พระราชวังบางปะอิน: ประวัติตั้งแต่ พ.ศ. 2175 หอวิฑูรทัศนา และ พระที่นั่งเวหาศจำรูญ
พระราชวังบางปะอิน อยุธยา เริ่มจากวัดและ พระที่นั่ง สมัยพระเจ้าปราสาททอง พ.ศ. 2175 ฟื้นฟูในรัชกาลที่ 4 สร้าง พระที่นั่ง ส่วนใหญ่ในรัชกาลที่ 5 และเปิดให้เข้าชม
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 15 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า พ.ศ. 2175 พระเจ้าปราสาททอง โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดชุมพลนิกายาราม และ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ องค์แรกบนเกาะบางปะอิน
- รัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตำหนัก 3 หลัง ส่วนในรัชกาลที่ 5 มีการสร้างอาคารหลักของ พระราชวังบางปะอิน ระหว่าง พ.ศ. 2415–2432 รวมถึง หอวิฑูรทัศนา สูง 30 เมตร ที่เสร็จเมื่อ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2424
- พระที่นั่งเวหาศจำรูญ สร้างแบบจีน และเป็นที่ประกอบ พระราชพิธีสังเวยพระป้าย ในเทศกาลตรุษจีน โดยพระป้ายคู่แรกสร้างเมื่อ พ.ศ. 2433
- วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2444 หอทะเบียนที่ดินแห่งแรก ตั้งที่ สภาคารราชประยูร ใน พระราชวังบางปะอิน
พระราชวังบางปะอิน ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีจุดเริ่มต้นเมื่อ พ.ศ. 2175 (ค.ศ. 1632) ที่ พระเจ้าปราสาททอง โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดและ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกทิ้งร้างหลังเสียกรุงครั้งที่ 2 ได้รับการฟื้นฟูในรัชกาลที่ 4 และสร้าง พระที่นั่ง ส่วนใหญ่ที่เห็นวันนี้ในรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวังและเปิดให้เข้าชม
บทความนี้รวบรวมประวัติ อาคารสำคัญ พระราชพิธี ที่ยังจัดอยู่ และข้อมูลการเข้าชม จากหน่วยราชการในพระองค์ เว็บไซต์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สมุดภาพกรุงเก่าของจังหวัด และกรมศิลปากร จุดที่แหล่งข้อมูลระบุปีไม่ตรงกัน เราใส่ไว้ทั้งสองแบบพร้อมบอกที่มา
พระราชวังบางปะอิน อยู่ที่ไหน และเริ่มต้นอย่างไรในสมัยอยุธยา
พระราชวังบางปะอิน ตั้งอยู่ในตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน ห่างจากเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาลงมาทางทิศใต้ประมาณ 18 กิโลเมตร ตามข้อมูลของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
หน่วยราชการในพระองค์เล่าความเป็นมาตามบันทึกใน พระราชพงศาวดาร ครั้งกรุงศรีอยุธยาว่า เมื่อพระเจ้าปราสาททอง ขึ้นครองราชย์ จึง โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นใน พ.ศ. 2175 บนเกาะบางปะอิน ตรงบริเวณนิวาสสถานเดิมของมารดา พระราชทานชื่อว่า “วัดชุมพลนิกายาราม” แล้วสร้าง พระที่นั่งองค์หนึ่ง ขึ้นริมสระน้ำ พระราชทานนามว่า “พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์” บนเกาะที่เรียกว่าเกาะเลน หรือเกาะบางนางอิน ในลำแม่น้ำเจ้าพระยา ใช้เป็นที่สำหรับ เสด็จประพาส
ข้อมูลของจังหวัดเพิ่มเติมว่า สถานที่นี้ สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เนื่องจากเป็นที่ประสูติของพระองค์ และ พระราชวังบางปะอินน่าจะเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาอีกหลายพระองค์ในเวลาต่อมา เพราะอยู่ไม่ไกลจากเกาะเมือง หน่วยราชการในพระองค์สรุปว่า ที่นี่จึงเป็นที่ประพาส สำราญพระราชหฤทัย ของพระเจ้าแผ่นดินในสมัยกรุงศรีอยุธยาตลอดมา

ช่วงรกร้าง และการฟื้นฟูในรัชกาลที่ 4
ข้อมูลของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาระบุว่า หลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง พระราชวังบางปะอิน ถูกปล่อยให้รกร้างไประยะหนึ่ง แล้วกลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งเมื่อสุนทรภู่ซึ่งได้ ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ไปนมัสการพระพุทธบาทสระบุรี ได้ประพันธ์ถึง พระราชวังบางปะอิน ไว้ในนิราศพระบาท
การฟื้นฟูเริ่มใน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) หน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า ครั้งนั้น พระราชทานนาม ใหม่ว่า เกาะบางปะอิน และ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตำหนัก ขึ้น 3 หลัง กับปลูกพลับพลาโถงที่ไร่แตงอีกหลังหนึ่ง เป็นที่ประทับระหว่างเสด็จประพาสกรุงเก่า ในลำน้ำเจ้าพระยา
รัชกาลที่ 5 สร้างพระราชวังสำหรับแปรพระราชฐาน
ใน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 หน่วยราชการในพระองค์เล่าว่า ทรงพิจารณา เห็นว่า พระตำหนัก ที่เกาะบางปะอินมีความสมบูรณ์ ที่จะสร้าง พระราชวังสำหรับแปรพระราชฐาน จึง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง พระที่นั่ง และสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ขึ้นดังที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน
ข้อมูลของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบอกจุดประสงค์ว่า อาคารเหล่านี้สร้างขึ้น เพื่อใช้เป็นที่ประทับรับรองพระราชอาคันตุกะ และ พระราชทานเลี้ยง ในโอกาสต่าง ๆ อาคารที่สร้างในรัชกาลนี้จึงมีทั้งแบบไทย จีน และยุโรปอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
หน่วยราชการในพระองค์แบ่ง พระราชวังบางปะอิน ออกเป็น 2 ส่วน
- เขตพระราชฐานชั้นนอก มีหอเหมมณเฑียรเทวราช พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ พระที่นั่งวโรภาษพิมาน และสภาคารราชประยูร
- เขตพระราชฐานชั้นใน มี พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร หอวิฑูรทัศนา พระที่นั่งเวหาศจำรูญ พระตำหนักฝ่ายใน และอนุสาวรีย์หลายแห่ง
ทางเชื่อมระหว่างสองเขตคือ ประตูเทวราชครรไล ซึ่งจะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป เรื่องอื่นในรัชกาลเดียวกันอ่านต่อได้ที่ รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ลำดับเหตุการณ์ของ พระราชวังบางปะอิน
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 2175 (1632) | สร้างวัดชุมพลนิกายาราม และ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ องค์แรก (หน่วยราชการในพระองค์) |
| สมัยรัชกาลที่ 4 | ตั้งชื่อเกาะบางปะอิน สร้างตำหนัก 3 หลังและพลับพลาโถงที่ไร่แตง |
| 2415 (1872) | สร้าง พระที่นั่งวโรภาษพิมาน (สมุดภาพกรุงเก่า) |
| 2415–2419 | สร้างหอเหมมณเฑียรเทวราชครั้งแรก (Go Ayutthaya) |
| 2419 (1876) | พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ องค์ปัจจุบันสร้างเสร็จ |
| 2420 (1877) | สร้าง พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร |
| 16 มิถุนายน 2424 (1881) | หอวิฑูรทัศนาสร้างเสร็จ |
| 2432 (1889) | สร้าง พระที่นั่งเวหาศจำรูญ |
| 2433 (1890) | สร้างพระป้ายคู่แรกสำหรับ พระที่นั่งเวหาศจำรูญ |
| 23 กันยายน 2444 (1901) | ตั้งหอทะเบียนที่ดินแห่งแรกที่สภาคารราชประยูร |
| 14 กรกฎาคม 2447 (1904) | ขบวนประพาสต้นออกจากสะพานน้ำหน้า พระที่นั่งวโรภาษพิมาน |
| 2470 (1927) | สร้างพระป้ายคู่ที่สองในรัชกาลที่ 7 |
| 9 ธันวาคม 2481 (1938) | ไฟไหม้ พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร ระหว่างการบูรณะ |
| 2537 (1994) | สร้าง พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร ขึ้นใหม่ |
| 13 เมษายน 2564 (2021) | สำนักพระราชวังปิดการเข้าชมชั่วคราว |
| 1 พฤศจิกายน 2565 (2022) | เปิดให้เข้าชมอีกครั้ง |
หอเหมมณเฑียรเทวราช: ปรางค์ศิลาที่ระลึกถึงพระเจ้าปราสาททอง
ข้อมูลของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อธิบายว่า หอเหมมณเฑียรเทวราช หรือที่บางคนเรียกว่า “ศาลพระเจ้าปราสาททอง” เป็นปรางค์ศิลาจำลองแบบจากปรางค์ขอม ภายใน ประดิษฐานเทวรูปสมมุติแทนพระองค์พระเจ้าปราสาททอง ตั้งอยู่ใน เขตพระราชฐานชั้นนอก ของ พระราชวังบางปะอิน ริมสระใต้ต้นโพธิ์
หน่วยราชการในพระองค์ระบุผู้ออกแบบว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประดิฐวรการ ทรงจำลองแบบปรางค์ขอม มาสร้างขึ้นตรงต้นโพธิ์ใหญ่ใกล้ศาลเดิมที่ชาวเกาะบางปะอินสร้าง อุทิศถวายสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง
ปีที่สร้างมีหลายแบบ ข้อมูลของจังหวัดบอกว่าสร้างครั้งแรกระหว่าง พ.ศ. 2415–2419 และมีการสร้างครั้งที่ 2 ตั้งแต่ พ.ศ. 2423 แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2432 ส่วนสมุดภาพกรุงเก่าของจังหวัดระบุว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2426 หอนี้ยังเป็นจุดแรกของ พระราชพิธีสังเวยพระป้าย ในทุกเทศกาลตรุษจีน

พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์: ปราสาทกลางสระ
ภาพที่คนส่วนใหญ่จดจำของ พระราชวังบางปะอิน คือ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ องค์ปัจจุบัน ข้อมูลของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเรียกว่า “เสมือนหนึ่งสัญลักษณ์ของ พระราชวังบางปะอิน” ลักษณะเป็นปราสาทจตุรมุขกลางน้ำ รัชกาลที่ 5 ทรงให้จำลองแบบมาจาก พระที่นั่งอาภรณ์ภิโมกข์ ใน พระบรมมหาราชวัง
สมุดภาพกรุงเก่าระบุว่าองค์นี้เป็น พระที่นั่ง โถงจตุรมุขมียอดปราสาท สร้างแล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2419 ตั้งอยู่กลางน้ำ และภายใน ประดิษฐาน พระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หล่อด้วยสำริดขนาดเท่าองค์จริง บทความของจังหวัดอีกหน้าหนึ่งระบุปีเดียวกัน และอธิบายว่าชื่อตั้งตามองค์แรกที่สร้างในสมัยพระเจ้าปราสาททอง

พระที่นั่งวโรภาษพิมาน และประตูเทวราชครรไล
สมุดภาพกรุงเก่าระบุว่า พระที่นั่งวโรภาษพิมาน ใน พระราชวังบางปะอิน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2415 ข้อมูลของจังหวัดเล่าว่า พระที่นั่งวโรภาษพิมาน เป็นพระที่นั่งตึกชั้นเดียว ใช้เป็นที่ประทับและท้องพระโรงเสด็จว่าราชการ ภายในมีห้องโถงรับรองและ ห้องทรงพระสำราญ แต่เดิมเคยมีสองชั้นก่อนดัดแปลงเหลือชั้นเดียว ส่วนองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) บรรยายว่าอาคารเป็นแบบวิหารกรีกแบบคอรินเธียน
อาคารนี้เป็นจุดเริ่มของการเดินทางที่เรียกว่า “ประพาสต้น” พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี สรุปว่า เส้นทางเริ่มจากสะพานน้ำหน้า พระที่นั่งวโรภาษพิมาน เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2447 ผ่านนนทบุรี สมุทรสาคร ราชบุรี สมุทรสงคราม เพชรบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี และอ่างทอง แล้วกลับจากบางปะอินโดยรถไฟ ถึงกรุงเทพฯ วันที่ 7 สิงหาคม รวม 25 วัน
ด้านที่ติดสระของ พระที่นั่งวโรภาษพิมาน มีสะพานเชื่อมไปยัง ประตูเทวราชครรไล ทางเข้า เขตพระราชฐานชั้นใน อพท. อธิบายว่าสะพานและประตูนี้มีฉากคล้ายบานเกล็ดกั้นกลาง เพื่อแยกทางเดินของฝ่ายหน้าและฝ่ายใน


สภาคารราชประยูร และหอทะเบียนที่ดินแห่งแรก
สภาคารราชประยูร เป็นอาคารสองชั้นริมน้ำของ พระราชวังบางปะอิน ข้อมูลของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาระบุว่า เคยเป็นที่ประทับของเจ้านายฝ่ายหน้าและข้าราชบริพาร ปัจจุบันจัดแสดงสิ่งของซึ่งมีผู้ ทูลเกล้าถวายฯ ในวโรกาสต่าง ๆ
อาคารนี้มีบทบาทในประวัติศาสตร์ที่ดินของไทย หน่วยราชการในพระองค์ เล่าว่า เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสมณฑลกรุงเก่า ทรงทราบว่าราษฎรมีกรณีพิพาทถึงขั้นร้องเรียนในเรื่องเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นจำนวนมาก จึงให้จัดทำทะเบียนที่ดิน การเดินสำรวจรังวัดครั้งแรกเริ่มเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2444 ที่ตำบลบ้านพลับ ตำบลบ้านแป้ง และตำบลเกาะเกิด อำเภอพระราชวังบางปะอิน
จากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งหอทะเบียนที่ดินแห่งแรกคือหอทะเบียนมณฑลกรุงเก่า ที่สภาคารราชประยูร ในพระราชวังบางปะอิน เมื่อวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2444 และโฉนดที่ดินฉบับแรกออกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2444 ที่ตำบลบ้านแป้ง

พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร: เรือนไม้แบบสวิส ไฟไหม้ และการสร้างใหม่
สมุดภาพกรุงเก่าระบุว่า พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร เป็น พระที่นั่ง องค์ประธานภายใน พระราชวังบางปะอิน สร้างเมื่อ พ.ศ. 2420 เป็นเรือนไม้ 2 ชั้น สถาปัตยกรรมแบบชาเลต์ของสวิตเซอร์แลนด์ ข้อมูลของจังหวัดเล่าว่า เป็นที่ประทับซึ่งองค์รัชกาลที่ 5 ทรงโปรด
ในวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2481 เกิดไฟไหม้ทั้งองค์ระหว่างการบูรณะ แหล่งข้อมูลเล่าการสร้างใหม่ต่างกันเล็กน้อย ข้อมูลของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาระบุว่า ปี พ.ศ. 2537 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตสร้างพระที่นั่งแห่งนี้ขึ้นใหม่ ส่วน อพท. ระบุว่าการสร้างใหม่เป็นอาคารคอนกรีตแทนองค์เก่า ตามคำกราบบังคมทูลของสำนักพระราชวัง

หอวิฑูรทัศนา: หอสูง 30 เมตร
ข้อมูลของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาระบุว่า หอวิฑูรทัศนา ใน พระราชวังบางปะอิน ตั้งอยู่ระหว่าง พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียรและพระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2424 ใช้สำหรับเป็นที่ เสด็จขึ้นไปทอดพระเนตรภูมิประเทศโดยรอบของพระราชวัง อีกหน้าหนึ่งของจังหวัดระบุว่าเป็นที่ส่องกล้องชมภูมิทัศน์และดูดาว
รายละเอียดของอาคารตามข้อมูลเดียวกัน
- สูง 30 เมตร เป็นหอคอย 3 ชั้น 12 เหลี่ยม ยอดคลุมด้วยหลังคารูปครึ่งวงกลม
- สถาปัตยกรรมผสมผสานแบบยุโรป ทาสีแดงสลับเหลือง
- บันไดเวียน 112 ขั้น แบ่งเป็น 18 ขั้นถึงชั้นที่ 1, 55 ขั้นถึงชั้นที่ 2 และ 39 ขั้นถึงชั้นที่ 3
กล่าวกันว่าเมื่อแรกสร้างยังมองเห็นช้างป่าเดินเป็นโขลงตามชายทุ่ง และหากขึ้นไปในฤดูทำนาจะเห็นทุ่งนาโดยรอบ จนมีคำกล่าวว่า “ดูนาที่ไหนเล่า ไม่เท่าที่บางปะอิน”

พระที่นั่งเวหาศจำรูญ: สถาปัตยกรรมแบบจีน
พระที่นั่งเวหาศจำรูญ (บางแหล่งสะกด เวหาศน์จำรูญ) ใน พระราชวังบางปะอิน เป็น พระที่นั่งสถาปัตยกรรมแบบจีน 2 ชั้น สมุดภาพกรุงเก่าระบุว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 2432 ข้อมูลของจังหวัดเล่าว่า พ่อค้าชาวจีนในประเทศไทย สร้างขึ้นน้อมถวาย รัชกาลที่ 5 ส่วน อพท. ระบุว่าผู้สร้างคือพระยาโชฎึกราชเศรษฐี (ฟัก) และมีชื่อภาษาจีนว่า เทียน เม่ง เต้ย
อพท. บรรยายว่าภายในมีลายแกะสลัก โถงหน้าปูพื้นกระเบื้องกังไสที่ทุกแผ่นมีภาพเขียน และเครื่องตกแต่งจากจีน สมุดภาพกรุงเก่าบันทึกภาพท้องพระโรงบน ซึ่งทางขึ้นมีแผ่นหินอ่อนรูปหยินหยาง ตราสัญลักษณ์ลัทธิเต๋าของจีน
หน่วยราชการในพระองค์อธิบายว่า รัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างพระที่นั่งสถาปัตยกรรมแบบจีน นามว่า พระที่นั่งเวหาศจำรูญ ขึ้นที่พระราชวังบางปะอิน และมี พระวิมานลับแล ตั้งที่บูชาเช่นธรรมเนียมบ้านชาวจีนที่มีป้ายชื่อบรรพบุรุษ


พระป้าย และ พระราชพิธีสังเวยพระป้าย ที่บางปะอิน
หน่วยราชการในพระองค์อธิบายว่า พระราชพิธีสังเวยพระป้าย เป็นพระราชพิธีที่แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษบุพการีในเทศกาลตรุษจีน พระป้ายมี 2 แห่ง คือที่ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และที่ พระที่นั่งเวหาศจำรูญ พระราชวังบางปะอิน
พระป้ายที่ พระราชวังบางปะอิน มี 2 คู่ ทำด้วยไม้จันทน์ขอบสลักลายจีนปิดทอง
- คู่แรก เป็นแผ่นพระป้ายอักษรจีน พระปรมาภิไธยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กับแผ่นพระป้าย พระนามาภิไธยสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2433 แล้วเชิญไปประดิษฐานใน พระวิมานลับแล ท้องพระโรงกลางชั้นบน
- คู่ที่สอง เป็นพระป้ายของรัชกาลที่ 5 และ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นสำหรับทรงสักการบูชา ณ พระที่นั่งเวหาศจำรูญ เมื่อ พ.ศ. 2470
ขั้นตอนพิธีที่ พระที่นั่งเวหาศจำรูญ
เดิมพิธีที่ พระราชวังบางปะอิน จัดใน “วันไหว้” ของเทศกาลตรุษจีน ต่อมา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดพิธีสังเวยพร้อมกันในวันตรุษจีน
หน่วยราชการในพระองค์บรรยายขั้นตอนในปัจจุบันว่า เริ่มจาก ผู้แทนพระองค์ ทรงจุดธูปเทียนถวายสักการะ ที่หอเหมมณเฑียรเทวราช แล้วไปยัง พระที่นั่งเวหาศจำรูญ ทรงจุดธูป เทียนเงิน เทียนทอง หน้าเครื่องสังเวย และ ทรงเผากระดาษเงิน กระดาษทอง ข่าวของหน่วยราชการในพระองค์เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ผู้แทนพระองค์ ไปในการสังเวยพระป้าย ที่นี่เป็นประจำทุกปี

อนุสาวรีย์ เก๋ง และอาคารอื่น
ใน เขตพระราชฐานชั้นใน ยังมี พระตำหนักฝ่ายใน ซึ่งข้อมูลของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาบรรยายว่าเป็นหมู่อาคารแบบตะวันตก และมีอนุสาวรีย์ต่าง ๆ ที่รัชกาลที่ 5 ทรงให้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง พระบรมราชเทวี พระอัครชายาเธอฯ พระราชโอรส และ พระราชธิดา หลายพระองค์
อนุสาวรีย์ที่มีชื่อเฉพาะแห่งหนึ่งของ พระราชวังบางปะอิน คืออนุสาวรีย์ราชานุสรณ์ สมุดภาพกรุงเก่าระบุว่าเป็น พระอนุสาวรีย์ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ สร้างขึ้นเพื่อเป็นพระราชอนุสรณ์ถึง พระอัครชายาเธอฯ และพระเจ้าลูกเธอทั้งหมด 4 พระองค์ที่สิ้นพระชนม์เมื่อ พ.ศ. 2430
ในสวนยังมีศาลาไม้ฉลุสีขาว ซึ่ง อพท. เรียกว่าเก๋งบุปผาประพาส เป็นตำหนักเก๋งเล็กกลางสวนริมสระที่สร้างในรัชกาลที่ 5 และมีไม้ดัดรูปช้างในสนามหญ้า

การใช้ พระราชวังบางปะอิน ในปัจจุบัน และการเข้าชม
ข้อมูลของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาระบุว่า ปัจจุบัน พระราชวังบางปะอิน อยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวัง และยังใช้เป็นสถานที่ แปรพระราชฐานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงประกอบ พระราชพิธีสังเวยพระป้าย แต่เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมได้
ข้อมูลการเข้าชมที่หน่วยงานรัฐเผยแพร่
- เว็บไซต์ท่องเที่ยวของจังหวัด ระบุที่อยู่ ถนนปราสาททอง ตำบลบ้านเลน และเวลาเปิด 08.00–16.00 น.
- ผู้เข้าชมต้องแต่งกายสุภาพ ห้ามเสื้อแขนกุด กางเกงหรือกระโปรงสั้นกว่าเข่า กางเกงรัดรูป และรองเท้าเปิดส้นที่ไม่มีสายรัดข้อเท้า ผู้ที่แต่งกายไม่ตรงระเบียบต้องสวมผ้าคลุม ซึ่งทางพระราชวังจัดเตรียมไว้ให้
- สำนักพระราชวังประกาศปิดการเข้าชมชั่วคราวตั้งแต่ 13 เมษายน 2564 ช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเปิดให้เข้าชมอีกครั้งตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2565
ค่าเข้าชมและเวลาอาจเปลี่ยนตามประกาศ จึงควรตรวจข่าวประชาสัมพันธ์ของหน่วยราชการในพระองค์ก่อนเดินทาง ซึ่งยังเผยแพร่วิดีโอชุด “พระราชวังบางปะอิน” ทุกสัปดาห์
ภาพบันทึก









มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
- ยังใช้งานอยู่ พระราชวังบางปะอิน อยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวัง ใช้เป็นสถานที่ แปรพระราชฐาน และประกอบ พระราชพิธี โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชม
- พิธีประจำปี พระราชพิธีสังเวยพระป้าย ที่ พระที่นั่งเวหาศจำรูญ ยังจัดทุกเทศกาลตรุษจีน ควบคู่กับที่ พระที่นั่งอัมพรสถาน
- อาคารจากหลายยุค ตั้งแต่ชื่อ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ที่สืบมาจาก พ.ศ. 2175 อาคารที่สร้างในรัชกาลที่ 5 จนถึง พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร ที่สร้างขึ้นใหม่ใน พ.ศ. 2537
- จุดเริ่มของทะเบียนที่ดิน สภาคารราชประยูร เป็นที่ตั้งหอทะเบียนที่ดินแห่งแรก เมื่อ พ.ศ. 2444
- การเข้าชม พระราชวังบางปะอิน เปิดให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน ตามเวลาที่จังหวัดเผยแพร่ 08.00–16.00 น.
- วัดคู่เกาะ วัดชุมพลนิกายาราม ซึ่งเป็นจุดเริ่มของเกาะบางปะอินในสมัยพระเจ้าปราสาททอง ซึ่งข้อมูลของจังหวัดระบุว่าอยู่ติดกับ พระราชวังบางปะอิน
บทความเรื่องอื่นในชุดเดียวกัน อ่านต่อได้ที่หมวด พระราชวัง และ พระที่นั่ง
คำถามที่พบบ่อย
พระราชวังบางปะอิน สร้างเมื่อไร และใครเป็นผู้สร้าง?
ตามที่หน่วยราชการในพระองค์บันทึก พระราชวังบางปะอิน เริ่มจาก พ.ศ. 2175 เมื่อพระเจ้าปราสาททอง โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดชุมพลนิกายาราม และ พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ บนเกาะบางปะอิน หลังเสียกรุงครั้งที่ 2 ถูกทิ้งร้าง แล้วได้รับการฟื้นฟูในรัชกาลที่ 4 และสร้าง พระที่นั่ง ส่วนใหญ่ที่เห็นทุกวันนี้ในรัชกาลที่ 5
ใน พระราชวังบางปะอิน มีอาคารสำคัญอะไรบ้าง?
อาคารสำคัญใน พระราชวังบางปะอิน ได้แก่ หอเหมมณเฑียรเทวราช พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ พระที่นั่งวโรภาษพิมาน สภาคารราชประยูร ประตูเทวราชครรไล พระที่นั่งอุทยานภูมิเสถียร หอวิฑูรทัศนา และ พระที่นั่งเวหาศจำรูญ ซึ่งสร้างแบบจีน
พระราชพิธีสังเวยพระป้าย ที่ พระราชวังบางปะอิน คืออะไร?
หน่วยราชการในพระองค์อธิบายว่า พระราชพิธีสังเวยพระป้าย เป็นพระราชพิธีที่แสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบรรพบุรุษบุพการีในเทศกาลตรุษจีน พระป้ายมี 2 แห่ง คือที่ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และที่ พระที่นั่งเวหาศจำรูญ พระราชวังบางปะอิน ซึ่งมี ผู้แทนพระองค์ ไปในการสังเวยพระป้าย เป็นประจำทุกปี
พระราชวังบางปะอิน เปิดให้เข้าชมหรือไม่?
เปิด เว็บไซต์ท่องเที่ยวของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาระบุว่า พระราชวังบางปะอิน เปิดให้เข้าชมเวลา 08.00–16.00 น. ผู้เข้าชมต้องแต่งกายสุภาพ ห้ามเสื้อแขนกุดและกางเกงหรือกระโปรงสั้นกว่าเข่า สำนักพระราชวังเคยปิดการเข้าชมชั่วคราวตั้งแต่ 13 เมษายน 2564 และเปิดอีกครั้งตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2565 ควรตรวจประกาศล่าสุดก่อนเดินทาง
แหล่งอ้างอิง
- พระราชวังบางปะอิน (ข้อมูลการเยี่ยมชม) — หน่วยราชการในพระองค์
- พระราชพิธีสังเวยพระป้าย — หน่วยราชการในพระองค์
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงประกอบพระราชพิธีสังเวยพระป้าย เนื่องในเทศกาลตรุษจีน พุทธศักราช 2569 — หน่วยราชการในพระองค์
- โฉนดที่ดิน “ฉบับแรก” ของไทย — หน่วยราชการในพระองค์
- สำนักพระราชวังขอแจ้งปิดการเข้าชมพระราชฐานและสถานที่ต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๖๔ — หน่วยราชการในพระองค์
- สมุดภาพกรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนพุทธศักราช ๒๕๐๐ หน้า 157 (หอเหมมณเฑียรเทวราช และอนุสาวรีย์ราชานุสรณ์) — จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- พระราชวังบางปะอิน (ประวัติและการบูรณะ) — จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (Go Ayutthaya)
- พระราชวังบางปะอิน (สถานที่ภายในพระราชวังและการเข้าชม) — จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (Go Ayutthaya)
- หอวิฑูรทัศนา พระราชวังบางปะอิน — จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (Go Ayutthaya)
- หอเหมมณเฑียรเทวราช — จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (Go Ayutthaya)
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- ประเทศและสถานที่
- จีน62ยุโรป73กรุงเทพฯ80
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ