คุ้มวงศ์บุรี แพร่: เรือนไม้สักสีชมพูลายขนมปังขิงปี 2440 ที่ทายาทเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์
คุ้มวงศ์บุรี แพร่ เรือนไม้สักสองชั้นสีชมพูลายขนมปังขิง สร้าง พ.ศ. 2440 โดยช่างชาวจีนกับช่างเมืองแพร่ วันนี้ทายาทเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ ผู้ใหญ่ 60 บาท
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 9 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- คุ้มวงศ์บุรี แพร่ หรือบ้านวงศ์บุรี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1897) ตามหน้าทางการของพิพิธภัณฑ์ เป็นเรือนหอของเจ้าสุนันตากับหลวงพงษ์พิบูลย์ ฐานข้อมูลของ สผ. ระบุว่าใช้เวลาสร้าง 3 ปี
- ตัวเรือนของ คุ้มวงศ์บุรี แพร่ เป็นไม้สักทองสองชั้นสีชมพูอ่อน ประดับไม้ฉลุลายขนมปังขิงทั่วหลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่าช่างผู้สร้างเป็นชาวจีนจากมณฑลกวางตุ้ง
- ได้รางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยามปี 2536 (ค.ศ. 1993) และประกาศเป็นมรดกจังหวัดแพร่เมื่อ 4 ตุลาคม 2555
- ค่าเข้าชมตั้งแต่ 1 มกราคม 2025: ผู้ใหญ่ 60 บาท อายุ 10–20 ปี 30 บาท เด็ก 0–9 ปีเข้าฟรี เปิดวันจันทร์–เสาร์ 09.00–16.00 น. ปิดวันอาทิตย์ (ตรวจเมื่อ 26 ต.ค. 2569)
- ในบ้านเก็บของที่ตกทอดในตระกูล รวมถึงเอกสารซื้อขายทาส 49 ฉบับ ช่วง พ.ศ. 2443–2448 ซึ่งให้ดูได้แต่ห้ามถ่ายภาพ
คุ้มวงศ์บุรี แพร่ หรือบ้านวงศ์บุรี คือเรือนไม้สักสองชั้นสีชมพูอ่อนบนถนนคำลือ ในตัวเมืองแพร่ หน้าทางการของพิพิธภัณฑ์ระบุว่าสร้างเมื่อ พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1897) โดยช่างชาวจีนร่วมกับช่างฝีมือของแพร่ ประดับไม้ฉลุลายขนมปังขิงเกือบทุกส่วนของบ้าน วันนี้ทายาทรุ่นที่ 6 เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ เปิดวันจันทร์–เสาร์ 09.00–16.00 น. ค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 60 บาท
คุ้มวงศ์บุรี แพร่ คืออะไร: ข้อมูลสำคัญโดยสรุป
คุ้มวงศ์บุรี แพร่ เป็นบ้านของตระกูลที่สืบเชื้อสายมาจากอดีตเจ้าเมืองแพร่ หน้าข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเรียกที่นี่ว่า "บ้านของเจ้าพรหมเจ้าสุนันตา วงศ์บุรี" และจัดเป็นบ้านเจ้านายฝ่ายเหนือ ส่วนพิพิธภัณฑ์ใช้ชื่ออังกฤษว่า Vongburi House และเรียกตัวเองว่า Living Museum คือบ้านที่ยังมีคนในตระกูลดูแลและต้อนรับผู้ชมด้วยตัวเอง
- ที่ตั้ง: 50 ถนนคำลือ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ 54000 (ตามหน้าติดต่อของพิพิธภัณฑ์)
- สร้างเมื่อ: พ.ศ. 2440 (หน้าทางการของพิพิธภัณฑ์ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา)
- ผู้สร้าง: ช่างชาวจีนร่วมกับช่างฝีมือของแพร่ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ระบุว่าเป็นช่างจากมณฑลกวางตุ้ง
- วัสดุ: ไม้สักทอง เรือนสองชั้น ฐานก่ออิฐถือปูนสูงจากพื้นราว 1 เมตร
- สถานะ: แหล่งศิลปกรรมอันควรอนุรักษ์ในฐานข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) และประกาศเป็นมรดกจังหวัดแพร่เมื่อ 4 ตุลาคม 2555
- ผู้ดูแลวันนี้: ทายาทรุ่นที่ 6 ของตระกูล (หน้า About ของพิพิธภัณฑ์)

ใครสร้าง คุ้มวงศ์บุรี แพร่ และสร้างให้ใคร
หน้า About ของพิพิธภัณฑ์เล่าว่า แม่เจ้าบัวถา ภรรยาคนแรกของเจ้าพิริยเทพวงศ์ เจ้าหลวงองค์สุดท้ายของแพร่ ตั้งใจสร้างเรือนหลังนี้มอบเป็นเรือนหอให้ เจ้าสุนันตา กับ หลวงพงษ์พิบูลย์ ฐานข้อมูลแหล่งศิลปกรรมของ สผ. ขยายความว่า เจ้าสุนันตาเป็นบุตรีของเจ้าบุรีรัตน์ ซึ่งแม่เจ้าบัวถารับมาเป็นบุตรีบุญธรรม ทั้งสองใช้เรือนหลังนี้เป็นเรือนหอในวันแต่งงาน
ข่าวของ สผ. เรียกหลวงพงษ์พิบูลย์อีกชื่อหนึ่งว่า เจ้าน้อยพรม ส่วนหน้าข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เขียนว่า เจ้าพรหม และต่อท้ายชื่อเจ้าสุนันตาด้วย "วงศ์บุรี" ซึ่งเป็นชื่อของบ้าน หน้า About ของพิพิธภัณฑ์ระบุว่าวันนี้บ้านอยู่ในความดูแลของทายาทรุ่นที่ 6
ไม้ที่ใช้สร้าง คุ้มวงศ์บุรี แพร่ ก็มาจากคนในครอบครัวเดียวกัน ข่าวที่ สผ. เผยแพร่เมื่อ 25 มิถุนายน 2563 ระบุว่าวัสดุหลักคือไม้สักทองคุณภาพดีจากป่าห้วยขมิ้น ซึ่งเป็นป่าของเจ้าบุรีรัตน์ บิดาของเจ้าสุนันตา ข่าวเดียวกันระบุว่าในบ้านยังเก็บเอกสารการขอสัมปทานป่าไม้ในอดีตไว้ด้วย บ้านหลังนี้จึงผูกกับเรื่องป่าไม้สักของเมืองแพร่ตั้งแต่ไม้ท่อนแรก

สถาปัตยกรรมของ คุ้มวงศ์บุรี แพร่: ลายขนมปังขิงบนเรือนไม้สัก
หน้า About ของพิพิธภัณฑ์อธิบายว่า คุ้มวงศ์บุรี แพร่ สร้างตามสถาปัตยกรรมแบบวิกตอเรียนที่พัฒนาขึ้นในอังกฤษ จุดเด่นคือการตกแต่งด้วยไม้ฉลุลายเลียนแบบพรรณไม้ตามธรรมชาติไปทั่วตัวอาคาร ฐานข้อมูลของ สผ. เรียกลวดลายไม้ฉลุแบบนี้ว่า "ลายขนมปังขิง"
ฐานข้อมูลของ สผ. บรรยายว่าตัวเรือนผสมศิลปะไทยล้านนากับศิลปะยุโรป ไม้ฉลุอยู่ทั้งหน้าจั่ว สันหลังคา ชายน้ำ ช่องลม กรอบหน้าต่าง เหนือประตูและหน้าต่าง และระเบียง ภายในยังมีลายพรรณพฤกษาและเครือเถา ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เรียกว่าเป็นบ้านแบบยุโรปประยุกต์ หลังคาสูงทรงปั้นหยา สองชั้น

สิ่งที่ผู้ชมมองไม่เห็นแต่ สผ. บันทึกไว้คือวิธีสร้าง ฐานรากเป็นท่อนซุงไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่วางเรียงกัน แล้วก่ออิฐเทปูนทับเพื่อให้มั่นคง ตัวเรือนเดิมใช้การเข้าลิ้นและสลักไม้ ไม่ตอกตะปู แต่ตอกลิ่มไม้แทน ซึ่งเป็นแบบของเรือนเครื่องสับตามงานช่างไทยโบราณ หลังคาก็เปลี่ยนมาแล้วหลายรอบ
| ส่วนของบ้าน | สิ่งที่แหล่งทางการบันทึก |
|---|---|
| ฐานราก | ท่อนซุงไม้เนื้อแข็งวางเรียง แล้วก่ออิฐเทปูนทับ (สผ.) ฐานก่ออิฐถือปูนสูงจากพื้นราว 1 เมตร (กระทรวงการท่องเที่ยวฯ) |
| โครงเรือน | ไม้สักทองสองชั้น เข้าลิ้นสลักไม้ ตอกลิ่มไม้แทนตะปู (สผ.) |
| หลังคา | เดิมมุงแป้นไม้เกล็ด ต่อมาเปลี่ยนเป็นสังกะสี แล้วเป็นกระเบื้องว่าว (สผ.) |
| ลวดลาย | ไม้ฉลุลายขนมปังขิงที่หน้าจั่ว สันหลังคา ชายน้ำ ช่องลม กรอบหน้าต่าง ระเบียง (สผ.) |
| สี | ชมพูอ่อน ซึ่ง สผ. ระบุว่าเป็นสีดั้งเดิม |
เรื่องสีชมพูมีคำอธิบายสองแบบ ข่าวของ สผ. ปี 2563 บอกว่าสีชมพูอ่อนเป็นสีโปรดของแม่เจ้าบัวถา ขณะที่หน้าเว็บของพิพิธภัณฑ์เองวางคำถาม "ทำไมคุ้มหลังนี้ถึงสีชมพู" ไว้ในฐานะข้อสันนิษฐาน ไม่ได้ยืนยันว่ามาจากเหตุใด
ข้างในบ้าน: เรือนหน้า เรือนหลัง และเติ๋น
คุ้มวงศ์บุรี แพร่ ไม่ได้มีแค่เรือนสีชมพูด้านหน้า สผ. บันทึกว่าอาคารด้านหลังเป็นเรือนไม้ใต้ถุนสูงโล่ง ซึ่งเป็นคุ้มหลังเดิมของแม่เจ้าบัวถา มหายศปัญญา เรือนหน้ากับเรือนหลังเชื่อมกันด้วยชาน และมีส่วนที่ยกพื้นขึ้นเรียกว่า "เติ๋น" ใช้นั่งเล่นพักผ่อนและกินข้าว

ข่าวของ สผ. ปี 2563 ระบุห้องใน คุ้มวงศ์บุรี แพร่ ที่ผู้ชมได้เห็น ได้แก่ ห้องของแม่เจ้าบัวถา ห้องรับแขก และห้องนอน แต่ละห้องมีข้าวของที่ตกทอดในตระกูล เช่น ตู้ เตียง โต๊ะ เก้าอี้ โต๊ะเครื่องแป้ง ถ้วยชาม เครื่องเงิน กำปั่นเหล็ก อาวุธโบราณ พระพุทธรูปสมัยเชียงแสนและอู่ทอง รวมถึงภาพถ่ายเก่าที่เล่าเรื่องของบ้าน หน้าข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ สรุปเป็นเครื่องเรือน เครื่องเงิน เครื่องปั้นดินเผา และเอกสารสำคัญ

เอกสารซื้อขายทาส 49 ฉบับ: ของหายากใน คุ้มวงศ์บุรี แพร่
ของที่หลายคนตั้งใจมาดูใน คุ้มวงศ์บุรี แพร่ คือเอกสารเก่าของตระกูล ข่าวของ สผ. ปี 2563 ระบุว่าบ้านเก็บเอกสารขอสัมปทานป่าไม้ในอดีต ตั๋วรูปพรรณช้างและโค และเอกสารการซื้อขายทาสที่มีแม่เจ้าบัวถากับเจ้าน้อยพรหม (หลวงพงษ์พิบูลย์) เป็นผู้ซื้อ รวม 49 ฉบับ ลงวันที่ตั้งแต่ พ.ศ. 2443 ถึง พ.ศ. 2448 เอกสารชุดนี้ให้ดูด้วยตาเท่านั้น ห้ามถ่ายภาพ
ข่าวของ สผ. เรียกเอกสารชุดนี้ว่าเป็นเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่หาดูได้ยาก หน้าข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ก็ยกเอกสารการซื้อขายทาสเป็นตัวอย่างของเอกสารสำคัญในบ้านเช่นกัน เอกสารเหล่านี้มีอายุกว่า 120 ปี และเล่าเรื่องเศรษฐกิจป่าไม้กับแรงงานของเมืองแพร่ในยุคที่บ้านหลังนี้เพิ่งสร้างเสร็จ

สวนและลานรอบ คุ้มวงศ์บุรี แพร่ วันนี้
แหล่งทางการไม่ได้บรรยายสวนของ คุ้มวงศ์บุรี แพร่ ไว้เป็นพิเศษ ภาพใน Wikimedia Commons ที่ถ่ายเมื่อปี 2001 และ 2014 แสดงสนามหญ้า ต้นปาล์ม และไม้พุ่มรอบตัวเรือน ลานหน้าบ้านกว้างพอสำหรับจัดงานกลางแจ้ง
หน้า Services ของพิพิธภัณฑ์ระบุว่านอกจากเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แล้ว คุ้มวงศ์บุรี แพร่ ยังรับจัดงานแต่งงานและงานพิเศษ และมีร้านอาหารที่เสิร์ฟข้าวซอย เปิดวันจันทร์–เสาร์ 10.00–15.00 น. บ้านที่เคยสร้างเป็นเรือนหอเมื่อปี 2440 จึงยังใช้เป็นที่จัดงานแต่งงานอยู่จนถึงวันนี้

ทำไม คุ้มวงศ์บุรี แพร่ จึงสำคัญต่อเมือง
คุณค่าของ คุ้มวงศ์บุรี แพร่ ได้รับการยืนยันจากหลายหน่วยงาน หน้า Services ของพิพิธภัณฑ์ระบุว่าได้รางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นปี 1993 (พ.ศ. 2536) จากสมาคมสถาปนิกสยาม และฐานข้อมูลของ สผ. บันทึกว่าบ้านได้รับการประกาศเป็นมรดกจังหวัดแพร่เมื่อ 4 ตุลาคม 2555 (ค.ศ. 2012)
ในปี 2563 คุ้มวงศ์บุรี แพร่ กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง ข่าวที่ สผ. เผยแพร่ระบุว่าชาวแพร่ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดให้ตรวจสอบการรื้อถอนอาคารประวัติศาสตร์ "บอมเบย์ เบอร์มา" อายุ 127 ปี จนเกิดกระแสเรียกร้องให้อนุรักษ์อาคารเก่าในเมือง และคุ้มวงศ์บุรีถูกยกเป็นตัวอย่างของอาคารเก่าที่ยังได้รับการดูแลอย่างดี
สำหรับผู้อ่านที่ชอบบ้านเก่าของคนดังในไทย คุ้มวงศ์บุรี แพร่ ต่างจากบ้านดำ เชียงราย ที่ศิลปินออกแบบเองทั้งกลุ่มอาคาร และต่างจากบ้านคึกฤทธิ์ ซอยสวนพลู ที่เป็นเรือนไทยภาคกลาง เพราะเป็นบ้านไม้สักแบบตะวันตกที่ช่างจีนสร้างให้ตระกูลเจ้านายล้านนา
ในตำบลเดียวกันยังมีคุ้มเจ้าหลวง แพร่ บ้านของเจ้าพิริยเทพวงศ์ ซึ่งวันนี้เป็นพิพิธภัณฑ์เมืองแพร่และเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าเข้าชม ผู้ที่มาชมคุ้มวงศ์บุรีจึงแวะชมได้ทั้งสองหลังในวันเดียว
ลำดับเหตุการณ์ของ คุ้มวงศ์บุรี แพร่
| ปี | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1897) | เริ่มสร้างเรือนหอของเจ้าสุนันตากับหลวงพงษ์พิบูลย์ โดยช่างชาวจีนร่วมกับช่างเมืองแพร่ สผ. ระบุว่าใช้เวลา 3 ปี |
| พ.ศ. 2443–2448 (ค.ศ. 1900–1905) | ช่วงวันที่ของเอกสารซื้อขายทาส 49 ฉบับที่เก็บในบ้าน |
| ไม่ระบุปี | หลังคาเปลี่ยนจากแป้นไม้เกล็ดเป็นสังกะสี แล้วเป็นกระเบื้องว่าว |
| พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993) | ได้รางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยาม |
| 4 ต.ค. 2555 (ค.ศ. 2012) | ประกาศเป็นมรดกจังหวัดแพร่ |
| มิ.ย. 2563 (ค.ศ. 2020) | สผ. เผยแพร่ข่าวยกคุ้มวงศ์บุรีเป็นตัวอย่างอาคารเก่าที่ดูแลดี หลังกรณีรื้ออาคารบอมเบย์ เบอร์มา ตอนนั้นเปิดทุกวัน 09.00–17.00 น. ค่าเข้า 30 บาท |
| 1 ม.ค. 2568 (ค.ศ. 2025) | ค่าเข้าชมใหม่มีผล ผู้ใหญ่ 60 บาท อายุ 10–20 ปี 30 บาท |
| ต.ค. 2569 (ค.ศ. 2026) | หน้าทางการระบุว่าเปิดจันทร์–เสาร์ 09.00–16.00 น. ทายาทรุ่นที่ 6 ดูแล |
ภาพบันทึก

ข้อมูลการเข้าชม คุ้มวงศ์บุรี แพร่
ข้อมูลการเข้าชม คุ้มวงศ์บุรี แพร่ ด้านล่างมาจากหน้าทางการของพิพิธภัณฑ์ ตรวจเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เวลาเปิดและค่าเข้าชมอาจเปลี่ยนได้ ควรโทรถามก่อนเดินทาง
- เวลาเปิด: วันจันทร์–เสาร์ 09.00–16.00 น. ปิดวันอาทิตย์ (หน้าติดต่อ) — หน้าข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ แสดงเวลา 08.00–18.00 น. ทุกวัน ซึ่งไม่ตรงกับหน้าของพิพิธภัณฑ์ ให้ยึดหน้าของพิพิธภัณฑ์เป็นหลัก
- ค่าเข้าชม (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2025): ผู้ใหญ่ 60 บาท, อายุ 10–20 ปี 30 บาท (แสดงบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ต)
- เข้าฟรี: เด็กอายุ 0–9 ปี พระภิกษุ มัคคุเทศก์ และหัวหน้าทัวร์ (แสดงบัตร)

- ระเบียบ: ถอดรองเท้าก่อนเข้าบ้าน ทางเดินในบ้านมีบันได ห้ามนำอาหารและเครื่องดื่มจากภายนอกเข้า ถ่ายภาพได้แต่ห้ามใช้แฟลชและห้ามถ่ายวิดีโอ ห้ามสูบบุหรี่ทุกชนิด
- ร้านอาหาร: วันจันทร์–เสาร์ 10.00–15.00 น.
- ติดต่อ: 062-860-5554, 088-216-6541 หรืออีเมล [email protected]
- ที่อยู่: 50 ถนนคำลือ ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ 54000
บ้านและสวนคนดังในไทยเรื่องอื่น อ่านต่อได้ที่หมวดบ้านและสวน
คำถามที่พบบ่อย
คุ้มวงศ์บุรี แพร่ เปิดกี่โมงและค่าเข้าชมเท่าไร?
หน้าทางการของพิพิธภัณฑ์ ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569 ระบุว่า คุ้มวงศ์บุรี แพร่ เปิดวันจันทร์–เสาร์ 09.00–16.00 น. ปิดวันอาทิตย์ ค่าเข้าชมที่ใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2025 คือผู้ใหญ่ 60 บาท อายุ 10–20 ปี 30 บาท เด็ก 0–9 ปี พระภิกษุ มัคคุเทศก์และหัวหน้าทัวร์เข้าฟรีเมื่อแสดงบัตร ควรโทรถามก่อนเดินทาง
คุ้มวงศ์บุรี สร้างเมื่อไรและใครเป็นผู้สร้าง?
หน้าทางการของพิพิธภัณฑ์ระบุว่า คุ้มวงศ์บุรี แพร่ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1897) โดยช่างชาวจีนร่วมกับช่างฝีมือของแพร่ แม่เจ้าบัวถา ภรรยาคนแรกของเจ้าพิริยเทพวงศ์ เจ้าหลวงองค์สุดท้ายของแพร่ ให้สร้างเป็นเรือนหอของเจ้าสุนันตากับหลวงพงษ์พิบูลย์ ฐานข้อมูลของ สผ. ระบุว่าใช้เวลาสร้าง 3 ปี
ทำไม คุ้มวงศ์บุรี แพร่ จึงเป็นสีชมพู?
ข่าวที่ สผ. เผยแพร่ในปี 2563 ระบุว่าสีชมพูอ่อนของ คุ้มวงศ์บุรี แพร่ เป็นสีโปรดของแม่เจ้าบัวถา ผู้ให้สร้างเรือนหลังนี้ ส่วนฐานข้อมูลแหล่งศิลปกรรมของ สผ. ระบุว่าสีชมพูอ่อนเป็นสีดั้งเดิมของบ้าน หน้าเว็บของพิพิธภัณฑ์เองเรียกเรื่องนี้ว่าเป็นข้อสันนิษฐาน จึงยังไม่มีเอกสารยืนยันแน่ชัด
คุ้มวงศ์บุรี กับ บ้านวงศ์บุรี เป็นที่เดียวกันไหม และถ่ายรูปข้างในได้หรือไม่?
เป็นที่เดียวกัน หน่วยงานรัฐใช้ทั้งชื่อ คุ้มวงศ์บุรี แพร่ และบ้านวงศ์บุรี ส่วนพิพิธภัณฑ์ใช้ชื่ออังกฤษว่า Vongburi House ระเบียบของพิพิธภัณฑ์อนุญาตให้ถ่ายภาพในบ้านได้ แต่ห้ามใช้แฟลชและห้ามถ่ายวิดีโอ และเอกสารซื้อขายทาสให้ดูได้อย่างเดียว
แหล่งอ้างอิง
- About - Vongburi House — พิพิธภัณฑ์คุ้มวงศ์บุรี (Vongburi House Museum)
- Admission Fee - Vongburi House — พิพิธภัณฑ์คุ้มวงศ์บุรี (Vongburi House Museum)
- Services - Vongburi House — พิพิธภัณฑ์คุ้มวงศ์บุรี (Vongburi House Museum)
- คุ้มวงศ์บุรี - ฐานข้อมูลแหล่งศิลปกรรมอันควรอนุรักษ์ — สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- บ้านวงศ์บุรี — กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (Thailand Tourism Directory)
- 25 มิถุนายน 2563 “คุ้มวงศ์บุรี” อายุกว่า ๑๐๐ ปี บ้านอีกหลังที่ชาวแพร่ภูมิใจ — สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา13
- ประเทศและสถานที่
- จีน262สหราชอาณาจักร214ยุโรป266
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ