สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี: พระราชประวัติ
พระราชประวัติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ตั้งแต่ พ.ศ. 2498 การศึกษา งานสอน ดนตรีไทย พระราชนิพนธ์ และโบราณคดี
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 14 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นลำดับที่ 3 ใน พระราชโอรสและพระราชธิดา 4 พระองค์ ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประสูติ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498
- พ.ศ. 2520 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนา เป็น สยามบรมราชกุมารี และ พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เฉลิมพระนามาภิไธย
- ทรงเลือกศึกษาในสาขาวิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาเอก ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้ว ทรงเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโท ทั้งภาษาบาลีและสันสกฤต และจารึกภาษาตะวันออก
- ตั้งแต่ พ.ศ. 2523 ทรงเลือกสอนวิชาประวัติศาสตร์ และอารยธรรมไทยให้แก่นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และ ทรงนิพนธ์คำร้องเพลงลูกทุ่ง “ส้มตำ” เป็นเพลงแรก ใน พ.ศ. 2513
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประสูติ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 (ค.ศ. 1955) เป็นลำดับที่ 3 ใน พระราชโอรสและพระราชธิดา 4 พระองค์ ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พระราชประวัติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ โดยสรุป
- พระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏ พ.ศ. 2562: “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณ วรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี”
- พระนามเดิม: สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดากิติวัฒนาดุลโสภาคย์
- ประสูติ: วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
- ลำดับ: ที่ 3 ใน พระราชโอรสและพระราชธิดา 4 พระองค์ ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
- การศึกษา: โรงเรียนจิตรลดา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยศิลปากร
- งานสอน: วิชาประวัติศาสตร์ ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ตั้งแต่ พ.ศ. 2523

วัยเยาว์ ณ พระราชวังดุสิต
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชโอรสและพระราชธิดา รวม 4 พระองค์ พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ฯ ที่หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่ บันทึกว่า เมื่อ เสด็จนิวัติประเทศไทย แล้ว ประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต และ พระราชโอรสและพระราชธิดา อีก 3 พระองค์ ได้ประสูติต่อมาตามลำดับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน
ด้านการศึกษาของ พระราชโอรสและพระราชธิดา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร ฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นสำหรับเป็นสถานที่ศึกษาของพระราชโอรสและพระราชธิดา บุตรหลานข้าราชบริพารและประชาชนทั่วไป คือ โรงเรียนจิตรลดา
กรมศิลปากรบันทึกว่า การที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระราชหฤทัยในวรรณคดีไทยและงานกวีนิพนธ์ เป็นผลมาจาก ทรงได้รับการปลูกฝังพระอุปนิสัย ดังกล่าวมาจาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงเล่าเรื่องในวรรณคดีไทยพระราชทานมาตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ ส่วนด้านโบราณคดี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเชิญศาสตราจารย์ หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล เพื่อถวายคำบรรยายในเรื่องโบราณคดี และนำเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ในพระราชนิพนธ์เรื่อง “แม่” มีข้อความตอนหนึ่งว่า “ตั้งแต่เริ่มเรียนประถม ท่านสอนภาษาไทย โดยการให้อ่านวรรณคดี เรื่องยืนโรง สามเรื่อง คือ พระอภัยมณี อิเหนา และรามเกียรติ์”
พระอิสริยยศ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
ใน พ.ศ. 2520 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งดำรงพระอิสริยศักดิ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิรินธรเทพรัตนราชสุดากิติวัฒนาดุลโสภาคย์ เป็น “สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี” (พระอิสริยยศเมื่อ พ.ศ. 2520)
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เฉลิมพระนามาภิไธยเพื่อยกย่องพระเกียรติยศเนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562 ตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณ วรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี”


การศึกษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
- ชั้นประถมและมัธยม: โรงเรียนจิตรลดา ที่นี่ ทรงเริ่มหัดดนตรีไทยในขณะที่ทรงศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
- ปริญญาตรี: เมื่อทรงเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีในคณะอักษรศาสตร์ ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พระองค์จึงทรงเลือกศึกษาในสาขาวิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาเอก
- ปริญญาโท: พระองค์ทรงเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทในบัณฑิตวิทยาลัย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในสาขาวิชาภาษาบาลีและสันสกฤต และมหาวิทยาลัยศิลปากรในสาขาวิชาจารึกภาษาตะวันออก
- วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท: เรื่อง จารึกปราสาทพนมรุ้ง ซึ่งกรมศิลปากรบันทึกว่า เกี่ยวข้องกับเรื่องราวทางโบราณคดีของโบราณสถานปราสาทพนมรุ้งด้วย
ระหว่าง ทรงศึกษา ที่คณะอักษรศาสตร์ ทรงเข้าเป็นสมาชิกของชมรมประวัติศาสตร์ ชมรมภาษาไทย ชมรมภาษาตะวันออก ชมรมวรรณศิลป์ และ ทรงเป็นกรรมการจัดหาเรื่องลงพิมพ์ในหนังสือ “อักษรศาสตร์พิจารณ์” ของชุมนุมวิชาการอักษรศาสตร์ บางครั้งก็ พระราชทานบทพระราชนิพนธ์ลงพิมพ์ในหนังสือนี้ด้วย เช่นเรื่อง “การเดินทางไปร่วมพิธีพระบรมศพ พระเจ้ากุสตาฟที่ 6 อดอล์ฟ” และ ได้ทุนวิชาภาษาไทยจากทุนพระวรเวทย์พิสิฐ ทั้งยัง ทรงเข้าร่วมชมรมดนตรีไทยของสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและคณะอักษรศาสตร์ โดยทรงเล่นซอด้วงเป็นหลัก
อาจารย์ประวัติศาสตร์ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
กรมศิลปากรบันทึกว่า เมื่อ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตกลงพระราชหฤทัยในการรับราชการที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเมื่อพุทธศักราช 2523 เป็นต้นมา จึงทรงเลือกสอนวิชาประวัติศาสตร์ และอารยธรรมไทยให้แก่นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และ ทรงดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองประวัติศาสตร์ ทรงปรับหลักสูตรให้นักเรียนนายร้อยมีความรู้ในประวัติศาสตร์บ้านเมือง โดยให้นักเรียนฝึกคิดหาเหตุผลตามวิธีการทางประวัติศาสตร์
นอกจากการสอนในห้องเรียน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงจัดกิจกรรมทัศนศึกษาประกอบในการสอน และ ยังได้ทรงพานักเรียนไปทัศนศึกษา ตามแหล่งประวัติศาสตร์และโบราณคดีสำคัญทั้งในและต่างประเทศ โดย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชการ นักโบราณคดีผู้ปฏิบัติงานของกรมศิลปากรเป็นวิทยากรนำชม และ ทรงพระราชนิพนธ์ คำนำ และทรงเป็นบรรณาธิการในการจัดพิมพ์เอกสารนั้นด้วยพระองค์เอง
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทาน สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พุทธศักราช 2537 มีความตอนหนึ่งว่า “ประวัติศาสตร์ คือ ศาสตร์ที่ว่าด้วยความเป็นมา ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องอดีตที่ห่างไกลอย่างเดียว ความเป็นมาทุกๆ นาทีที่เปลี่ยนไปก็ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์”
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ กับงานโบราณคดีและการอนุรักษ์โบราณสถาน
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระราชหฤทัยในประวัติศาสตร์โบราณคดีนับแต่ทรงพระเยาว์ เมื่อ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรแหล่งโบราณคดี และโบราณสถาน ได้ พระราชทานแนวพระราชดำริ แก่กรมศิลปากร ซึ่งกรมฯ ยึดเป็นแนวปฏิบัติ ตัวอย่างที่บันทึกไว้
- วันที่ 19–20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรแหล่งต้นน้ำเมืองสุโขทัย และ พระราชทานพระราชานุญาตให้คณะข้าราชการกรมศิลปากร เข้าเฝ้าเป็นกรณีพิเศษ เพื่อรับพระราชทานกระแสพระราชดำริ เรื่องการนำนักเรียนนายร้อยไปทัศนศึกษา และ การอนุรักษ์โบราณสถาน
- แนวพระราชดำริ ว่า กรมศิลปากรควรสร้างคลังพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่เพื่อจัดเก็บของให้เป็นระบบ และ ทรงมีพระราชวินิจฉัย ว่าการขายโบราณวัตถุเป็นสิ่งไม่ควรทำ
- แนวพระราชดำริ ว่า ควรเปิดหลักสูตรวิชาเฉพาะเพื่อการอนุรักษ์โบราณสถาน ในสถาบันการศึกษาที่อยู่ในการดูแลของกรม
- วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2537 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพื้นที่ขุดค้นวัดชมชื่น อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย และ ทรงถามถึงการอนุรักษ์หลักฐานทางโบราณคดีในบริเวณหลุมขุดค้น กรมศิลปากรจึงสร้างหลังคาคลุมหลุมขุดค้นและจัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้
งาน พระราชนิพนธ์ ของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ และวรรณคดี
กรมศิลปากรบันทึกว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตระหนักในคุณค่าของหนังสือ โปรดการอ่าน การศึกษาค้นคว้า และการจดบันทึกเรื่องราวต่างๆ และ ได้ทรงพระราชนิพนธ์วรรณกรรมไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งประเภทสารคดี บันเทิงคดี และบทความต่างๆ ทั้งที่เป็นร้อยแก้วและร้อยกรอง
ในงานร้อยกรองตามขนบวรรณคดีโบราณ ทรงพระราชนิพนธ์บทกวีนิพนธ์ที่มีความไพเราะและทรงคุณค่าหลายเรื่อง เช่น
- กษัตริยานุสรณ์
- คำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมพระศรีนรารัฐราชกิริณี
- คำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างสำคัญ 3 เชือก และกาพย์ขับไม้กล่อมช้างสำคัญ 3 เชือก
- ฉันท์ดุษฎีสังเวยสมโภชพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ยัง เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในพิธีพระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดอ่านทำนองเสนาะ ของกรมศิลปากร ตั้งแต่ พ.ศ. 2520 ถึง 2537 และเมื่อวันที่ 12–14 มิถุนายน พ.ศ. 2540 เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา “หน้าประวัติศาสตร์ไทยจากเอกสารต่างประเทศ” ที่จังหวัดขอนแก่น
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ กับดนตรีไทยและดนตรีสากล
ตามบันทึกของสำนักหอสมุดแห่งชาติ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงสนพระทัยในดนตรีมาตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์
- ดนตรีไทย: ทรงเลือกหัดซอด้วงเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรก ในขณะที่ทรงศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนจิตรลดา ต่อมา เครื่องดนตรีที่โปรดทรงอยู่ประจำ คือ ระนาด ซอ และฆ้องวง
- ดนตรีสากล: ทรงเริ่มเรียนเปียโนตั้งแต่พระชนมายุ 10 พรรษา และ ทรงฝึกเครื่องดนตรีสากลประเภทเครื่องเป่าจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จนสามารถ ทรงทรัมเป็ตนำวงดุริยางค์ในงานคอนเสิร์ตสายใจไทย และ ทรงระนาดฝรั่งนำวงดุริยางค์ในงานกาชาดคอนเสิร์ต
- การขับร้อง: ทรงเรียนขับร้องเพลงไทยกับอาจารย์เจริญใจ สุนทรวาทิน และการขับร้องเพลงไทยทำนองเสนาะกับอาจารย์กำชัย ทองหล่อ
- การประพันธ์เพลง: ทรงนิพนธ์คำร้องเพลงลูกทุ่ง ชื่อเพลง “ส้มตำ” เป็นเพลงแรก ใน พ.ศ. 2513 เพลงอื่นได้แก่ เต่ากินผักบุ้ง เต่าเห่ พญาโศก ดุจบิดรมารดา ลอยประทีปเถา เมนูไข่ และรัก
ดังพระราชกระแสดำรัสตอนหนึ่งความว่า “ดนตรีไทยเป็นมรดกอันล้ำค่าของชาวไทย ความล้ำค่าของดนตรีไทยนั้นอยู่ที่ดนตรีไทยและเพลงไทยได้สะท้อนความเป็นไทยในส่วนที่เป็นความละเอียดอ่อน ละเมียดละไม อ่อนโยนต่อธรรมชาติและเพื่อนมนุษย์ได้อย่างหมดจดยิ่งกว่าวัฒนธรรมด้านอื่นๆ”
องค์เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย
การที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้รับพระราชสมัญญาว่าทรงเป็น “องค์เอกอัครราชูปถัมภกมรดกวัฒนธรรมไทย” สะท้อนงานด้านดนตรีหลายประการ ซึ่งสำนักหอสมุดแห่งชาติสรุปไว้ เช่น
- ทรงดนตรีไทย ขับร้องเพลงไทย และ เสด็จลงทรงดนตรีไทยร่วมกับประชาชนทุกเพศทุกวัยเสมอมา
- ทรงอนุรักษ์ดนตรีไทย ทั้งในด้านการชำระโน้ตเพลง บันทึกเพลงเก่า และเผยแพร่
- ทรงส่งเสริมช่างผลิตเครื่องดนตรีไทย และ โปรดให้มีการเรียนปี่พาทย์ในนักเรียนชั้นประถมศึกษา
- ทรงส่งเสริมและสนับสนุนในด้านการศึกษาดนตรี รวมถึง ส่งเสริมให้มีการเรียนการสอนดนตรีสำหรับผู้พิการทางสายตา โดยพระราชทานครูไปสอน
- มีพระราชดำริในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์เครื่องดนตรีไทยขึ้นในประเทศ และ ทรงพระราชทานนามให้ห้องสมุดดนตรีหลายแห่ง
พระราชกรณียกิจ ด้านการศึกษาในถิ่นทุรกันดาร
ข่าว พระราชกรณียกิจ ที่หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่ แสดงตัวอย่างงานด้านการศึกษาในพื้นที่ห่างไกล วันพุธที่ 27 สิงหาคม 2568 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคลองน้อย อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
- โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคลองน้อย: กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 จัดสร้างเมื่อปี 2542 เพื่อสนองพระราชกระแส ให้นักเรียนบ้านคลองน้อยมีสถานศึกษา ไม่ต้องเสียค่ารถโดยสาร หรือเดินเท้าไปเรียนโรงเรียนที่อยู่ห่างออกไป
- โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเขาจ้าว อำเภอปราณบุรี: เปิดการเรียนการสอนอย่างเป็นทางการในปี 2521 หลังราษฎรขอความช่วยเหลือจากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13
- ที่ทั้งสองโรงเรียน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทาน ที่ออกตรวจสุขภาพนักเรียนและตรวจรักษาราษฎร และที่บ้านเขาจ้าว ทรงรับผู้ป่วยไว้เป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ 2 คน
- วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม 2568 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ก ห้วยสัตว์ใหญ่ จำกัด และ ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย “ร้านนมหน้าฟาร์ม”

ลำดับเหตุการณ์สำคัญ
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 2498 (1955) | 2 เมษายน ประสูติ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต |
| 2513 (1970) | ทรงนิพนธ์คำร้องเพลงลูกทุ่ง “ส้มตำ” เป็นเพลงแรก |
| 2520 (1977) | สถาปนาเป็น สยามบรมราชกุมารี |
| 2520–2537 (1977–1994) | ทรงเป็นประธานในพิธีพระราชทานรางวัลแก่ผู้ชนะการประกวดอ่านทำนองเสนาะ ของกรมศิลปากร |
| 2523 (1980) | สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเลือกสอนวิชาประวัติศาสตร์ และอารยธรรมไทยให้แก่นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า |
| 2534 (1991) | 19–20 กุมภาพันธ์ ทอดพระเนตรแหล่งต้นน้ำเมืองสุโขทัย |
| 2537 (1994) | 28 กุมภาพันธ์ ทอดพระเนตรพื้นที่ขุดค้นวัดชมชื่น และ 9 ธันวาคม พระราชทาน สัมภาษณ์ เรื่องการสอนประวัติศาสตร์ |
| 2540 (1997) | 12–14 มิถุนายน เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา “หน้าประวัติศาสตร์ไทยจากเอกสารต่างประเทศ” ที่ขอนแก่น |
| 2558 (2015) | 2 เมษายน ฉลองพระชนมายุ 5 รอบ |
| 2562 (2019) | เฉลิมพระนามาภิไธย ตามจารึกในพระสุพรรณบัฏ |
| 2568 (2025) | 27–28 สิงหาคม ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ที่ประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรี |
ภาพบันทึก








มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
- ห้องสมุดดนตรีที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานนาม เช่น ห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร และ ห้องสมุดดนตรีสมเด็จพระเทพรัตน์ มหาวิทยาลัยมหิดล
- แหล่งขุดค้นวัดชมชื่น อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งกรมศิลปากรพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี ตามแนวพระราชดำริ
- โครงการจัดพิมพ์หนังสือเก่าหายาก ของกรมศิลปากร ซึ่งพิมพ์เผยแพร่ในวันภาษาไทยแห่งชาติตั้งแต่ พ.ศ. 2552 และโครงการตรวจสอบชำระวรรณคดีและประวัติศาสตร์ไทย
- บทเพลงที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงนิพนธ์คำร้อง เช่น “ส้มตำ” และบทกวีนิพนธ์ตามขนบวรรณคดีโบราณ
- โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านคลองน้อย ที่สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2542 เพื่อสนองพระราชกระแส ของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
อ่านบันทึก พระราชประวัติ พระบรมวงศานุวงศ์ ในชุดเดียวกันได้ที่ หมวดบันทึกประวัติ เช่น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
คำถามที่พบบ่อย
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ประสูติเมื่อใดและที่ใด?
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประสูติ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต วันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 (ค.ศ. 1955) เป็นลำดับที่ 3 ใน พระราชโอรสและพระราชธิดา 4 พระองค์ ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
พระนาม ตามจารึกในพระสุพรรณบัฏ ของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ คืออะไร?
ใน พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เฉลิมพระนามาภิไธย ตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณ วรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี”
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงศึกษา วิชาใด?
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ระดับปริญญาตรี ทรงเลือกศึกษาในสาขาวิชาประวัติศาสตร์เป็นวิชาเอก ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระดับปริญญาโท ทรงศึกษา สาขาวิชาภาษาบาลีและสันสกฤต ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสาขาวิชาจารึกภาษาตะวันออก ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยานิพนธ์เรื่อง จารึกปราสาทพนมรุ้ง
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงดนตรีไทย ชิ้นใด?
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเริ่มหัดดนตรีไทยในขณะที่ทรงศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนจิตรลดา โดยทรงเลือกหัดซอด้วงเป็นเครื่องดนตรีชิ้นแรก เครื่องดนตรีที่โปรดทรงอยู่ประจำ คือ ระนาด ซอ และฆ้องวง
แหล่งอ้างอิง
- เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “วันนวมินทรมหาราช” ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๘ หน่วยราชการในพระองค์ ขอเผยแพร่พระราชประวัติ — หน่วยราชการในพระองค์
- พระราชประวัติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง — หน่วยราชการในพระองค์
- วรรณกรรมและประวัติศาสตร์ตามรอยพระบาทสยามบรมราชกุมารี — กรมศิลปากร
- โบราณคดีที่ทรงรักทรงรักษา — กรมศิลปากร
- สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กับการดนตรี — กรมศิลปากร (สำนักหอสมุดแห่งชาติ)
- สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 27 และ 28 สิงหาคม 2568 — หน่วยราชการในพระองค์
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย12
- ประเทศและสถานที่
- กรุงเทพฯ77เดนมาร์ก8จีน55
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ