พระราชวังแวร์ซาย: 2,300 ห้อง ห้องกระจกยาว 73 เมตร และสวน Le Nôtre ก่อนหมดฤดูน้ำพุ 1 พ.ย.
พระราชวังแวร์ซายที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงย้ายราชสำนักมาในปี 1682 มี 2,300 ห้อง ห้องกระจกยาว 73 เมตร และสวนของ Le Nôtre ฤดูน้ำพุดนตรีปี 2026 จบ 1 พ.ย.
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 8 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- พระราชวังแวร์ซาย เริ่มจากตำหนักล่าสัตว์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 ก่อนพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงขยายและทรงย้ายราชสำนักกับรัฐบาลมาในปี 1682 วันนี้มี 2,300 ห้อง บนพื้นที่ 63,154 ตารางเมตร และเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 1979
- ห้องกระจก (Hall of Mirrors) ยาว 73 เมตร สร้างปี 1678–1684 มีกระจก 357 บาน บนซุ้ม 17 ซุ้ม เป็นที่ที่คณะทูตจากสยามเดินผ่านในปี 1686 และเป็นที่ลงนามสนธิสัญญาแวร์ซาย 28 มิถุนายน 1919
- André Le Nôtre เริ่มสร้างสวนในปี 1661 ใช้เวลาราว 40 ปี สวนต้องปลูกใหม่ราวทุก 100 ปี และปลูกใหม่ทั้งหมดหลังพายุเดือนธันวาคม 1999
- ตั๋ว Passport เข้าทั้งอาณาเขต ราคา 35 ยูโร (ราคาช่วง 1 เม.ย.–31 ต.ค.) ตั๋ว Trianon 15 ยูโร ฤดูน้ำพุดนตรีและสวนดนตรีปี 2026 จบวันที่ 1 พฤศจิกายน และฤดูต่ำเริ่ม 2 พฤศจิกายน
พระราชวังแวร์ซาย (Château de Versailles) คือพระราชวังทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปารีสที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงขยายจากตำหนักล่าสัตว์ของพระราชบิดา และทรงย้ายราชสำนักกับรัฐบาลฝรั่งเศสมาประทับในปี 1682 วันนี้พระราชวังมี 2,300 ห้อง เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ และเป็นมรดกโลกของ UNESCO ตั้งแต่ปี 1979
ใครวางแผนไปช่วงนี้มีสองวันที่ต้องรู้ ผู้ดูแลระบุว่าฤดูการแสดงน้ำพุดนตรี (Musical Fountains Show) และสวนดนตรี (Musical Gardens) ปี 2026 จบวันที่ 1 พฤศจิกายน และฤดูต่ำของเวลาเปิดเริ่มวันที่ 2 พฤศจิกายน ส่วนราคาตั๋วชุดปัจจุบันใช้ถึงวันที่ 31 ตุลาคม

พระราชวังแวร์ซายเป็นของใคร และใครดูแลวันนี้
ผู้ดูแลเล่าว่าพระราชวังแวร์ซายเริ่มจากตำหนักล่าสัตว์เก่าของพระเจ้าหลุยส์ที่ 13 พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงเปลี่ยนและขยายตำหนักนี้ แล้วทรงย้ายราชสำนักและรัฐบาลมาในปี 1682 พระมหากษัตริย์รัชกาลต่อมาตกแต่งพระราชวังต่อเนื่องจนถึงการปฏิวัติฝรั่งเศส
ในปี 1789 การปฏิวัติบังคับให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เสด็จออกจากแวร์ซายไปปารีส และพระราชวังแวร์ซายไม่ได้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์อีกเลย ปี 1837 พระเจ้าหลุยส์-ฟีลิปทรงให้เปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส จัดแสดงภาพเขียนและประติมากรรมของบุคคลและเหตุการณ์สำคัญของประเทศ วันนี้หน่วยงานของรัฐฝรั่งเศสที่ดูแลพระราชวังเปิดให้ชมทั้งตัวพระราชวัง สวน และอาณาเขต Trianon
ทำไมเรียกว่า "château" ไม่ใช่ "palais" ผู้ดูแลอธิบายว่าตั้งแต่ยุคเรอเนสซองส์ คำว่า château ใช้กับที่ประทับหรูหราที่อยู่นอกเมือง ต่างจากพระราชวังในเมืองอย่าง Palais du Louvre พระราชวังแวร์ซายไม่เคยทำหน้าที่ป้อมปราการแบบปราสาทยุคกลาง หมู่บ้านแวร์ซายเดิมถูกรื้อในปี 1673 เพื่อสร้างเมืองใหม่ตามพระราชประสงค์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14

ห้องกระจกของพระราชวังแวร์ซาย
ห้องกระจก (Hall of Mirrors หรือ Galerie des Glaces) คือห้องที่มีชื่อเสียงที่สุดของพระราชวังแวร์ซาย สร้างแทนระเบียงกว้างที่สถาปนิก Louis Le Vau ออกแบบไว้ระหว่างห้องชุดของพระมหากษัตริย์ด้านเหนือกับของพระราชินีด้านใต้ ระเบียงนั้นใช้ยากและโดนลมฝน Jules Hardouin-Mansart จึงออกแบบเป็นห้องโถงยาวแทน งานเริ่มปี 1678 และเสร็จปี 1684
ห้องยาว 73 เมตร เพดานโค้งมีภาพเขียน 30 ภาพของ Charles Le Brun เล่าเรื่องรัชกาลพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ช่วง 18 ปีแรก ตั้งแต่ปี 1661 ถึงสนธิสัญญาไนเมเคิน กระจก 357 บานบนซุ้ม 17 ซุ้มที่หันเข้าหาหน้าต่าง 17 บาน แสดงว่าโรงงานกระจกของฝรั่งเศสในเวลานั้นแข่งกับการผูกขาดของเวนิสได้ ส่วนเสาติดผนังหินอ่อนสีแดง Rouge de Rance ประดับหัวเสาบรอนซ์ปิดทองเป็นแบบใหม่ที่เรียกว่า "French style"

ปลายทั้งสองด้านของห้องกระจกมีห้องเชื่อมที่ตกแต่งคู่กัน ด้านหนึ่งคือ War Room ที่ Hardouin-Mansart เริ่มสร้างในปี 1678 และ Le Brun ตกแต่งเสร็จในปี 1686 ผนังเป็นแผ่นหินอ่อนประดับถ้วยรางวัลและอาวุธบรอนซ์ปิดทอง เพดานโดมเล่าเรื่องชัยชนะทางทหารที่นำไปสู่สนธิสัญญาไนเมเคิน อีกด้านคือ Peace Room ที่ตกแต่งแบบเดียวกันแต่เล่าเรื่องสันติภาพ ห้องนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของห้องชุดพระราชินี และในรัชกาลพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 พระนาง Marie Leszczyńska ทรงจัดการแสดงดนตรีที่นี่ทุกวันอาทิตย์
ห้องกระจกกับคณะทูตสยามและสนธิสัญญาแวร์ซาย
ข้าราชสำนักและผู้มาเยือนเดินผ่านห้องกระจกของพระราชวังแวร์ซายทุกวัน แต่บางโอกาสห้องนี้ใช้รับรองคณะทูต พระที่นั่งตั้งบนแท่นปลายห้องใกล้ห้อง Salon de la Paix ผู้ดูแลระบุว่าในปี 1685 Doge แห่งเจนัว และคณะทูตจากสยาม (1686) เปอร์เซีย (1715) และจักรวรรดิออตโตมัน (1742) เดินตลอดความยาวของห้องท่ามกลางข้าราชสำนักที่นั่งบนอัฒจันทร์สองข้าง ก่อนถึงองค์พระมหากษัตริย์
ห้องกระจกยังเป็นที่ลงนามสนธิสัญญาแวร์ซายวันที่ 28 มิถุนายน 1919 ซึ่งยุติสงครามโลกครั้งที่ 1 และประธานาธิบดีฝรั่งเศสยังใช้ห้องนี้ต้อนรับแขกระดับประมุขมาจนถึงวันนี้
ตั้งแต่ฤดูร้อนปี 2025 ผู้ดูแลถอดโคมระย้าบางส่วนออกเพื่อให้แสงในห้องใกล้กับสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 มากขึ้น เพราะเดิมโคมระย้าเป็นของที่ติดตั้งเฉพาะงานเต้นรำใหญ่ แล้วรื้อออกหลังงาน แสงแบบใหม่ใช้คบไฟตั้ง 24 ชุดที่ทำจำลองไว้ตั้งแต่ปี 1980 และโคมระย้าบางชุดที่เก็บรักษาจากศตวรรษที่ 18


สวนพระราชวังแวร์ซายของ André Le Nôtre
ในปี 1661 พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงมอบหมายให้ André Le Nôtre สร้างและปรับปรุงสวนของพระราชวังแวร์ซาย ซึ่งพระองค์ทรงถือว่าสำคัญเท่าตัวพระราชวัง งานเริ่มพร้อมกับงานพระราชวังและใช้เวลาราว 40 ปี Le Nôtre ทำงานกับ Jean-Baptiste Colbert ผู้ดูแลงานก่อสร้างของพระมหากษัตริย์ช่วงปี 1664–1683 และ Charles Le Brun ผู้ออกแบบรูปปั้นและน้ำพุจำนวนมาก ทุกโครงการต้องผ่านพระเนตรของพระมหากษัตริย์ ต่อมา Jules Hardouin-Mansart สร้าง Orangery และปรับแนวสวน
การสร้างสวนเป็นงานใหญ่มาก ต้องขนดินปรับพื้นที่ทำแปลงสวน สร้าง Orangery และขุดน้ำพุกับคลองบนพื้นที่ที่เดิมเป็นทุ่งหญ้าและหนองน้ำ ต้นไม้ขนมาจากหลายภูมิภาคของฝรั่งเศส และใช้แรงงานหลายพันคน บางครั้งใช้ทหารทั้งกรมทหาร

Grande Perspective, Grand Canal และการปลูกสวนใหม่
ผู้ที่มองออกจากหน้าต่างกลางของห้องกระจกจะเห็นแนวแกน Grande Perspective ทอดยาวจาก Water Parterre ไปถึงขอบฟ้า แนวแกนตะวันออก–ตะวันตกนี้มีมาก่อนรัชกาลพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แต่ Le Nôtre ขยายถนน Royal Way ให้กว้างขึ้นและขุด Grand Canal
สวนแบบนี้ต้องปลูกใหม่ราวทุก 100 ปีเพื่อรักษารูปทรง พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงให้ปลูกใหม่ต้นรัชกาล และครั้งต่อมาในสมัยจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 หลังพายุหลายครั้งปลายศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะพายุเดือนธันวาคม 1999 ที่เสียหายหนักที่สุด สวนถูกปลูกใหม่ทั้งหมด ผู้ดูแลบอกว่าวันนี้สวนจึงดูสดใหม่ใกล้เคียงกับที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทอดพระเนตร


Orangery และ Parterre du Midi
Orangery เป็นผลงานของ Jules Hardouin-Mansart หลังเขาได้เป็นสถาปนิกเอกและผู้ดูแลงานก่อสร้างของพระมหากษัตริย์ งานสร้าง Orangery เป็นส่วนหนึ่งของการขนดินปรับพื้นที่ครั้งใหญ่ของสวน ภาพด้านล่างแสดงแปลงสวนหน้า Orangery ที่วางต้นไม้ในกระถางไม้เรียงเป็นแถว ส่วน Parterre du Midi เป็นแปลงดอกไม้และสระน้ำที่มองเห็นด้านสวนของพระราชวังเต็มแนว

ลำดับเหตุการณ์ของพระราชวังแวร์ซาย
| ปี | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| 1661 | พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงมอบงานสวนให้ André Le Nôtre |
| 1664 | Charles Le Brun ได้ตำแหน่ง First Painter to the King (มกราคม) |
| 1673 | รื้อหมู่บ้านแวร์ซายเดิมเพื่อสร้างเมืองใหม่ |
| 1678 | เริ่มสร้างห้องกระจกและ War Room |
| 1682 | ราชสำนักและรัฐบาลย้ายมาพระราชวังแวร์ซาย |
| 1684 | ห้องกระจกเสร็จ |
| 1686 | คณะทูตจากสยามเดินผ่านห้องกระจก |
| 1789 | พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 เสด็จออกจากแวร์ซายไปปารีส |
| 1837 | เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส |
| 1919 | ลงนามสนธิสัญญาแวร์ซายในห้องกระจก (28 มิถุนายน) |
| 1979 | UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก |
| 1999 | พายุเดือนธันวาคม สวนเสียหายหนักและถูกปลูกใหม่ทั้งหมด |
| 2025 | ถอดโคมระย้าบางส่วนในห้องกระจกเพื่อปรับแสงตามประวัติศาสตร์ |
ภาพบันทึก
แปลงดอกไม้ทางใต้และคลองใหญ่ในสวนพระราชวังแวร์ซาย


ข้อมูลการเข้าชมพระราชวังแวร์ซาย
ข้อมูลนี้ตรวจจากเว็บไซต์ทางการ chateauversailles.fr เมื่อ 25 ตุลาคม 2026 ราคาและเวลาเปลี่ยนตามฤดูกาล ควรตรวจหน้าทางการอีกครั้งก่อนเดินทาง
| ตั๋ว | ครอบคลุม | ราคาปกติ (1 เม.ย.–31 ต.ค.) |
|---|---|---|
| Passport | เข้าได้ทั้งอาณาเขตทั้งวัน | 35 ยูโร (ลด 32 ยูโร สำหรับผู้มีสิทธิ์ในฝรั่งเศสและเขตเศรษฐกิจยุโรป) |
| Passport + VR | Passport พร้อมช่องทางเข้าพระราชวังแบบไม่ต่อคิว และ VR 15 นาที | 42 ยูโร |
| Estate of Trianon | อาณาเขต Trianon ช่วงบ่าย | 15 ยูโร (ลด 12 ยูโร) |
- เวลาเปิดฤดูสูง (1 เม.ย.–1 พ.ย.): พระราชวัง 09:00–18:30 น. เข้าครั้งสุดท้าย 17:45 น. อาณาเขต Trianon 12:00–18:30 น. สวนเปิดทุกวัน
- สุดสัปดาห์ 31 ต.ค.–1 พ.ย. 2026: พระราชวังปิด 19:00 น. (เข้าครั้งสุดท้าย 18:30 น.) อาณาเขต Trianon และสวนปิด 18:15 น. และช่วงปิดเทอม 17 ต.ค.–1 พ.ย. นิทรรศการ Coppola ที่ Petit Trianon เปิดตั้งแต่ 10:00 น.
- วันปิด: พระราชวังและ Trianon ปิดทุกวันจันทร์ และวันที่ 25 ธันวาคม 1 มกราคม และ 1 พฤษภาคม ฤดูต่ำเริ่ม 2 พฤศจิกายน
- สวน: เข้าฟรี ยกเว้นวันที่มีการแสดงน้ำพุดนตรีและสวนดนตรี ซึ่งปี 2026 จัดถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน
- การเดินทาง: เมืองแวร์ซายมีสถานีรถไฟ 3 แห่ง คือ Versailles Château Rive Gauche, Versailles Rive Droite และ Chantiers รถยนต์เข้าสวนสาธารณะทาง Queen's Gate เสียค่าผ่านคันละ 12 ยูโร
- ออดิโอไกด์: แอปของพระราชวังดาวน์โหลดฟรี มีทัวร์เสียงภาษาอังกฤษและแผนที่ ส่วนเครื่องออดิโอไกด์มี 12 ภาษา
อ่านเรื่องพระราชวังเล็กในอาณาเขตเดียวกันได้ที่ Petit Trianon และหมู่บ้านของพระราชินี และพระราชวังอื่นในยุโรปที่ พระราชวังเชินบรุนน์ หรือดูทั้งหมดในหมวดบ้านและสวนราชวงศ์ทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อย
พระราชวังแวร์ซายเปิดกี่โมง ปิดวันไหน?
ตามหน้าข้อมูลของผู้ดูแลที่ตรวจเมื่อ 25 ตุลาคม 2026 ช่วงฤดูสูง (1 เมษายน–1 พฤศจิกายน) พระราชวังแวร์ซายเปิด 09:00–18:30 น. เข้าครั้งสุดท้าย 17:45 น. อาณาเขต Trianon เปิด 12:00–18:30 น. สวนเปิดทุกวัน พระราชวังปิดทุกวันจันทร์ และวันที่ 25 ธันวาคม 1 มกราคม และ 1 พฤษภาคม ฤดูต่ำเริ่ม 2 พฤศจิกายน ควรตรวจเวลาใหม่ก่อนไป
ตั๋วพระราชวังแวร์ซายราคาเท่าไร?
หน้าตั๋วทางการของพระราชวังแวร์ซายระบุตั๋ว Passport เข้าได้ทั้งอาณาเขตทั้งวัน ราคาปกติ 35 ยูโร ราคาลดสำหรับผู้มีสิทธิ์ในฝรั่งเศสและเขตเศรษฐกิจยุโรป 32 ยูโร ตั๋ว Estate of Trianon 15 ยูโร (ลดเหลือ 12 ยูโร) ราคานี้ใช้ช่วง 1 เมษายน–31 ตุลาคม ส่วนสวนเข้าฟรียกเว้นวันที่มีการแสดงน้ำพุดนตรีหรือสวนดนตรี
ห้องกระจกในพระราชวังแวร์ซายสำคัญอย่างไร?
ห้องกระจก (Hall of Mirrors) ของพระราชวังแวร์ซายยาว 73 เมตร สร้างปี 1678–1684 แทนระเบียงเดิม เพดานมีภาพเขียน 30 ภาพของ Charles Le Brun และมีกระจก 357 บาน ใช้ต้อนรับคณะทูต เช่น คณะทูตจากสยามในปี 1686 และเป็นที่ลงนามสนธิสัญญาแวร์ซายวันที่ 28 มิถุนายน 1919 ซึ่งยุติสงครามโลกครั้งที่ 1
ใครออกแบบสวนพระราชวังแวร์ซาย?
พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงมอบหมายให้ André Le Nôtre สร้างและปรับปรุงสวนพระราชวังแวร์ซายในปี 1661 งานใช้เวลาราว 40 ปี โดยมี Jean-Baptiste Colbert ดูแลโครงการ Charles Le Brun ออกแบบรูปปั้นและน้ำพุจำนวนมาก และ Jules Hardouin-Mansart สร้าง Orangery Le Nôtre ยังขยายแนวแกน Grande Perspective และขุด Grand Canal
แหล่งอ้างอิง
- The Palace — Château de Versailles
- The Hall of Mirrors — Château de Versailles
- The Gardens — Château de Versailles
- Practical information — Château de Versailles
- Tickets and prices — Château de Versailles
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- ประเทศและสถานที่
- ฝรั่งเศส118ยุโรป248
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ