ศาลาแก้วกู่ หนองคาย: สวนประติมากรรม 208 องค์ของหลวงปู่บุญเหลือ บนพื้นที่ 42 ไร่
ศาลาแก้วกู่ หนองคาย สวนประติมากรรม 208 องค์ที่หลวงปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ เริ่มสร้าง พ.ศ. 2521 บนพื้นที่ 42 ไร่ เปิดทุกวัน 08.00–18.00 น. คนไทยผู้ใหญ่ 20 บาท
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 7 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- ศาลาแก้วกู่ หนองคาย หรือที่คนเรียกว่าวัดแขก เป็นสวนประติมากรรมที่หลวงปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2521 (ค.ศ. 1978) ตามข้อมูลของ ททท. และ อบจ.หนองคาย
- ททท. นับรูปปั้นได้ 208 องค์ ส่วน อบจ.หนองคาย ระบุว่ามีกว่า 200 องค์ บนพื้นที่ 42 ไร่ รูปที่สูงที่สุดสูงราว 25 เมตร
- แนวคิดของผู้สร้างคือ ทุกศาสนาสามารถอยู่รวมกันได้ รูปปั้นจึงมีทั้งพระพุทธรูป เทพเจ้าฮินดู บุคคลในคริสต์ศาสนา ตัวละครรามเกียรติ์ และความเชื่อพื้นบ้าน
- ชั้นบนสุดของอาคารศาลาแก้วกู่ 3 ชั้น เก็บรักษาร่างของหลวงปู่บุญเหลือ ปัจจุบันพุทธมามกะสมาคมจังหวัดหนองคายเป็นผู้ดูแล
- ททท. ระบุว่าเปิดทุกวัน 08.00–18.00 น. ค่าเข้าชมคนไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท (ตรวจเมื่อ 26 ต.ค. 2569)
ศาลาแก้วกู่ หนองคาย หรือวัดแขก คือสวนประติมากรรมขนาด 42 ไร่ในชุมชนสามัคคี ตำบลวัดธาตุ อำเภอเมืองหนองคาย ที่หลวงปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ เริ่มสร้างเมื่อ พ.ศ. 2521 (ค.ศ. 1978) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นับรูปปั้นได้ 208 องค์ วันนี้เปิดทุกวัน 08.00–18.00 น. ค่าเข้าชมคนไทยผู้ใหญ่ 20 บาท
ศาลาแก้วกู่ หนองคาย คืออะไร: ข้อมูลสำคัญโดยสรุป
ศาลาแก้วกู่ หนองคาย ไม่ใช่บ้านในความหมายทั่วไป แต่เป็นสวนที่ผู้สร้างคนเดียววางแนวคิดไว้ทั้งหมด องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หนองคาย เรียกที่นี่ว่า "อุทยานเทวาลัย" และระบุว่าเป็นอุทยานของสำนักปฏิบัติธรรมแก้วกู่ ส่วน ททท. ระบุว่าที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็น "อุทยานเทวาลัยแห่งศรัทธา" ตามคติความเชื่อของหลวงปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ ที่ว่าทุกศาสนาสามารถผสมผสานกันได้
- ที่ตั้ง: ชุมชนสามัคคี ตำบลวัดธาตุ ริมถนนหนองคาย-บึงกาฬ อำเภอเมืองหนองคาย (ททท.)
- ผู้สร้าง: หลวงปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ (หน้า อบจ.หนองคาย เขียนว่า ปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์)
- เริ่มสร้าง: พ.ศ. 2521 (ททท. และ อบจ.หนองคาย)
- ขนาด: 42 ไร่ (อบจ.หนองคาย)
- จำนวนรูปปั้น: 208 องค์ (ททท.) หรือกว่า 200 องค์ (อบจ.หนองคาย)
- ผู้ดูแลวันนี้: พุทธมามกะสมาคมจังหวัดหนองคาย (ททท.)
ชื่อที่หน่วยงานรัฐใช้เรียกที่นี่มีอย่างน้อยสามชื่อ ททท. ใช้ชื่อ "ศาลาแก้วกู่ หรือวัดแขก" ส่วน อบจ.หนองคาย ใช้ชื่อ "ศาลาแก้วกู่, อุทยานเทวาลัย หรือ วัดแขก" นักท่องเที่ยวต่างชาติมักรู้จักในชื่อ Sala Keoku หรือ Sala Kaew Ku ตามชื่อไฟล์ภาพจำนวนมากใน Wikimedia Commons ผู้ที่ค้นข้อมูลก่อนเดินทางจึงควรค้นทั้งชื่อไทยและชื่ออังกฤษ

หลวงปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ ผู้สร้าง ศาลาแก้วกู่ หนองคาย
แหล่งทางการทั้งสองไม่ได้ให้ประวัติส่วนตัวของหลวงปู่บุญเหลือไว้มากนัก แต่บันทึกสิ่งที่สำคัญที่สุดตรงกัน คือท่านเป็นผู้สร้างอุทยานนี้ทั้งหมดตามแนวคิดของตัวเอง อบจ.หนองคาย ระบุแนวคิดไว้สองข้อ ข้อแรกคือ "ทุกศาสนาสามารถอยู่รวมกันได้" ข้อที่สองคือให้ที่นี่เป็น "สถานที่แทนภาพดินแดนแห่งการหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง"
ศาลาแก้วกู่ หนองคาย ไม่ใช่สวนแห่งแรกของผู้สร้าง อบจ.หนองคาย บันทึกว่าก่อนหน้านี้ปู่บุญเหลือเคยสร้างสวนพระหรือวัดเชียงควน (Buddha Park; Wat Xieng Khuan) ในนครเวียงจันทน์ ประเทศลาว ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำโขง แล้วจึงมาสร้างอุทยานแก้วกู่ที่หนองคายให้วิจิตรและยิ่งใหญ่กว่าที่เคยสร้างที่ลาว และยังเปรียบสวนแห่งนี้ว่าคล้ายกับสวนแห่งโบมาร์โซ (Gardens of Bomarzo) ในแคว้นลัตซีโย ประเทศอิตาลี

วันนี้ร่างของหลวงปู่บุญเหลือยังเก็บรักษาอยู่ที่ชั้น 3 ของอาคารศาลาแก้วกู่ ตามที่ ททท. ระบุ ส่วน อบจ.หนองคาย ระบุว่าร่างบรรจุอยู่ในผอบ (อ่านว่า ผะ-อบ) และไม่เน่าเปื่อย ทำให้ผู้ที่ศรัทธาในตัวท่านเคารพนับถือเป็นอย่างมาก
อาคารศาลาแก้วกู่: อาคาร 3 ชั้นที่ให้ชื่อแก่ทั้งอุทยาน
ชื่อ "ศาลาแก้วกู่" มาจากอาคารหลักในอุทยาน อบจ.หนองคาย อธิบายว่าเป็นอาคารสำนักพุทธศาสนาแก้วกู่ สูงสามชั้น สถาปัตยกรรมเลียนแบบมัสยิด บนหน้าบันจารึกสัญลักษณ์โอมและอักษรไทยว่า "ศาลาแก้วกู่" ชั้นบนสุดเป็นที่ตั้งร่างของผู้สร้าง

รูปปั้นใน ศาลาแก้วกู่ หนองคาย: ทุกศาสนาในสวนเดียว
ททท. บรรยายว่ารูปปั้นใน ศาลาแก้วกู่ หนองคาย มีรูปทรงแปลกตา ตั้งอยู่กลางแจ้งจำนวนมาก เช่น พระพุทธรูปปางต่าง ๆ รูปเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และรูปปั้นจากเรื่องรามเกียรติ์และตำนานพื้นบ้าน ส่วน อบจ.หนองคาย เพิ่มพระโพธิสัตว์และบุคคลในคริสต์ศาสนาเข้ามาในรายการด้วย ใต้ฐานของแต่ละองค์มีคำอธิบายชิ้นงาน แนวคิด และคติเตือนใจเป็นภาษาไทยและภาษาอีสาน
| ประเด็น | ททท. | อบจ.หนองคาย |
|---|---|---|
| จำนวนรูปปั้น | 208 องค์ | กว่า 200 องค์ |
| วัสดุ | ก่ออิฐถือปูน | คอนกรีตเสริมเหล็ก |
| สิ่งที่ปั้น | พระพุทธรูป เทพเจ้าพราหมณ์-ฮินดู รามเกียรติ์ ตำนานพื้นบ้าน | พระพุทธรูป พระโพธิสัตว์ เทพเจ้าฮินดู บุคคลในคริสต์ศาสนา ความเชื่อพื้นบ้าน รามเกียรติ์ |
| คำอธิบายใต้ฐาน | ภาษาไทยและภาษาไทยอีสาน | ภาษาอีสานและภาษาไทย |
| ขนาด | ไม่ระบุ | รูปที่สูงที่สุดราว 25 เมตร พื้นที่ 42 ไร่ |


ข้อมูลสองแหล่งต่างกันเรื่องวัสดุ ททท. เขียนว่ารูปปั้นก่ออิฐถือปูน ส่วน อบจ.หนองคาย เขียนว่าเป็นรูปปั้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ภาพที่ผู้ถ่ายภาพบันทึกไว้แสดงพื้นผิวสีเทาเข้มของงานปูนที่ผ่านแดดฝนมานาน


วงจรชีวิต: กลุ่มประติมากรรมที่คนถ่ายรูปมากที่สุด
ในอุทยานมีกลุ่มรูปปั้นที่ช่างภาพใน Wikimedia Commons ตั้งชื่อไฟล์ว่า Wheel of Life หรือวงจรชีวิต ภาพที่ถ่ายไว้เมื่อเดือนสิงหาคม 2018 แสดงวงล้อมของรูปปั้นคนหลายวัยรอบลานกลม ทางเข้าเป็นรูปปากขนาดใหญ่ และมีรูปโครงกระดูกคู่หนึ่งนั่งอยู่บนแท่น แหล่งทางการไม่ได้บรรยายกลุ่มนี้ไว้แยก ผู้ชมจึงควรอ่านคำอธิบายที่ฐานแต่ละองค์เมื่อไปถึง



สวนของ ศาลาแก้วกู่ หนองคาย: สระน้ำ ไม้ใหญ่ และสนามหญ้า
พื้นที่ 42 ไร่ของ ศาลาแก้วกู่ หนองคาย ไม่ได้มีแต่รูปปั้น ภาพที่ถ่ายระหว่างปี 2006 ถึง 2018 แสดงสระน้ำที่มีรูปปั้นสูงสะท้อนเงา ไม้ใหญ่และไม้พุ่มที่ปลูกแทรกระหว่างรูปปั้น สนามหญ้ารอบกลุ่มรูปปั้น และทางเดินที่พาผู้ชมเดินวนจากองค์หนึ่งไปอีกองค์

สำหรับผู้อ่านที่ตามเรื่องบ้านและสวนของบุคคลสำคัญในภาคอีสาน อ่านต่อได้ที่บ้านลุงโฮ นครพนม และสวนของศิลปินอีกแห่งทางภาคเหนือที่บ้านดำ เชียงราย ซึ่งเป็นกลุ่มอาคารที่ศิลปินออกแบบเองทั้งหมดเช่นกัน
ลำดับเหตุการณ์ของ ศาลาแก้วกู่ หนองคาย
| ปี | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| ก่อน พ.ศ. 2521 | หลวงปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ สร้างสวนพระหรือวัดเชียงควนที่นครเวียงจันทน์ ประเทศลาว (อบจ.หนองคาย ไม่ระบุปี) |
| พ.ศ. 2521 (ค.ศ. 1978) | เริ่มสร้างศาลาแก้วกู่ที่หนองคาย |
| ส.ค. 2006 | ภาพใน Wikimedia Commons บันทึกรูปปั้นพญานาคและรูปปั้นสูงในสวน |
| ม.ค.–ต.ค. 2010 | ภาพชุดหลายภาพบันทึกอุทยานในวันฟ้าใส |
| ส.ค. 2018 | ภาพชุดใหญ่บันทึกทางเข้า สระน้ำ และกลุ่มรูปปั้น Wheel of Life |
| ต.ค. 2569 (ค.ศ. 2026) | ททท. ระบุว่าเปิดทุกวัน 08.00–18.00 น. และพุทธมามกะสมาคมจังหวัดหนองคายเป็นผู้ดูแล |
ภาพบันทึก





ข้อมูลการเข้าชม ศาลาแก้วกู่ หนองคาย
ข้อมูลการเข้าชม ศาลาแก้วกู่ หนองคาย ด้านล่างมาจากหน้าทางการของ ททท. ตรวจเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ราคาและเวลาอาจเปลี่ยนได้ ควรสอบถามก่อนเดินทาง
- เวลาเปิด: ทุกวัน 08.00–18.00 น.
- ค่าเข้าชม: ชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท
- ที่อยู่: ถนนหนองคาย-บึงกาฬ ตำบลหาดคำ อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย 43000 (หน้า ททท. ระบุชุมชนสามัคคี ตำบลวัดธาตุ ในคำบรรยาย)
- ติดต่อ: หน้า ททท. ให้เบอร์ผู้ประสานงาน 09 5670 0153
- ผู้ดูแล: พุทธมามกะสมาคมจังหวัดหนองคาย
- ข้อควรรู้: ททท. ระบุว่าร่างของหลวงปู่บุญเหลือที่ชั้น 3 ของอาคารศาลาแก้วกู่เป็นที่เคารพนับถือของคนในพื้นที่และผู้ที่ได้พบเห็น
บ้านและสวนคนดังในไทยเรื่องอื่น อ่านต่อได้ที่หมวดบ้านและสวน
คำถามที่พบบ่อย
ศาลาแก้วกู่ หนองคาย เปิดกี่โมงและค่าเข้าชมเท่าไร?
หน้าทางการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตรวจเมื่อ 26 ตุลาคม 2569 ระบุว่า ศาลาแก้วกู่ หนองคาย เปิดทุกวัน 08.00–18.00 น. ค่าเข้าชมชาวไทยผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท ควรตรวจสอบกับสถานที่อีกครั้งก่อนเดินทาง
ศาลาแก้วกู่ หนองคาย ใครสร้างและสร้างเมื่อไร?
ททท. และองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคายระบุตรงกันว่า ศาลาแก้วกู่ หนองคาย สร้างโดยหลวงปู่บุญเหลือ สุรีรัตน์ ในปี พ.ศ. 2521 (ค.ศ. 1978) ตามแนวคิดว่าทุกศาสนาสามารถอยู่รวมกันได้ ก่อนหน้านั้นผู้สร้างเคยสร้างสวนพระหรือวัดเชียงควนที่นครเวียงจันทน์ ประเทศลาว
ทำไมคนเรียกศาลาแก้วกู่ว่าวัดแขก?
ทั้ง ททท. และ อบจ.หนองคาย ใช้ชื่อวัดแขกคู่กับชื่อ ศาลาแก้วกู่ หนองคาย โดย อบจ.หนองคาย เรียกอีกชื่อว่าอุทยานเทวาลัย แหล่งทางการทั้งสองไม่ได้อธิบายที่มาของชื่อวัดแขก แต่ระบุว่าในอุทยานมีรูปเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูจำนวนมาก
ในศาลาแก้วกู่มีรูปปั้นกี่องค์?
ตัวเลขของ ศาลาแก้วกู่ หนองคาย ต่างกันเล็กน้อยตามแหล่ง ททท. ระบุว่ามีรูปปั้นรวม 208 องค์ ส่วน อบจ.หนองคาย ระบุว่ามีรูปปั้นขนาดใหญ่กว่า 200 องค์ บนพื้นที่ 42 ไร่ และรูปที่สูงที่สุดสูงราว 25 เมตร ใต้ฐานแต่ละองค์มีคำอธิบายเป็นภาษาไทยและภาษาอีสาน
แหล่งอ้างอิง
- ศาลาแก้วกู่ หรือวัดแขก — การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
- ศาลาแก้วกู่ อำเภอเมือง — องค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- ททท.23
- ประเทศและสถานที่
- สหราชอาณาจักร214
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ