการไทยพีบีเอสยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองของทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา นางสาวภคมน หนุนอนันต์ ประธานกรรมาธิการฝั่งสภาฯ จะบรรจุเรื่องเข้าวาระวันที่ 22 ตุลาคม และระบุว่าพรรคประชาชนเตรียมเสนอร่างประกบที่เปิดทางให้ไทยพีบีเอสหารายได้จากทรัพย์สินทางปัญญา
  • 7 ตุลาคม 2569 เครือข่ายภาคประชาชนยื่นค้านร่าง สสส. ต่อกรรมาธิการการกิจการศาลฯ โดยนางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน และนางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ สส.พรรคกล้าธรรม รับเรื่อง นางสาวอรทัยขอให้รัฐบาลทบทวนการจัดสรรภาษีส่วนนี้
  • 8 ตุลาคม 2569 ชมรมสันติประชาธรรม สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย และเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเมาแล้วขับ ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร มีข้อเสนอ 5 ข้อ เช่น ขอให้ผู้เสนอถอนร่าง สสส. ศึกษาผลกระทบด้านการคลังและสุขภาพก่อน และยกระดับธรรมาภิบาลแทนการเปลี่ยนแหล่งเงิน
ตัวแทนสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการไทยพีบีเอสยื่นหนังสือคัดค้านการเปลี่ยนแหล่งเงินสนับสนุนไทยพีบีเอสต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร ที่รัฐสภา 7 ตุลาคม 2569
ตัวแทนสภาผู้ชมและผู้ฟังรายการไทยพีบีเอสยื่นหนังสือคัดค้านการเปลี่ยนแหล่งเงินต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ที่รัฐสภา 7 ตุลาคม 2569 ภาพ: สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา (TP Channel)

เสียงในวุฒิสภาและขั้นตอนต่อไปของร่างไทยพีบีเอส

ในวุฒิสภามีทั้งสองมุมมอง นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ระบุเมื่อ 6 ตุลาคม ว่าการนำรายได้จากภาษีบาปเข้าระบบงบประมาณทำให้ตรวจสอบได้ง่ายกว่า แต่ต้องตั้งงบให้เป็นธรรม ขณะที่นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองของวุฒิสภา เห็นว่าควรเพิ่มกลไกตรวจสอบแทนการเปลี่ยนแหล่งเงินที่ออกแบบมาเพื่อรักษาความเป็นอิสระ

หลังปิดรับฟัง 14 ตุลาคม ร่างทั้ง 4 ฉบับซึ่งเป็นร่างการเงินต้องได้คำรับรองของนายกรัฐมนตรีก่อนเข้าสู่การพิจารณาของสภา ตามที่นายศุภชัยอ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 133 ส่วนในสภาฯ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ จะพิจารณาเรื่องไทยพีบีเอส และคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. จะติดตามการใช้จ่ายของไทยพีบีเอสและ สสส. ในวันที่ 22 ตุลาคม 2569

ภาพหน้าจอระบบรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของสภาผู้แทนราษฎร หน้าร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) ระบุผู้เสนอ ช่วงรับฟัง 30 กันยายน–14 ตุลาคม 2569 และประเภทร่างการเงิน
หน้าระบบรับฟังความคิดเห็นของสภาฯ สำหรับร่างแก้ไข พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ระบุผู้เสนอและช่วงรับฟัง ภาพ: สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (ภาพหน้าจอ)

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

ทั้ง 4 หน่วยงานได้เงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบโดยตรงตามกฎหมายของแต่ละแห่ง (Earmarked Tax ตามที่ กสม. เรียก) หากเปลี่ยนเป็นงบประมาณรายปี วงเงินจะขึ้นกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี เช่นเดียวกับหน่วยงานรัฐอื่น ฝ่ายผู้เสนออ้างวินัยการเงินการคลังและการตรวจสอบโดยรัฐสภา ฝ่ายคัดค้านอ้างเสรีภาพสื่อและความต่อเนื่องของงานสุขภาพ เรื่องนี้เกิดในสัปดาห์เดียวกับที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ผลต่อองค์กรไทย

  • องค์กรที่รับทุน สสส. เช่น สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล ท้องถิ่น มูลนิธิ และ NGO ซึ่งระบบของสภาฯ ระบุเป็นผู้เกี่ยวข้อง ควรประเมินว่าโครงการหลายปีพึ่งเงินก้อนนี้เท่าใด
  • ผู้ผลิตรายการและคู่ค้าของไทยพีบีเอส ติดตามว่าวงเงินจะเปลี่ยนอย่างไรหากองค์การต้องขอเงินผ่านกระบวนการงบประมาณ
  • สมาคมกีฬาและหน่วยงานดูแลผู้สูงอายุ ติดตามร่างการกีฬาฯ และร่างผู้สูงอายุที่เปลี่ยนที่มาของกองทุน
  • ส่งความเห็นภายใน 14 ตุลาคม 2569 ผ่านระบบมาตรา 77 ของสภาฯ ซึ่งมีร่างกฎหมายและตารางเปรียบเทียบให้ดาวน์โหลด และติดตามการประชุมกรรมาธิการวันที่ 22 ตุลาคม

ติดตามข่าวรัฐสภาได้ที่หมวดการเมือง

คำถามที่พบบ่อย

ร่างแก้กฎหมายไทยพีบีเอสเปลี่ยนอะไรบ้าง?

ร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) ที่นายศุภชัย ใจสมุทร กับคณะเสนอ มีสาระสำคัญ 2 ข้อ คือแก้มาตรา 11 (1) เรื่องทุนและรายได้ และยกเลิกมาตรา 12 ถึง 16 ที่ให้ไทยพีบีเอสได้เงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบโดยตรง ไทยพีบีเอสจะต้องรับเงินผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน

ร่างกฎหมายเงินบำรุงไทยพีบีเอสและ สสส. มีผลบังคับแล้วหรือยัง?

ยังไม่มีผล ร่างทั้ง 4 ฉบับอยู่ในขั้นรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญซึ่งเปิดถึง 14 ตุลาคม 2569 ทุกฉบับเป็นร่างการเงิน นายศุภชัยระบุว่าร่างลักษณะนี้ต้องมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรี จากนั้นต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรสามวาระและวุฒิสภา ระหว่างนี้ไทยพีบีเอสและ สสส. ยังได้เงินบำรุงตามกฎหมายเดิม

ทำไมผู้เสนอจึงต้องการยกเลิกเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบ?

เหตุผลในร่างอ้างมาตรา 26 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่ห้ามออกกฎหมายเก็บภาษีเพิ่มเพื่อหน่วยงานใดเป็นการเฉพาะ และมองว่าข้อยกเว้นในมาตรา 82 ที่คุ้มครองกฎหมายเดิมเป็นบทเฉพาะกาล นายศุภชัย ใจสมุทร ระบุว่าต้องการให้เงินสาธารณะผ่านกระบวนการงบประมาณที่ตรวจสอบได้ โดยไม่ได้ยุบองค์กรหรือตัดภารกิจ

ใครคัดค้านร่างแก้กฎหมายไทยพีบีเอสและ สสส. และด้วยเหตุผลอะไร?

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกังวลว่าไทยพีบีเอสจะต้องพึ่งการอนุมัติงบประมาณจากฝ่ายบริหารทุกปีจนกระทบความเป็นอิสระและสิทธิรับรู้ข่าวสารของประชาชน สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการไทยพีบีเอสยื่นค้านต่อกรรมาธิการทั้งสองสภา ส่วนเครือข่ายภาคประชาชนและนักศึกษาแพทย์กังวลว่างานสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. จะขาดความต่อเนื่อง

ประชาชนและองค์กรแสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับได้ที่ไหน?

แสดงความเห็นได้ที่ระบบรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ บนเว็บไซต์สภาผู้แทนราษฎร (parliament.go.th/section77) จนถึง 14 ตุลาคม 2569 แต่ละร่างมีคำถามแยกตามประเด็น และมีร่างกฎหมายกับตารางเปรียบเทียบให้ดาวน์โหลด

แหล่งอ้างอิง

  1. ร่างพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... — ระบบรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ตามมาตรา 77 — สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
  2. ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... — ระบบรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ตามมาตรา 77 — สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
  3. “สส.ศุภชัย” แจงชัด 4 ร่างกฎหมาย ไม่ได้ยุบองค์กร ไม่ตัดภารกิจ เปลี่ยนระบบเงินสาธารณะเข้าสู่งบประมาณ — พรรคภูมิใจไทย
  4. แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เรื่อง ข้อกังวลถึงผลกระทบต่อสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน กรณีการเสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ 4 ฉบับ — สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
  5. ประธานชมรมสันติประชาธรรม-นายกสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์ฯ ยื่นประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอส่งข้อเรียกร้องถึงผู้เสนอให้ถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ.สสส. — สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
  6. ไทยพีบีเอสแจง สตง.ยังไม่แจ้งผลตรวจ ย้ำไม่ใช่คำชี้มูลความผิด — ไทยพีบีเอส
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ