พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ประวัติตั้งแต่ พ.ศ. 2518 สวน ป่า และศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ สกลนคร เริ่มสร้าง พ.ศ. 2518 เป็น ที่ประทับ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสวน 5 รูปแบบ งานฟื้นฟูป่า และเป็นต้นทางของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 15 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เริ่มสร้างใน พ.ศ. 2518 โดยอาคารหลังแรกคือ พระตำหนักปีกไม้ แบบล็อคเคบิน และมีการ ประทับ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519
- หน่วยราชการในพระองค์ระบุพื้นที่ 1,294 ไร่ ส่วนสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนครระบุว่าเริ่มที่ 940 ไร่ และขยายรวมเป็น 1,950 ไร่
- สถาปนิกผู้ออกแบบคือ ม.ร.ว.มิตรารุณ เกษมศรี ผู้วางภูมิทัศน์คือศาสตราจารย์พิเศษ ประชิด มาวานนท์ และจัดสวนไว้ 5 รูปแบบ
- วันที่ 25 พฤศจิกายน 2525 มี พระราชดำริ เรื่องศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปีงบประมาณ 2527 ที่บ้านนานกเค้า ตำบลห้วยยาง
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาภูพาน ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เริ่มสร้างใน พ.ศ. 2518 (ค.ศ. 1975) เมื่อ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สำรวจพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อสร้างพระตำหนักสำหรับแปรพระราชฐานในการเยี่ยมเยียนราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดาร
บทความนี้รวบรวมประวัติ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จากหน้าข้อมูลการเยี่ยมชมและข่าวของหน่วยราชการในพระองค์ ข้อมูลโครงการของสำนักงาน กปร. และข้อมูลของหน่วยงานในจังหวัดสกลนคร ตั้งแต่การสำรวจพื้นที่ อาคาร สวน การฟื้นฟูป่า ไปจนถึงศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานและการเข้าชมในปัจจุบัน ส่วน พระราชวัง แห่งอื่นอยู่ในหมวด พระราชวัง และ พระที่นั่ง
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์: ข้อมูลสำคัญโดยสรุป
- ที่ตั้ง: ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ริมทางหลวงหมายเลข 213 สายสกลนคร–กาฬสินธุ์ บริเวณกิโลเมตรที่ 14 ห่างจากตัวเมืองประมาณ 16 กิโลเมตร ในเขตอุทยานแห่งชาติภูพาน
- เริ่มสร้าง: พ.ศ. 2518 อาคารหลังแรกคือ พระตำหนักปีกไม้ แบบล็อคเคบิน
- การ ประทับ ครั้งแรก: วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519
- พื้นที่: 1,294 ไร่ ตามหน่วยราชการในพระองค์ (สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนครระบุ 940 ไร่เมื่อแรกตั้ง และรวมเป็น 1,950 ไร่หลังขยาย)
- สถาปนิก: ม.ร.ว.มิตรารุณ เกษมศรี
- ผู้วางภูมิทัศน์: ศาสตราจารย์พิเศษ ประชิด มาวานนท์
- สวน: 5 รูปแบบ และอ่างเก็บน้ำคำหอม ความจุ 50,000 ลูกบาศก์เมตร
- โครงการที่เกี่ยวข้อง: ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่บ้านนานกเค้า
ที่มา: ที่ประทับ ประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
หน้าข้อมูลของหน่วยราชการในพระองค์เล่าว่า ก่อนจะมีที่นี่ มีการสร้าง พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเริ่ม ประทับแรม ตั้งแต่ พ.ศ. 2505 และ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเริ่ม ประทับแรม ตั้งแต่ พ.ศ. 2516 (อ่านเพิ่มเติมที่ ภูพิงคราชนิเวศน์ และ ทักษิณราชนิเวศน์)
ใน พ.ศ. 2518 จึง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สำรวจพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อสร้างพระตำหนักสำหรับแปรพระราชฐานในการเยี่ยมเยียนราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดาร แหล่งเดียวกันบันทึกบริบทของช่วงเวลานั้นไว้ว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความขัดแย้งทางความคิดในเรื่องลัทธิการปกครอง และพื้นที่อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม กับอำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร ถือเป็นพื้นที่สีแดง
เทือกเขาภูพาน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าป่าชมภูพาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ทอดยาวเข้าไปใน 3 จังหวัด คือ สกลนคร กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร มีเนื้อที่กว่า 436,000 ไร่ เป็นป่าดงดิบที่สมบูรณ์และมีถ้ำขนาดใหญ่
พระราชประวัติ ที่หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่ระบุว่า ทรงถือเป็นธรรมเนียมที่จะเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระตำหนักในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภูพิงคราชนิเวศน์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภูพานราชนิเวศน์ และภาคใต้ ทักษิณราชนิเวศน์ เพื่อทรงงานช่วยเหลือพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดารเป็นประจำทุกปี
การสำรวจที่ตั้ง พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ใกล้น้ำตกตาดโตน
ก่อนเลือกที่ตั้ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพิจารณารายละเอียดของเทือกเขาภูพานจากแผนที่ทางอากาศ จากนั้น คณะสำรวจจากราชสำนัก ร่วมกับคณะของจังหวัดซึ่งนำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมทหาร ตำรวจ สถาปนิก และวิศวกร เดินทางเข้าสู่พื้นที่ใกล้เขตป่าสงวนน้ำตกตาดโตน
บริเวณนั้นเป็นที่ราบเชิงเขาที่มีธารน้ำไหลผ่าน คณะผู้สำรวจจึงกำหนดแนวแผนผังบริเวณก่อสร้าง พระตำหนัก ไว้ที่นั่น โดยรอบแนวก่อสร้างยังเป็นป่าไม้ประดู่สลับกับไม้ตะแบก
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนครเล่าเรื่องเดียวกันว่า มีการใช้แผนที่ทางอากาศและ การเสด็จสำรวจเส้นทาง บริเวณป่าเขาและน้ำตก และ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นผู้ ทรงเลือกพื้นที่สร้างพระตำหนักด้วยพระองค์เอง
พระตำหนักปีกไม้ และการ ประทับ ครั้งแรก พ.ศ. 2519
ในบริเวณที่คณะสำรวจกำหนดไว้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างเรือนรับรองหลังแรก คือ พระตำหนักปีกไม้ ในรูปแบบล็อคเคบิน เริ่มก่อสร้างใน พ.ศ. 2518
เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2519 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ ฯ มาประทับที่พระตำหนักปีกไม้ เป็นครั้งแรก
หน้าข้อมูลของ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เรียกอาคารนี้อีกชื่อว่า เรือนรับรองปีกไม้ ซึ่งเป็นเรือนที่ เสด็จ ฯ มาประทับครั้งแรก ปัจจุบันแต่งด้วยสวนประดับหินและไม้ดอกตามฤดูกาล
พระตำหนักหลังใหญ่ และขนาดพื้นที่ของ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์
ในช่วงเดียวกัน ได้มีพระบรมราชโองการให้สร้างพระตำหนักใหญ่ ตรงพื้นที่ที่กำหนดไว้ตั้งแต่ พ.ศ. 2518 พื้นที่นั้นเป็นเนินผา อยู่ห่างจาก พระตำหนักปีกไม้ ไม่มากนัก และเป็นเนินสูงที่มองเห็นสภาพโดยรอบได้ หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า ทรงใช้แผนที่ทางอากาศ ในการกำหนดที่ตั้ง
- พระตำหนักหลังใหญ่เป็นตึกสองชั้น รูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่
- มี พระตำหนักอีกหลังหนึ่ง ติดกัน มีทางเชื่อม และเป็นรูปแบบยุคสมัยเดียวกัน
- มีอาคารบ้านพักข้าราชบริพาร ให้เพียงพอต่อการเข้าพัก
- สถาปนิกผู้ออกแบบคือ ม.ร.ว.มิตรารุณ เกษมศรี และผู้วางภูมิทัศน์คือศาสตราจารย์พิเศษ ประชิด มาวานนท์
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนครให้รายละเอียดว่า พระตำหนักใหญ่ สร้างตาม พระบรมราชโองการ ใน พ.ศ. 2519 อยู่ห่างจาก พระตำหนักปีกไม้ ประมาณ 500 เมตร หมู่พระตำหนัก มีรวม 4 หลัง และมีบ้านพักข้าราชการฝ่ายในอีก 68 หลังอยู่รายรอบ
ตัวเลขพื้นที่ในแหล่งข้อมูลไม่ตรงกัน หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ มีพื้นที่ 1,294 ไร่ ส่วนสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนครระบุว่าเมื่อแรกตั้งมี 940 ไร่ ต่อมาขยายอีกประมาณ 1,010 ไร่ เพื่อโครงการฟื้นฟูสภาพป่าคืนชีวิตสู่ธรรมชาติ รวมเป็น 1,950 ไร่
สวน 5 รูปแบบของ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์
หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า นอกจากด้านรูปทรงสถาปัตยกรรมแล้ว งานภูมิทัศน์คือจุดเด่นที่ดึงดูดผู้เข้าชม พื้นที่เป็นเชิงเนินชายเทือกเขาภูพานตอนกลาง เป็นภูเขาหินทรายที่ปกคลุมด้วยผิวดินบนดินลูกรัง จึงจัดสวนได้ 5 รูปแบบ
- สวนรวมพันธุ์ไม้ (Mixed Garden)
- สวนแบบประดิษฐ์ (Formal Style)
- สวนแบบธรรมชาติ (Informal Style)
- สวนหินประดับ (Rock Garden)
- สวนประดับหิน (Stone Garden)
นอกเขต พระตำหนัก ริมถนนมีอ่างเก็บน้ำคำหอม ปริมาตรน้ำ 50,000 ลูกบาศก์เมตร ปลูกบัวสายสีแดง ชมพู และม่วง ริมอ่างตั้งหินทรายแดงเป็นสวนหินประดับ สลับกับต้นตะแบกและประดู่
ใน พระราชฐานชั้นใน เส้นทางที่ต้องผ่านธารน้ำมีสะพานเหล็ก (สะพานแบรี่ย์) ทอดข้าม ที่มุมถนนสามแยกจัดสวนประดิษฐ์เป็นตราสัญลักษณ์ประจำ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ คือรูปยอดพระธาตุเชิงชุม ล้อมด้วย พระมหาพิชัยมงกุฎ ประดับด้วยปาล์มและหินทราย
เรือนคำหอม ไม้ดอกจากป่าภูพาน และการดูแลไม้ดอก
หน้าพระตำหนักจัดสวนแบบประดับหิน มีกุหลาบ หลิวไต้หวัน อาซาเลียหรือกุหลาบพันปี และชบาฮาวายสีต่าง ๆ ในบริเวณนี้ยังมีต้นพลอง ไม้ป่าที่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงโปรด มาก
เรือนคำหอม ใน พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ คือ ที่ทรงงานส่งเสริมศิลปาชีพของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเป็นสถานที่ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สมาชิกกลุ่มสตรีเข้าเฝ้าถวายงานฝีมือ บริเวณนี้ประดับด้วยพันธุ์ไม้ดอกจากป่าภูพาน รวมทั้งดอกเทียนป่า ซึ่งปลูกได้ช่วงปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาว ข้อมูลของสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนครยกตัวอย่างไม้ดอกป่าภูพาน เช่น ดุสิตา และมณีเทวา
หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า การดูแลไม้ดอกที่นี่ยากกว่าที่ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เพราะสกลนครมีลมร้อนมาถึงเร็วกว่าเชียงใหม่ และความหนาวไม่สม่ำเสมอ กุหลาบที่นี่ดอกใหญ่ไม่แพ้กัน แต่ฝ่อเร็วเมื่ออากาศร้อน ช่วงเมษายน–พฤษภาคมจึงเลี้ยงไว้เฉพาะต้น ไม้เมืองหนาวอื่นเริ่มเพาะราวเดือนสิงหาคมในโรงพลาสติก แล้วลงดินปลายเดือนกันยายน
การตัดแต่งต้นไม้ในฤดูร้อนปฏิบัติตาม พระบรมราโชบาย ที่ให้ช่วยกันรักษาป่า หากตัดก็เพื่อให้แตกกิ่งใบใหม่ ไม่ใช่ตัดทิ้ง
การฟื้นฟูป่ารอบ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์
สภาพเดิมของบริเวณนี้เป็นป่าดิบ แต่การเผาถ่านซึ่งเป็นอาชีพของชาวบ้านในป่ามาเป็นเวลานาน ทำให้บางบริเวณกลายเป็นป่าดิบแล้ง และกลายเป็นทุ่งหญ้าเพ็กกว้างใหญ่ที่มักเกิดไฟป่าในหน้าแล้ง ต้นไม้ใหญ่จึงเกิดทดแทนไม่ได้
เพื่อรักษาสภาพป่า จึงมีการปลูกไม้เสริมทั้งภายในและส่วนบริเวณนอกเขตพระราชฐาน หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่ามีการปลูกต้นไม้ในพื้นที่โดยรอบนอก เขตพระราชฐาน ประมาณ 100,000 ไร่ เน้นไม้เนื้อแข็งที่ไม่ใช่ไม้เศรษฐกิจ เช่น มะค่า และไม้แดง พร้อมปล่อยให้ลูกไม้ธรรมชาติเติบโต
หลังดำเนินการต่อเนื่องมาตลอด 20 ปี ป่ารอบ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ สมบูรณ์ขึ้น ชาวบ้านหาผลผลิตจากป่าได้มากขึ้น และเข้าใจความจำเป็นของการช่วยกันรักษาป่า
สำนักงาน กปร. ยังบันทึกโครงการจัดหาน้ำให้ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ซึ่งเริ่มใน พ.ศ. 2542 โดยกรมชลประทาน เพราะพื้นที่นี้ต้องใช้น้ำมากทั้งเพื่ออุปโภค บริโภค และการเกษตร และมีราษฎรจำนวนมากมาร่วมกิจกรรมบริเวณหน้า พระตำหนัก โดยเฉพาะในช่วงที่ได้เสด็จแปรพระราชฐานประทับแรม
โครงการคืนชีวิตสู่ป่า: กวาง เนื้อทราย และช้างสำคัญ
เมื่อฟื้นฟูป่ารอบ พระตำหนัก แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้นำกวางและเนื้อทรายมาเลี้ยงปล่อยในพื้นที่ป่า 50 ไร่ รอบนอก พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เพื่อให้ปรับตัวก่อนปล่อยในเขตอุทยานแห่งชาติภูพาน
ใน พ.ศ. 2538 มีการนำช้างสำคัญ 2 ช้าง จาก พระตำหนักสวนจิตรลดา มาอยู่ที่นี่ และให้ออกหาอาหารตามธรรมชาติในบริเวณรอบนอกพระตำหนัก เมื่อ สมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร และเจ้าชายฟิลิป ดยุคแห่งเอดินเบอระ เสด็จ ฯ เยือนจังหวัดสกลนครใน พ.ศ. 2539 ก็ได้ ทอดพระเนตรช้างสำคัญ ณ บริเวณโรงช้างต้นของ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ด้วย
ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2540 มีการนำช้างอีก 2 ช้างมาไว้ที่นี่ หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่าการนำช้างเผือกมาไว้ที่ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ครั้งนี้ส่งผลให้เกิดโครงการคืนช้างสู่ธรรมชาติในอีกหลายพื้นที่ เช่น ที่บ้านปางหละ จังหวัดลำปาง และที่ห้วยเวียนไพร รอยต่ออำเภอเมืองกับอำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
หน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า ระหว่างการ เสด็จ ฯ แปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เพื่อสำรวจความทุกข์สุขของราษฎร ได้ พระราชทานพระราชดำริ ให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานขึ้นที่บ้านนานกเค้า ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เป็นสถานที่ศึกษาและทดลองงานพัฒนาทุกรูปแบบ แล้วถ่ายทอดผลให้ราษฎรนำไปปฏิบัติในพื้นที่ของตนเอง
ข้อมูลของสำนักงาน กปร. และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนครให้ลำดับไว้ดังนี้
- 25 พฤศจิกายน 2525: พระราชทานพระราชดำริ ให้พิจารณาวางโครงการจัดหาน้ำสนับสนุนศูนย์ฯ โดยมีหม่อมเจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ และอธิบดีกรมชลประทานเข้าเฝ้า
- พฤศจิกายน 2526: ทรงคัดเลือกพื้นที่จัดตั้งศูนย์ ณ บ้านนานกเค้า ด้วยพระองค์เอง
- ปีงบประมาณ 2527: เริ่มดำเนินการ โดยมีกรมชลประทานเป็นหน่วยงานหลัก พื้นที่โครงการประมาณ 2,100 ไร่ และเขตปริมณฑลเพื่อพัฒนาป่าไม้ประมาณ 11,000 ไร่
- 26 พฤศจิกายน 2533: พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ไปทอดพระเนตรการดำเนินงานของศูนย์
หน้าข้อมูลของหน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า โครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีจุดสำคัญจากที่นี่ ครอบคลุมทั่วภาคอีสานมากกว่า 300 โครงการ ส่วนองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนครยกตัวอย่างผลสำเร็จ เช่น โคเนื้อทาจิมะภูพาน และไก่ดำภูพาน

ศิลปาชีพ การประกวดผ้าไหม และแพทย์หลวงที่ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จ ฯ เยี่ยมเยียนชาวบ้านในชนบทภาคอีสาน และ โปรดเกล้าให้ชาวบ้านที่มีฐานะยากจนเข้ามารับการฝึกงานศิลปหัตถกรรมในศูนย์ศิลปาชีพ โดยให้ทดสอบความถนัดที่โรงฝึกของ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ก่อน แล้วจึงส่งไปฝึกที่ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน หรือศูนย์ศิลปาชีพใกล้เคียง ตามความสมัครใจ
วันที่ 13 พฤศจิกายน 2526 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการประกวดผ้าไหมชนิดต่าง ๆ เช่น ผ้าไหมมัดหมี่ ผ้าแพรวา ผ้าไหมหางกระรอก และผ้าไหมพื้น ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ผู้ชนะแต่ละประเภทได้ เข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานรางวัล ข่าวของหน่วยราชการในพระองค์เมื่อเดือนมกราคม 2569 ระบุว่า ลาย "ขอสร้อยทอง" ใน "ผ้าลายขอสมเด็จฯ-เจ้าฟ้าฯ" ประจำปี 2569 ออกแบบเพื่อ รำลึกถึงการประกวดผ้าที่ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร ที่ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้พระราชทานสร้อยคอทองคำแก่ผู้ที่ชนะการประกวดผ้า
ทุกครั้งที่ แปรพระราชฐานมาประทับ ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จะมีสำนักแพทย์หลวงตามเสด็จ และยังทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้า ให้แพทย์หลวงตรวจรักษาราษฎรที่ เฝ้ารับเสด็จ ฯ ที่นี่ด้วย
การ ประทับแรม ในรัชกาลปัจจุบัน
ข่าวในพระราชสำนักของหน่วยราชการในพระองค์ยังบันทึกการ ประทับแรม ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ในรัชกาลปัจจุบันไว้หลายครั้ง ตัวอย่างเช่น
- 17–21 กุมภาพันธ์ 2562: สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
- 15–20 ตุลาคม 2563: พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ในช่วงที่ พระราชทานปริญญาบัตร ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
- 5–6 พฤษภาคม 2565: สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
- 7–11 สิงหาคม 2565: สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
- 23–24 มกราคม 2566: สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
- 17–18 เมษายน 2568: สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ลำดับเหตุการณ์สำคัญของ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 2518 (1975) | สำรวจพื้นที่ในเทือกเขาภูพาน และเริ่มสร้าง พระตำหนักปีกไม้ แบบล็อคเคบิน |
| 2519 (1976) | 19 พฤศจิกายน เสด็จ ฯ มาประทับที่พระตำหนักปีกไม้ เป็นครั้งแรก และมี พระบรมราชโองการ ให้สร้างพระตำหนักใหญ่ |
| 2525 (1982) | 25 พฤศจิกายน พระราชทานพระราชดำริ เรื่องศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน |
| 2526 (1983) | 13 พฤศจิกายน การประกวดผ้าไหม ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ |
| 2527 (1984) | ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานเริ่มดำเนินการที่บ้านนานกเค้า |
| 2533 (1990) | 26 พฤศจิกายน เสด็จพระราชดำเนิน ไปทอดพระเนตร ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน |
| 2538 (1995) | นำช้างสำคัญ 2 ช้างจาก พระตำหนักสวนจิตรลดา มาอยู่ที่ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ |
| 2539 (1996) | สมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 ทอดพระเนตรช้างสำคัญ ที่โรงช้างต้น |
| 2540 (1997) | กันยายน นำช้างมาเพิ่มอีก 2 ช้าง |
| 2542 (1999) | เริ่มโครงการจัดหาน้ำให้ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ |
| 2569 (2026) | 28 กรกฎาคม พิธี ลงนามถวายพระพรชัยมงคล ที่ อาคารพระราชทานเลี้ยง |
การเข้าชม พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ในปัจจุบัน
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนครระบุว่า พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ เปิดโอกาสให้ประชาชนและข้าราชการ เข้าเฝ้า ตามภารกิจต่าง ๆ ขณะ ประทับ ที่นี่ และในช่วงที่ไม่มีการเตรียมรับเสด็จ จะเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าชมบริเวณพระตำหนักชั้นนอก
- การเดินทาง: รถยนต์ส่วนตัว ตามทางหลวงหมายเลข 213 สายสกลนคร–กาฬสินธุ์ ถึงกิโลเมตรที่ 14
- เขตชั้นนอก: ติดต่อเจ้าหน้าที่ที่กองรักษาการ
- เขตชั้นใน: ต้องติดต่อทางราชการเพื่อขออนุญาตจากผู้ดูแลพระตำหนักเป็นการล่วงหน้า
- ไม้ดอกจากป่าภูพาน เช่น ดอกเทียนป่า ปลูกประดับได้ช่วงปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาว ตามข้อมูลของหน่วยราชการในพระองค์
หน้าที่ตั้งหน่วยงานของสำนักพระราชวังให้ที่ตั้งว่า ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 47000 โทรศัพท์ 04 271 1155 แหล่งข้อมูลทางการที่เปิดอ่านได้ไม่ได้ระบุเวลาเปิดและค่าเข้าชม ผู้ที่จะเดินทางจึงควรสอบถามก่อน

ภาพบันทึก






มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ยังใช้เป็น ที่ประทับ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และยังเป็นหนึ่งใน สถานที่สำหรับลงนามถวายพระพร เช่น วันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม 2569 ร่วมกับ พระบรมมหาราชวัง พระราชวังบางปะอิน วังไกลกังวล พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ และ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ ส่วนวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนครและหน่วยงานในจังหวัดร่วมพิธี ลงนามถวายพระพรชัยมงคล ณ อาคารพระราชทานเลี้ยง พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์
สิ่งที่สืบต่อจากที่นี่ยังเห็นได้ชัด ทั้งป่าที่ฟื้นตัวรอบ พระตำหนัก อ่างเก็บน้ำคำหอม ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานที่บ้านนานกเค้า และลาย "ขอสร้อยทอง" ที่ รำลึกถึงการประกวดผ้าที่นี่ อ่าน พระราชประวัติ ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้ที่บทความ รัชกาลที่ 9 ส่วน พระราชวัง แห่งอื่นอยู่ในหมวด พระราชวัง และ พระที่นั่ง
คำถามที่พบบ่อย
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ สร้างเมื่อไรและสร้างเพื่ออะไร?
หน่วยราชการในพระองค์ระบุว่า ใน พ.ศ. 2518 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สำรวจพื้นที่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อสร้างพระตำหนักสำหรับแปรพระราชฐานในการเยี่ยมเยียนราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดาร และเริ่มสร้าง พระตำหนักปีกไม้ ซึ่งเป็นอาคารหลังแรกในปีเดียวกัน
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ตั้งอยู่ที่ไหน?
พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาภูพาน ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนครระบุว่าอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 213 สายสกลนคร–กาฬสินธุ์ บริเวณกิโลเมตรที่ 14 ห่างจากตัวเมืองสกลนครประมาณ 16 กิโลเมตร และอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูพาน
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน เกี่ยวข้องกับ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ อย่างไร?
หน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า ระหว่าง เสด็จ ฯ แปรพระราชฐาน ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ได้ พระราชทานพระราชดำริ ให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานขึ้นที่บ้านนานกเค้า ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เพื่อเป็นสถานที่ศึกษาและทดลองงานพัฒนาทุกรูปแบบ แล้วถ่ายทอดผลให้ราษฎรนำไปใช้ในพื้นที่ของตน
เข้าชม พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ ได้หรือไม่?
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนครระบุว่า ในช่วงที่ไม่มีการเตรียมรับเสด็จ ผู้สนใจสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ที่กองรักษาการเพื่อเข้าชม พระตำหนักชั้นนอก ได้ ส่วนการชม พระตำหนักชั้นใน ต้องติดต่อทางราชการเพื่อขออนุญาตจากผู้ดูแลพระตำหนักเป็นการล่วงหน้า
แหล่งอ้างอิง
- พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ | ข้อมูลการเยี่ยมชม — หน่วยราชการในพระองค์
- เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “วันนวมินทรมหาราช” ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๘ หน่วยราชการในพระองค์ ขอเผยแพร่พระราชประวัติ — หน่วยราชการในพระองค์
- พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง (ศิลปาชีพ) — หน่วยราชการในพระองค์
- สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการ และการจัดแสดงผลงานภูมิปัญญาผ้าไทย — หน่วยราชการในพระองค์
- พระราชทานปฏิทินหลวง พุทธศักราช ๒๕๖๙ แก่ผู้ที่มาลงนามถวายพระพร เนื่องในเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ — หน่วยราชการในพระองค์
- ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ — สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)
- จัดหาน้ำให้พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ — สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.)
- ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน — องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร
- พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ (สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ) — สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสกลนคร
- อบจ.สกลนคร ร่วมพิธีลงนามถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ณ พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ — องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- ประเทศและสถานที่
- ไต้หวัน10สหราชอาณาจักร50
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ