พระราชวังสนามจันทร์ ประวัติตั้งแต่ พ.ศ. 2450 พระที่นั่ง พระตำหนัก และค่ายหลวงเสือป่า
พระราชวังสนามจันทร์ นครปฐม เริ่มสร้าง พ.ศ. 2450 บนที่ดิน 888 ไร่ เป็นที่ประทับ ของรัชกาลที่ 6 และค่ายหลวงกองเสือป่า สำนักพระราชวังดูแลตั้งแต่ พ.ศ. 2546
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 13 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- พระราชวังสนามจันทร์ เริ่มก่อสร้างใน พ.ศ. 2450 บนที่ดิน 888 ไร่ 3 งาน 24 ตารางวา ออกแบบโดยหลวงพิทักษ์มานพ ซึ่งต่อมาคือพระยาวิศุกรรมศิลปประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี)
- พระที่นั่งพิมานปฐม เป็นพระที่นั่งองค์แรก สร้างราว พ.ศ. 2450 พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ สร้างราว พ.ศ. 2451 และ พระที่นั่งวัชรีรมยา สร้างเมื่อ พ.ศ. 2460
- กองเสือป่าตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการวันที่ 1 พฤษภาคม 2454 เมื่อถึงคราวซ้อมรบ พระราชวังสนามจันทร์ เปลี่ยนจาก ที่ประทับ เป็น ค่ายหลวงพระราชวังสนามจันทร์
- วันที่ 16 ธันวาคม 2546 จังหวัดนครปฐมและมหาวิทยาลัยศิลปากรส่งมอบพื้นที่ให้ สำนักพระราชวัง ดูแล โดยทำพิธีที่ พระที่นั่งพิมานปฐม
พระราชวังสนามจันทร์ ตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ห่างจากกรุงเทพฯ ลงไปทางใต้ 56 กิโลเมตร เริ่มก่อสร้างใน พ.ศ. 2450 (ค.ศ. 1907) ตาม พระราชประสงค์ ของ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ขณะดำรงพระราชอิสริยยศ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ต่อมาใช้เป็น ค่ายหลวง ของกองเสือป่า และอยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวังตั้งแต่ พ.ศ. 2546
บทความนี้รวบรวมประวัติ พระราชวังสนามจันทร์ จากข้อมูลสถานที่สำคัญขององค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์ องค์ความรู้ของกรมศิลปากร และหน้าข่าวของหน่วยราชการในพระองค์ ส่วน พระราชวัง แห่งอื่นอยู่ในหมวด พระราชวัง และ พระที่นั่ง
พระราชวังสนามจันทร์: ข้อมูลสำคัญโดยสรุป
- ที่ตั้ง: ตำบลสนามจันทร์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ห่างจาก องค์พระปฐมเจดีย์ ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1 กิโลเมตร
- เริ่มก่อสร้าง: พ.ศ. 2450 ช่วงปลายรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
- เนื้อที่: 888 ไร่ 3 งาน 24 ตารางวา ซื้อจากราษฎรในบริเวณนั้น
- ผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง: หลวงพิทักษ์มานพ ซึ่งต่อมา ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยาวิศุกรรมศิลปประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี)
- นาม: พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามพระราชวังแห่งนี้ว่า "พระราชวังสนามจันทร์"
- บทบาท: ที่ประทับขณะแปรพระราชฐานมายังเมืองนครปฐม และ ค่ายหลวงพระราชวังสนามจันทร์ ในการซ้อมรบของกองเสือป่า
- ผู้ดูแลปัจจุบัน: สำนักพระราชวัง ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2546
ที่มาของพื้นที่: เนินปราสาทและสระน้ำจันทร์
ก่อนจะเป็น พระราชวังสนามจันทร์ พื้นที่นี้เดิมเรียกว่า "หมู่บ้านเนินปราสาท" องค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์ระบุว่ามีหลักฐานเป็นร่องรอยของเนินปราสาท พระราชวังโบราณ และโบสถ์พราหมณ์ ด้านหน้ามีสระน้ำที่เรียกกันมาแต่เดิมว่า "สระน้ำจันทร์" ซึ่งปัจจุบันชาวบ้านเรียกว่า "สระบัว"
ความผูกพันกับนครปฐมเริ่มจากองค์พระปฐมเจดีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระราชอิสริยยศ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้ทรงรับพระราชภาระจากสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ในการปูกระเบื้องประดับองค์พระปฐมเจดีย์ ทำให้ทรงมีความคุ้นเคยกับภูมิประเทศแถบนี้ และทรงตระหนักถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมของเมืองนครปฐม
จึง มีพระราชประสงค์ที่จะสร้างพระราชวังที่ประทับในการแปรพระราชฐานมายังเมืองนครปฐม ในโอกาสที่เสด็จมาสักการะองค์พระปฐมเจดีย์และประทับพักผ่อนพระอิริยาบถ แล้ว โปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงดำรงราชานุภาพ (พระยศในขณะนั้น) ขอซื้อที่ดินจากราษฎร รวมเนื้อที่ทั้งสิ้น 888 ไร่ 3 งาน 24 ตารางวา
การก่อสร้าง พ.ศ. 2450 และนาม "พระราชวังสนามจันทร์"
ผู้ได้รับมอบหมายให้ออกแบบและดำเนินการก่อสร้างคือหลวงพิทักษ์มานพ หรือ พระยาวิศุกรรมศิลปประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี) ในเวลาต่อมา การก่อสร้างเริ่มใน พ.ศ. 2450 อันเป็นช่วงปลายรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานนามพระราชวังแห่งนี้ว่า "พระราชวังสนามจันทร์"
อาคารแรกคือ พระที่นั่งพิมานปฐม ซึ่งแหล่งทางการระบุว่าเป็น พระที่นั่งองค์แรกที่สร้างขึ้นเมื่อราว พ.ศ. 2450 ตามมาด้วย พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ราว พ.ศ. 2451 ส่วนอาคารสำคัญรุ่นหลังสร้างต่อเนื่องในรัชกาลที่ 6 คือ พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ ราว พ.ศ. 2459 และ พระที่นั่งวัชรีรมยา เมื่อ พ.ศ. 2460

นอกจากเป็น ที่ประทับขณะแปรพระราชฐานมายังเมืองนครปฐมแล้ว องค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์บันทึกว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังมีพระราชดำริให้เมืองนครปฐมเป็นที่มั่นที่สองรองจากกรุงเทพฯ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวิกฤติการณ์ของประเทศอันอาจจะเกิดขึ้นได้
พระราชวังสนามจันทร์ กับกองเสือป่า
หน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า พระราชทานกำเนิดกองทัพอากาศ และกองเสือป่า กรมศิลปากรอธิบายว่า ทรงจัดตั้งกองเสือป่า เพื่อให้ข้าราชการและประชาชนได้มีโอกาสฝึกหัด และเรียนรู้วิชาทหาร เพื่อเป็นกำลังสำรองยามเกิดศึกสงคราม
- 1 พฤษภาคม 2454: ทรงก่อตั้งกองเสือป่า ( Wild Tiger Corps) อย่างเป็นทางการ
- 6 พฤษภาคม 2454: กำหนดให้มีพระราชพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาแก่สมาชิกเสือป่า ครั้งแรกที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และ ทรงดำรงตำแหน่ง "นายกองใหญ่"
- การขยายกอง: ทรงนำพวกมหาดเล็กของพระองค์ที่พระราชวังสราญรมย์ และพระราชวังสนามจันทร์ มาฝึกยุทธวิธีในการรบและการสอดแนมตามหลักวิชาการทหาร
เมื่อถึงคราวซ้อมรบ องค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์ระบุว่า ได้ทรงเปลี่ยนบทบาทของพระราชวังสนามจันทร์ จากที่ประทับเป็นค่ายหลวงพระราชวังสนามจันทร์ อาคารในวังจึงมีหน้าที่ทางทหารด้วย พระตำหนักทับขวัญ ใช้เป็นที่ตั้งกองบัญชาการเสือป่าราบหนักรักษาพระองค์ และ พระตำหนักทับแก้ว เป็นที่ตั้งของกองบัญชาการเสือป่า กองเสนารักษ์ราบเบารักษาพระองค์ระหว่างที่มีการซ้อมรบเสือป่า
พระที่นั่งพิมานปฐม: ที่ประทับ และ ที่ทรงพระอักษร
พระที่นั่งพิมานปฐม เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น แบบตะวันตก ชั้นบนแบ่งเป็นห้องต่าง ๆ ซึ่งยังมีป้ายชื่อปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบัน ได้แก่
- ห้องบรรทม ห้องสรง ห้องบรรณาคม และห้องภูษา
- ห้องเสวย
- ห้องพระเจ้า ซึ่งเป็นหอพระ มีพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาอยู่องค์หนึ่ง และมีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนัง
แหล่งข้อมูลระบุว่า พระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็นที่ประทับ ที่ทรงพระอักษร ที่เสด็จออกขุนนาง ที่รับรองพระราชอาคันตุกะ และออกให้ราษฎรเข้าเฝ้าฯ มากกว่าพระที่นั่งและพระตำหนักองค์อื่นๆ ใน พระราชวังสนามจันทร์ ปัจจุบันบนพระที่นั่งได้จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระที่นั่งพิมานปฐม ยังเป็นสถานที่ของเหตุการณ์สำคัญในยุคปัจจุบัน คือ พิธีส่งมอบ พระราชวังสนามจันทร์ ให้สำนักพระราชวัง เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2546 ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้องประชุมราชการ พระที่นั่งพิมานปฐม
พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี และ พระที่นั่งวัชรีรมยา
พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี ตั้งอยู่ด้านใต้ของพระที่นั่งพิมานปฐม เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้นแบบตะวันตก ประดับลวดลายไม้ฉลุแบบเดียวกัน และมีทางเชื่อมถึงกัน ใช้เป็นที่ประทับเจ้านายฝ่ายในในสมัยนั้น ปัจจุบันชั้นบนจัดแสดง ห้องพระบรรทม ห้องทรงงาน ให้เห็นบรรยากาศในสมัยก่อน และมีนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี และ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา
พระที่นั่งวัชรีรมยา เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2460 รูปแบบสถาปัตยกรรมไทย หลังคามุงกระเบื้องเคลือบ 2 ชั้น เหมือนกับหลังคาใน พระบรมมหาราชวัง มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ นาคสะดุ้ง และคันทวย มีมุขเด็จด้านทิศใต้ หน้าบันแกะสลักเป็นเข็มวชิราวุธอยู่ภายใต้วงรัศมี พร้อมลายกนกลงรักปิดทอง หน้าพระที่นั่งมีชานชาลาทอดยาวออกมาจรดกับพระที่นั่งพิมานปฐม
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้เป็นที่ประทับเป็นครั้งคราว โดยมากจะใช้เป็นห้องทรงพระอักษร

พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์: อาคารที่โดดเด่นที่สุด
พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ เป็นพระตำหนักที่โดดเด่นที่สุดในหมู่พระตำหนักและพระที่นั่งในพระราชวังสนามจันทร์ ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของสนามใหญ่ สร้างขึ้นราว พ.ศ. 2451 เป็นอาคาร 2 ชั้น หลังคามุงกระเบื้องสีแดง ชั้นบนและชั้นล่างมีชั้นละ 2 ห้อง และมีระเบียงล้อมรอบ 3 ด้านทั้ง 2 ชั้น
รูปแบบอาคารคล้ายปราสาท เป็นการผสมศิลปะเรอแนซ็องส์ของฝรั่งเศส กับอาคารแบบฮาล์ฟ ทิมเบอร์ของอังกฤษ ดัดแปลงให้เหมาะกับอากาศเมืองไทย รายละเอียดที่แหล่งทางการบันทึกไว้มีดังนี้
- ชั้นล่างเป็นห้องบันได อีกด้านหนึ่งเป็นห้องเสวยและห้องส่งเครื่อง
- ชั้นบนมีทางเดินกลางแบ่งอาคารเป็น 2 ข้าง แต่ละข้างมีห้องใหญ่เป็นห้องบรรทม และห้องเล็กเป็นห้องทรงพระอักษร
- ด้านตะวันออกและตะวันตกมีเฉลียงรูปครึ่งวงกลม ประกอบด้วยเสาขนาดใหญ่
- จุดเด่นอยู่ที่ป้อมหรือหอคอยที่มุมอาคาร ยอดหลังคาเป็นกรวยแหลม ทางเข้ากลางด้านหน้าทำเป็นมุขแบบชนบท และลายซุ้มหน้าบันเป็นลายแบบยุคกลางของยุโรป
- ด้านใต้มีประตูเปิดไปสู่ฉนวนซึ่งทอดยาวไป พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์


พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ และฉนวนข้ามคูน้ำ
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระตำหนักนี้ในราว พ.ศ. 2459 โดยมีหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร เป็นสถาปนิกออกแบบ ตัวอาคาร 2 ชั้นสร้างด้วยไม้สักทอง ทาสีแดง ใช้แบบนีโอคลาสสิกของตะวันตกที่ปรับให้เหมาะกับเมืองร้อน ภายนอกคล้ายกระท่อมไม้ในชนบท หลังคาทรงปั้นหยายกจั่วสูง ผังอาคารเป็นรูปไม้กางเขนที่แขนยาวไม่เท่ากัน
ภายใน ชั้นล่างด้านตะวันออกเป็นโถงใหญ่โล่งถึงชั้นบน ชั้นบนมี 4 ห้อง คือ ห้องโถงทางทิศเหนือที่เปิดสู่ฉนวน ห้องทรงพระอักษร ห้องบรรทม ทางทิศใต้ซึ่งมีประตูออกสู่ระเบียง และ ห้องสรง ด้านตะวันตก
พระตำหนักองค์นี้สร้างขึ้นคู่กับพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ เชื่อมกันด้วยฉนวนทางเดินที่ทำเป็นสะพาน จากชั้นบนด้านหลังของ พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ข้ามคูน้ำไปยังชั้นบนด้านหน้าของ พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ หลังคามุงกระเบื้อง และติดหน้าต่างกระจกทั้งสองด้านตลอดความยาวของสะพาน


พระตำหนักทับขวัญ: หมู่เรือนไทยแบบโบราณ
พระตำหนักทับขวัญ เป็นหมู่เรือนไทยที่มีชานเชื่อมต่อกันหมด ประกอบด้วยหอนอน 2 หอ เรือนโถง เรือนครัว และหอนกที่มุมของเรือน ใช้วิธีเข้าไม้แบบโบราณ ฝาเรือนเป็นฝาไม้ปะกนกรอบลูกฟัง มีเชิงชายและไม้ค้ำยันสลัก ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโดย พระยาวิศุกรรมศิลปประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี) รอบเรือนปลูกไม้ไทย เช่น นางแย้ม นมแมว ต้นจัน และจำปี
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อรักษาศิลปะบ้านไทยแบบโบราณ และ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระราชพิธีขึ้นพระตำหนักใหม่ เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2454 พระองค์ได้ประทับแรม ณ พระตำหนักองค์นี้เป็นเวลา 1 คืน และได้รับการบูรณะเมื่อครั้ง พระราชพิธีสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี

พระตำหนักทับแก้ว: ที่ประทับในฤดูหนาว
พระตำหนักทับแก้ว เป็นอาคาร 2 ชั้น ตั้งอยู่ที่เชิง สะพานสุนทรถวาย เป็นตึกขนาดเล็กแบบตะวันตก ทาสีเขียวอ่อน ภายในมีเตาผิงและหลังคามีปล่องไฟแบบบ้านชาวตะวันตก แหล่งทางการบันทึกหน้าที่ของ พระตำหนัก นี้ไว้หลายด้าน
- เป็นที่ประทับในฤดูหนาวของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
- เป็นที่ตั้งของกองบัญชาการเสือป่า กองเสนารักษ์ราบเบารักษาพระองค์ระหว่างที่มีการซ้อมรบเสือป่า
- เป็นสถานที่พระราชทานสัญญาบัตรแก่ข้าราชการ
- เป็นที่ประทับพักผ่อนพระอิริยาบถและเสวยพระสุธารส
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นที่พักของปลัดจังหวัดนครปฐม พระตำหนักทับแก้ว ยังเคยเป็นวิทยาลัยทับแก้วของมหาวิทยาลัยศิลปากร จนมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ถูกเรียกว่า "ม.ทับแก้ว" และได้รับการบูรณะใน พ.ศ. 2546
อนุสาวรีย์ย่าเหล หน้า พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์
หน้า พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ มีรูปหล่อโลหะขนาดเท่าตัวจริงของสุนัขชื่อ "ย่าเหล" องค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์เล่าว่า ย่าเหลเป็นสุนัขพันธุ์ทางที่เกิดในเรือนจำจังหวัดนครปฐม พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพบเข้าเมื่อครั้งเสด็จฯ ตรวจเรือนจำ และ ทรงเอาย่าเหลมาเลี้ยงไว้ในราชสำนัก ย่าเหลเป็นสุนัขที่ฉลาดและจงรักภักดีจนเป็นที่โปรดปรานมาก
เมื่อย่าเหลตาย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโศกเศร้าอาลัยย่าเหลมาก โปรดเกล้าฯ ให้หล่อรูปย่าเหลด้วยทองแดงตั้งไว้หน้า พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ และ ทรงพระราชนิพนธ์ กลอนไว้อาลัยไว้ที่แท่นใต้รูปนั้นด้วย

ลำดับเหตุการณ์สำคัญของ พระราชวังสนามจันทร์
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 2450 (1907) | เริ่มก่อสร้าง พระราชวังสนามจันทร์ และ พระที่นั่งพิมานปฐม บนที่ดิน 888 ไร่ 3 งาน 24 ตารางวา |
| 2451 (1908) | สร้าง พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ (ราวปีนี้) |
| 2454 (1911) | 25 มกราคม พิธีขึ้น พระตำหนักทับขวัญ 1 พฤษภาคม ตั้งกองเสือป่าอย่างเป็นทางการ |
| 2459 (1916) | สร้าง พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ (ราวปีนี้) |
| 2460 (1917) | สร้าง พระที่นั่งวัชรีรมยา |
| รัชกาลที่ 7 | พระตำหนักทับแก้ว เป็นที่พักของปลัดจังหวัดนครปฐม |
| 2509 (1966) | มหาวิทยาลัยศิลปากรจัดตั้งวิทยาเขต พระราชวังสนามจันทร์ |
| 2525 (1982) | บูรณะ พระตำหนักทับขวัญ ในงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี |
| 2546 (2003) | บูรณะ พระตำหนักทับแก้ว และ 16 ธันวาคม ส่งมอบพื้นที่ให้สำนักพระราชวังดูแล |
การ ถวายคืน และการดูแลของสำนักพระราชวัง
หลังรัชกาลที่ 6 อาคารหลายหลังในวังถูกใช้งานโดยหน่วยงานอื่น มหาวิทยาลัยศิลปากรระบุว่าได้จัดตั้งวิทยาเขต พระราชวังสนามจันทร์ ใน พ.ศ. 2509 และเปิดสอนคณะอักษรศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
ต่อมา คณะกรรมการอำนวยการบูรณะพระราชวังสนามจันทร์ ซึ่งมี สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี (พระยศในขณะนั้น) เป็นองค์ประธาน และศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล เป็นรองประธาน ได้ดำเนินการให้กระทรวงมหาดไทย ถวายคืนพระราชวังสนามจันทร์ แด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2546 จังหวัดนครปฐมและมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ส่งมอบพื้นที่ที่ดูแลและใช้งานอยู่ ทั้ง พระที่นั่ง พระตำหนัก เรือนข้าราชบริพาร และอาคารอื่น ให้สำนักพระราชวังดูแล เพื่อให้ พระราชวังสนามจันทร์กลับคืนมา มีฐานะเป็นพระราชวังของพระมหากษัตริย์ สำนักพระราชวังดูแลพื้นที่นี้ตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบัน
ตามข้อมูลที่องค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์เผยแพร่เมื่อ 23 มกราคม 2563 พระราชวังสนามจันทร์ เปิดให้เข้าชมเวลา 09.00–16.00 น. และปิดขายบัตรเวลา 15.30 น. ผู้ที่จะเดินทางควรตรวจสอบเวลาล่าสุดอีกครั้ง
ภาพบันทึก








มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
พระราชวังสนามจันทร์ วันนี้ยังคงมีอาคารจากรัชกาลที่ 6 ครบทั้งชุด ตั้งแต่ พระที่นั่งพิมานปฐม องค์แรกของวัง พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี พระที่นั่งวัชรีรมยา พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ที่เชื่อมด้วยฉนวนข้ามคูน้ำไปยัง พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ หมู่เรือนไทยของ พระตำหนักทับขวัญ พระตำหนักทับแก้ว และอนุสาวรีย์ย่าเหล พร้อมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติบน พระที่นั่งพิมานปฐม และ พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี
พื้นที่โดยรอบยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ เรื่องของกองเสือป่าที่เคยซ้อมรบในวังนี้ และเรื่องราวของผู้สร้าง อ่านต่อได้ที่บทความรัชกาลที่ 6 ส่วน พระราชวัง แห่งอื่นอยู่ในหมวด พระราชวัง และ พระที่นั่ง
คำถามที่พบบ่อย
พระราชวังสนามจันทร์ สร้างเมื่อไรและใครเป็นผู้สร้าง?
พระราชวังสนามจันทร์ เริ่มก่อสร้างใน พ.ศ. 2450 ช่วงปลายรัชกาล พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตาม พระราชประสงค์ ของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระราชอิสริยยศ เป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร โดยมีหลวงพิทักษ์มานพ ซึ่งต่อมาคือพระยาวิศุกรรมศิลปประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี) เป็นผู้ออกแบบและดำเนินการก่อสร้าง
ทำไม พระราชวังสนามจันทร์ จึงเกี่ยวข้องกับกองเสือป่า?
องค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์ระบุว่า หลังจากที่ทรงตั้งกองเสือป่าขึ้นแล้ว เมื่อถึงคราวซ้อมรบเสือป่า ได้ทรงเปลี่ยนบทบาทของพระราชวังสนามจันทร์ จากที่ประทับเป็นค่ายหลวงพระราชวังสนามจันทร์ ส่วนกรมศิลปากรบันทึกว่า ทรงนำพวกมหาดเล็กของพระองค์ที่พระราชวังสราญรมย์ และพระราชวังสนามจันทร์ มาฝึกยุทธวิธีในการรบและการสอดแนม
ใน พระราชวังสนามจันทร์ มี พระที่นั่ง และ พระตำหนัก อะไรบ้าง?
แหล่งทางการระบุอาคารสำคัญไว้ ได้แก่ พระที่นั่งพิมานปฐม พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี พระที่นั่งวัชรีรมยา พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ พระตำหนักมารีราชรัตบัลลังก์ พระตำหนักทับขวัญ และ พระตำหนักทับแก้ว นอกจากนี้ยังมีอนุสาวรีย์ย่าเหล ซึ่งตั้งอยู่หน้า พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์
ปัจจุบันใครดูแล พระราชวังสนามจันทร์ และเข้าชมได้เวลาใด?
ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2546 สำนักพระราชวัง ดูแล พระราชวังสนามจันทร์ เพื่อให้กลับคืนมา มีฐานะเป็นพระราชวังของพระมหากษัตริย์ ข้อมูลที่องค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์เผยแพร่ระบุเวลาเปิดเข้าชม 09.00–16.00 น. และปิดขายบัตรเวลา 15.30 น.
แหล่งอ้างอิง
- พระราชวังสนามจันทร์ — องค์การบริหารส่วนตำบลสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม
- องค์ความรู้ : สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ทรงเป็นผู้พระราชทานกำเนิดกองเสือป่า — หอสมุดแห่งชาติรัชมังคลาภิเษก เชียงใหม่ กรมศิลปากร
- พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า ครบ ๑๐๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๖๘ — หน่วยราชการในพระองค์
- พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอภิลักขิตสมัยวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา ครบ ๑๐๐ ปี พุทธศักราช ๒๕๖๘ — หน่วยราชการในพระองค์
- เกี่ยวกับมหาวิทยาลัย — มหาวิทยาลัยศิลปากร
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- กระทรวงมหาดไทย17
- ประเทศและสถานที่
- กรุงเทพฯ80ฝรั่งเศส42สหราชอาณาจักร55ยุโรป73
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ