4 ร่างกฎหมายเลิกเงินบำรุงไทยพีบีเอส-สสส. ถกหนักในสภาฯ ก่อนปิดรับฟังความเห็น 14 ต.ค.
ร่าง 4 ฉบับของ สส.ภูมิใจไทยให้ไทยพีบีเอส สสส. และอีก 2 กองทุนเลิกรับเงินบำรุงจากภาษีสุรายาสูบไปใช้งบประมาณรายปี กสม.และภาคประชาชนค้าน สภาฯ รับฟังถึง 14 ต.ค.
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 6 นาที ผู้เข้าชม 1

สรุปประเด็นสำคัญ
- ระบบรับฟังความคิดเห็นของสภาผู้แทนราษฎรเปิดรับฟังร่าง 4 ฉบับระหว่าง 30 กันยายน – 14 ตุลาคม 2569 ทุกฉบับเป็นร่างการเงินที่ สส. เสนอ ให้ยกเลิกเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบของไทยพีบีเอส สสส. กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ แล้วรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน
- ร่างไทยพีบีเอส ร่างผู้สูงอายุ และร่างการกีฬาฯ เสนอโดยนายศุภชัย ใจสมุทร กับคณะ ส่วนร่าง สสส. ซึ่งยกเลิกเงินบำรุงร้อยละ 2 ของภาษีสุราและยาสูบ ระบบของสภาฯ ระบุผู้เสนอเป็นนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ
- ณ 21.34 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ร่างไทยพีบีเอสมีผู้แสดงความเห็นในระบบ 36,944 คน สัดส่วนไม่เห็นด้วย 95.18% ส่วนร่าง สสส. มี 24,952 คน ไม่เห็นด้วย 94.19%
- 6 ตุลาคม 2569 กสม. ออกแถลงการณ์กังวลว่าการยกเลิกเงินบำรุงจะกระทบความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ ขณะที่นายศุภชัยยืนยันว่าเป็นการเปลี่ยนระบบการเงิน ไม่ใช่ยกเลิกภารกิจ ตามหลักมาตรา 26 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561
- 8 ตุลาคม 2569 เครือข่ายภาคประชาชนและสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์ฯ ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ผู้เสนอถอนร่าง สสส. ด้านไทยพีบีเอสชี้แจงว่ายังไม่ได้รับผลตรวจของ สตง. อย่างเป็นทางการ
ข้อถกเถียงเรื่องร่างกฎหมาย 4 ฉบับที่ให้ไทยพีบีเอส สสส. กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เลิกรับเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบแล้วไปรับงบประมาณรายปีแทน ขยายวงระหว่าง 6–8 ตุลาคม 2569 ทั้งแถลงการณ์ของ กสม. การยื่นหนังสือคัดค้าน และคำชี้แจงซ้ำของผู้เสนอ ขณะที่ระบบรับฟังความคิดเห็นของสภาฯ จะปิดในวันที่ 14 ตุลาคม 2569
ร่าง 4 ฉบับเปลี่ยนแหล่งเงินของไทยพีบีเอสและอีก 3 กองทุนอย่างไร
ระบบรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญบนเว็บไซต์สภาฯ ระบุว่าทั้ง 4 ร่างเสนอโดย สส. เป็นร่างการเงิน และเปิดรับฟัง 30 กันยายนถึง 14 ตุลาคม 2569 เหตุผลประกอบร่างอ้างมาตรา 26 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่ห้ามออกกฎหมายเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเพื่อให้หน่วยงานใดใช้เป็นการเฉพาะ และระบุว่าข้อยกเว้นในมาตรา 82 ที่คุ้มครองกฎหมายเดิมเป็นเพียงบทเฉพาะกาล
| ร่างกฎหมาย | ผู้เสนอตามระบบของสภาฯ | สาระสำคัญ | ผู้แสดงความเห็น* | ไม่เห็นด้วย* |
|---|---|---|---|---|
| องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะฯ (ไทยพีบีเอส) | นายศุภชัย ใจสมุทร กับคณะ | ยกเลิกเงินบำรุงตามมาตรา 12–16 และแก้มาตรา 11 (1) | 36,944 คน | 95.18% |
| กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) | นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ | ยกเลิกเงินบำรุงร้อยละ 2 ของภาษีสุราและยาสูบ (มาตรา 11–15) ให้รับงบประมาณรายปีแทน | 24,952 คน | 94.19% |
| ผู้สูงอายุ | นายศุภชัย ใจสมุทร กับคณะ | ยกเลิกเงินบำรุงเข้ากองทุนผู้สูงอายุ ใช้งบประมาณรายปีและเงินบริจาคแทน | 8,265 คน | 98.64% |
| การกีฬาแห่งประเทศไทย | นายศุภชัย ใจสมุทร กับคณะ | ยกเลิกเงินบำรุงกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติจากภาษีสุราและยาสูบ | 6,849 คน | 98.29% |
*ตัวเลข ณ 21.34 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 มาจากผู้ที่เข้ามาแสดงความเห็นเอง ไม่ใช่การสำรวจกลุ่มตัวอย่าง

เหตุผลของผู้เสนอ: เปลี่ยนระบบการเงิน ไม่ใช่ยกเลิกภารกิจ
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อและประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ชี้แจงผ่านเว็บไซต์พรรคว่าร่างทั้ง 4 ฉบับไม่ได้ยุบกองทุนหรือยกเลิกองค์กร แต่แก้ "วิธีการได้มาซึ่งเงิน" และเสนอพร้อมกันทั้ง 4 ฉบับเพื่อไม่ให้มองว่ามุ่งเป้าองค์กรใด เขาระบุว่าไทยพีบีเอสได้เงินบำรุงร้อยละ 1.5 จากสุราและยาสูบโดยมีเพดานตามกฎหมาย และเมื่อเปลี่ยนเป็นงบประมาณ ฝ่ายบริหารต้องอธิบายว่าใช้เงินเท่าใดและได้ผลอย่างไร "ผมเสนอให้เปลี่ยนระบบการเงิน ไม่ใช่ยกเลิกภารกิจ" นายศุภชัยกล่าว
วันที่ 7 ตุลาคม เขาตอบนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านซึ่งตั้งคำถามว่าร่างนี้จะนำไปสู่การรวบอำนาจหรือเปิดช่องให้รัฐบาลสั่งการสื่อสาธารณะหรือไม่ ว่า สส. 20 คนขึ้นไปมีสิทธิเสนอร่างตามรัฐธรรมนูญมาตรา 133 และร่างการเงินต้องมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรี หากไม่เห็นด้วยให้ค้านหรือลงมติในสภา ส่วนคำชี้แจงวันที่ 8 ตุลาคม อ้างการเข้าตรวจของ สตง. เมื่อต้นปี 2569 โดยย้ำว่าการถูกตรวจสอบไม่ได้แปลว่าทุจริต และ "รับงบประมาณจากรัฐ" ไม่เท่ากับ "ถูกแทรกแซงโดยรัฐ"
ฝั่งรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุเมื่อ 5 ตุลาคม ว่าร่างไม่ได้แก้โครงสร้างไทยพีบีเอส คณะกรรมการบริหารและเครือข่ายผู้ชมยังเหมือนเดิม ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตอบว่ายังไม่ได้คุยกับนายศุภชัย และเป็นไปตามขั้นตอนของสภา
ข้อกังวลของ กสม. และคำชี้แจงของไทยพีบีเอส
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์เมื่อ 6 ตุลาคม 2569 หลังได้รับเรื่องจากสมาคมวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าการยกเลิกเงินบำรุงจะทำให้สื่อสาธารณะต้องอยู่ใต้การอนุมัติงบประมาณรายปีจากฝ่ายบริหารหรือฝ่ายการเมือง จนกระทบสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข่าวสาร โดยอ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 34 และ 35 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองฯ ข้อ 19
กสม. ระบุว่าเข้าใจหน้าที่ของรัฐในการรักษาวินัยการเงินการคลัง แต่การจัดสรรงบประมาณต้องไม่กลายเป็นเครื่องมือกดดันสื่อสาธารณะ และกังวลว่าการเปลี่ยนแหล่งเงินของอีก 3 กองทุนอาจกระทบงานส่งเสริมสุขภาพและป้องกันปัญหาที่ต้นเหตุ ในช่วงที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรังรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะต่อผู้สูงอายุ เด็ก และคนพิการ จึงเรียกร้องให้หาทางออกที่ได้สัดส่วนระหว่างสองหลักการ
ด้านไทยพีบีเอส นายพิเศษ จียาศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ชี้แจงเมื่อ 8 ตุลาคม 2569 ว่าองค์การยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งผลตรวจจาก สตง. อย่างเป็นทางการ การตรวจของ สตง. เป็นการแจ้งข้อบกพร่องและข้อเสนอแนะ ไม่ใช่คำชี้ขาดความผิด และองค์การพร้อมชี้แจงและปรับปรุง โดยยืนยันว่าการใช้เงินอยู่ใต้กฎหมายวินัยการเงินการคลังและกฎหมายจัดซื้อจัดจ้าง
ภาคประชาชนยื่นหนังสือถึงกรรมาธิการและประธานสภาฯ
- 7 ตุลาคม 2569 สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการไทยพีบีเอสยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองของทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา นางสาวภคมน หนุนอนันต์ ประธานกรรมาธิการฝั่งสภาฯ จะบรรจุเรื่องเข้าวาระวันที่ 22 ตุลาคม และระบุว่าพรรคประชาชนเตรียมเสนอร่างประกบที่เปิดทางให้ไทยพีบีเอสหารายได้จากทรัพย์สินทางปัญญา
- 7 ตุลาคม 2569 เครือข่ายภาคประชาชนยื่นค้านร่าง สสส. ต่อกรรมาธิการการกิจการศาลฯ โดยนางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.พรรคประชาชน และนางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ สส.พรรคกล้าธรรม รับเรื่อง นางสาวอรทัยขอให้รัฐบาลทบทวนการจัดสรรภาษีส่วนนี้
- 8 ตุลาคม 2569 ชมรมสันติประชาธรรม สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์แห่งประเทศไทย และเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเมาแล้วขับ ยื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร มีข้อเสนอ 5 ข้อ เช่น ขอให้ผู้เสนอถอนร่าง สสส. ศึกษาผลกระทบด้านการคลังและสุขภาพก่อน และยกระดับธรรมาภิบาลแทนการเปลี่ยนแหล่งเงิน

เสียงในวุฒิสภาและขั้นตอนต่อไปของร่างไทยพีบีเอส
ในวุฒิสภามีทั้งสองมุมมอง นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. ระบุเมื่อ 6 ตุลาคม ว่าการนำรายได้จากภาษีบาปเข้าระบบงบประมาณทำให้ตรวจสอบได้ง่ายกว่า แต่ต้องตั้งงบให้เป็นธรรม ขณะที่นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองของวุฒิสภา เห็นว่าควรเพิ่มกลไกตรวจสอบแทนการเปลี่ยนแหล่งเงินที่ออกแบบมาเพื่อรักษาความเป็นอิสระ
หลังปิดรับฟัง 14 ตุลาคม ร่างทั้ง 4 ฉบับซึ่งเป็นร่างการเงินต้องได้คำรับรองของนายกรัฐมนตรีก่อนเข้าสู่การพิจารณาของสภา ตามที่นายศุภชัยอ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 133 ส่วนในสภาฯ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ จะพิจารณาเรื่องไทยพีบีเอส และคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. จะติดตามการใช้จ่ายของไทยพีบีเอสและ สสส. ในวันที่ 22 ตุลาคม 2569

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ
ทั้ง 4 หน่วยงานได้เงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบโดยตรงตามกฎหมายของแต่ละแห่ง (Earmarked Tax ตามที่ กสม. เรียก) หากเปลี่ยนเป็นงบประมาณรายปี วงเงินจะขึ้นกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี เช่นเดียวกับหน่วยงานรัฐอื่น ฝ่ายผู้เสนออ้างวินัยการเงินการคลังและการตรวจสอบโดยรัฐสภา ฝ่ายคัดค้านอ้างเสรีภาพสื่อและความต่อเนื่องของงานสุขภาพ เรื่องนี้เกิดในสัปดาห์เดียวกับที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ผลต่อองค์กรไทย
- องค์กรที่รับทุน สสส. เช่น สถาบันการศึกษา โรงพยาบาล ท้องถิ่น มูลนิธิ และ NGO ซึ่งระบบของสภาฯ ระบุเป็นผู้เกี่ยวข้อง ควรประเมินว่าโครงการหลายปีพึ่งเงินก้อนนี้เท่าใด
- ผู้ผลิตรายการและคู่ค้าของไทยพีบีเอส ติดตามว่าวงเงินจะเปลี่ยนอย่างไรหากองค์การต้องขอเงินผ่านกระบวนการงบประมาณ
- สมาคมกีฬาและหน่วยงานดูแลผู้สูงอายุ ติดตามร่างการกีฬาฯ และร่างผู้สูงอายุที่เปลี่ยนที่มาของกองทุน
- ส่งความเห็นภายใน 14 ตุลาคม 2569 ผ่านระบบมาตรา 77 ของสภาฯ ซึ่งมีร่างกฎหมายและตารางเปรียบเทียบให้ดาวน์โหลด และติดตามการประชุมกรรมาธิการวันที่ 22 ตุลาคม
ติดตามข่าวรัฐสภาได้ที่หมวดการเมือง
คำถามที่พบบ่อย
ร่างแก้กฎหมายไทยพีบีเอสเปลี่ยนอะไรบ้าง?
ร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) ที่นายศุภชัย ใจสมุทร กับคณะเสนอ มีสาระสำคัญ 2 ข้อ คือแก้มาตรา 11 (1) เรื่องทุนและรายได้ และยกเลิกมาตรา 12 ถึง 16 ที่ให้ไทยพีบีเอสได้เงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบโดยตรง ไทยพีบีเอสจะต้องรับเงินผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน
ร่างกฎหมายเงินบำรุงไทยพีบีเอสและ สสส. มีผลบังคับแล้วหรือยัง?
ยังไม่มีผล ร่างทั้ง 4 ฉบับอยู่ในขั้นรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญซึ่งเปิดถึง 14 ตุลาคม 2569 ทุกฉบับเป็นร่างการเงิน นายศุภชัยระบุว่าร่างลักษณะนี้ต้องมีคำรับรองของนายกรัฐมนตรี จากนั้นต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรสามวาระและวุฒิสภา ระหว่างนี้ไทยพีบีเอสและ สสส. ยังได้เงินบำรุงตามกฎหมายเดิม
ทำไมผู้เสนอจึงต้องการยกเลิกเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบ?
เหตุผลในร่างอ้างมาตรา 26 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่ห้ามออกกฎหมายเก็บภาษีเพิ่มเพื่อหน่วยงานใดเป็นการเฉพาะ และมองว่าข้อยกเว้นในมาตรา 82 ที่คุ้มครองกฎหมายเดิมเป็นบทเฉพาะกาล นายศุภชัย ใจสมุทร ระบุว่าต้องการให้เงินสาธารณะผ่านกระบวนการงบประมาณที่ตรวจสอบได้ โดยไม่ได้ยุบองค์กรหรือตัดภารกิจ
ใครคัดค้านร่างแก้กฎหมายไทยพีบีเอสและ สสส. และด้วยเหตุผลอะไร?
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกังวลว่าไทยพีบีเอสจะต้องพึ่งการอนุมัติงบประมาณจากฝ่ายบริหารทุกปีจนกระทบความเป็นอิสระและสิทธิรับรู้ข่าวสารของประชาชน สภาผู้ชมและผู้ฟังรายการไทยพีบีเอสยื่นค้านต่อกรรมาธิการทั้งสองสภา ส่วนเครือข่ายภาคประชาชนและนักศึกษาแพทย์กังวลว่างานสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. จะขาดความต่อเนื่อง
ประชาชนและองค์กรแสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับได้ที่ไหน?
แสดงความเห็นได้ที่ระบบรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ บนเว็บไซต์สภาผู้แทนราษฎร (parliament.go.th/section77) จนถึง 14 ตุลาคม 2569 แต่ละร่างมีคำถามแยกตามประเด็น และมีร่างกฎหมายกับตารางเปรียบเทียบให้ดาวน์โหลด
แหล่งอ้างอิง
- ร่างพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... — ระบบรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ตามมาตรา 77 — สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
- ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... — ระบบรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. ตามมาตรา 77 — สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
- “สส.ศุภชัย” แจงชัด 4 ร่างกฎหมาย ไม่ได้ยุบองค์กร ไม่ตัดภารกิจ เปลี่ยนระบบเงินสาธารณะเข้าสู่งบประมาณ — พรรคภูมิใจไทย
- แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เรื่อง ข้อกังวลถึงผลกระทบต่อสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน กรณีการเสนอร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ 4 ฉบับ — สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
- ประธานชมรมสันติประชาธรรม-นายกสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์ฯ ยื่นประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอส่งข้อเรียกร้องถึงผู้เสนอให้ถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ.สสส. — สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา
- ไทยพีบีเอสแจง สตง.ยังไม่แจ้งผลตรวจ ย้ำไม่ใช่คำชี้มูลความผิด — ไทยพีบีเอส
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ