บ้าน Monticello ของโธมัส เจฟเฟอร์สัน: บ้านที่แก้แบบกว่า 40 ปี และสวนผักยาว 1,000 ฟุต
บ้าน Monticello ในเวอร์จิเนียที่โธมัส เจฟเฟอร์สันออกแบบและแก้แบบกว่า 40 ปี มี 43 ห้อง สวนผักยาว 1,000 ฟุต และเป็นบ้านประธานาธิบดีหลังเดียวที่เป็นมรดกโลก
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 9 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- บ้าน Monticello บนยอดเขาใกล้เมือง Charlottesville รัฐเวอร์จิเนีย เป็นบ้านของ Thomas Jefferson (โธมัส เจฟเฟอร์สัน) ผู้ร่างคำประกาศอิสรภาพและประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐฯ เริ่มสร้างปี 1769 และแบบที่เห็นวันนี้สร้างใหม่ระหว่างปี 1796–1809
- ตัวบ้านมี 43 ห้อง (ในตัวบ้าน 33 ห้อง) พื้นที่ใช้สอยราว 11,000 ตารางฟุต ยาว 110 ฟุต และสูง 44 ฟุต 7 นิ้วถึงช่องแสงบนโดม มีช่องแสงบนหลังคา 13 จุด
- สวนผักบนลานยาว 1,000 ฟุต กว้าง 80 ฟุต (ราว 2 เอเคอร์) ที่เจฟเฟอร์สันขยายในปี 1808 เป็นทั้งแหล่งอาหารและแปลงทดลองผัก 330 สายพันธุ์
- สมัยเจฟเฟอร์สัน Monticello เป็นไร่ 5,000 เอเคอร์ ที่มีคนถูกกดขี่เป็นทาสอาศัยและทำงานมากกว่า 400 คน ผู้ดูแลจึงเล่าเรื่องของพวกเขาคู่กับเรื่องของเจ้าของบ้านในทุกทัวร์
- Thomas Jefferson Foundation ซื้อบ้านในปี 1923 และ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 1987 ค่าทัวร์ Highlights Tour 45 นาที ผู้ใหญ่ 42 ดอลลาร์สหรัฐ (ตรวจ 25 ต.ค. 2026)
บ้าน Monticello (มอนติเชลโล) คือบ้านบนยอดเขาใกล้เมือง Charlottesville รัฐเวอร์จิเนีย ที่ Thomas Jefferson (โธมัส เจฟเฟอร์สัน) ประธานาธิบดีคนที่ 3 ของสหรัฐอเมริกา ออกแบบและแก้แบบนานกว่า 40 ปี ตั้งแต่เริ่มสร้างในปี 1769 จนแบบสุดท้ายเสร็จในปี 1809 วันนี้ Thomas Jefferson Foundation เปิดให้ชมทั้งตัวบ้าน สวน และพื้นที่ไร่ที่เล่าเรื่องของคนกว่า 400 คนที่ถูกกดขี่เป็นทาสที่นี่
ผู้ดูแลบรรยายว่าบ้าน Monticello เป็นบ้านของเจฟเฟอร์สันกับครอบครัว เป็นที่อยู่ของคนที่ถูกกดขี่หลายรุ่น และเป็นบ้านที่ต้อนรับแขกจากทั่วโลก บ้านหลังนี้เป็นบ้านประธานาธิบดีหลังเดียวในสหรัฐฯ ที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO ร่วมกับ Academical Village ของมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนียในปี 1987

โธมัส เจฟเฟอร์สันคือใคร ทำไมบ้าน Monticello จึงสำคัญ
ชีวประวัติบนเว็บไซต์ของ Monticello ระบุว่าเจฟเฟอร์สันเกิดวันที่ 13 เมษายน 1743 ที่ไร่ Shadwell ของบิดาในเวอร์จิเนีย เป็นผู้ร่างหลักของคำประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ และเป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ตั้งแต่ปี 1801 เขาเสียชีวิตวันที่ 4 กรกฎาคม 1826 ที่ Monticello และฝังอยู่ในสุสานครอบครัวที่นี่
ผู้ดูแลสรุปตัวตนของเขาไว้ตรง ๆ ว่าเป็นคนที่ถูกจดจำจากการเขียนคำประกาศอิสรภาพและการเป็นประธานาธิบดี ขณะเดียวกันก็เป็นผู้ที่ประกาศเรื่องสิทธิของทุกคนแต่ถือครองคนกว่า 600 คนเป็นทาส บ้าน Monticello จึงเป็นทั้งงานสถาปัตยกรรมที่เขาภูมิใจและหลักฐานของความขัดแย้งนั้น

ประวัติการสร้างบ้าน Monticello: สองแบบในเวลากว่า 40 ปี
หน้าคำถามที่พบบ่อยของ Monticello ให้ลำดับการสร้างไว้ละเอียด เจฟเฟอร์สันปรับยอดเขาให้เรียบในปี 1768 เริ่มทำอิฐและลงมือสร้างในปี 1769 ย้ายเข้าศาลาด้านใต้ (South Pavilion) ที่เสร็จก่อนในปี 1770 และราวปี 1772 ห้องอาหารในปีกเหนือเป็นส่วนแรกของตัวบ้านที่อยู่ได้ แบบแรกมี 14 ห้อง
บ้านแบบแรกยังไม่เสร็จเมื่อเขาเดินทางไปยุโรปในปี 1784 หลังกลับมา เขาเริ่มรื้อชั้นบนในปี 1796 เพื่อสร้างและขยายตามแบบใหม่ ระเบียงเหนือ ระเบียงใต้ และอาคารบริการสร้างระหว่างปี 1801–1803 ศาลาด้านเหนือเสร็จในปี 1808 และงานทั้งหมดเสร็จในปี 1809 ปีที่เขาพ้นตำแหน่งประธานาธิบดี ผู้ดูแลบูรณะบ้านให้เป็นเหมือนช่วงที่เขาเกษียณ (1809–1826)
สถาปัตยกรรมของบ้าน Monticello ในตัวเลข
บ้าน Monticello แบบที่เห็นวันนี้มีโดม มุขเสาสองด้าน และระเบียงที่ซ่อนห้องครัว ห้องเก็บของ และที่พักของคนงานไว้ใต้ทางเดิน ตัวเลขจากหน้าคำถามที่พบบ่อยของผู้ดูแลมีดังนี้
| รายการ | ตัวเลขตามผู้ดูแล |
|---|---|
| จำนวนห้องทั้งหมด | 43 ห้อง (ตัวบ้าน 33 ศาลา 4 ใต้ระเบียงใต้ 6) |
| ห้องในตัวบ้านแยกชั้น | ห้องใต้ดิน 12 ชั้น 1 มี 11 ชั้น 2 มี 6 ชั้น 3 มี 4 |
| ขนาด | ยาว 110 ฟุต กว้าง 87 ฟุต 9 นิ้ว สูง 44 ฟุต 7 นิ้วถึงช่องแสงบนโดม |
| พื้นที่ใช้สอย | ราว 11,000 ตารางฟุต รวมห้องใต้ดิน |
| ช่องแสงบนหลังคา | 13 จุด (ช่องบนโดม 1 และอีก 12) |
| เตาผิง | 8 เตา และช่องสำหรับเตา 2 จุดบนชั้นหลัก |
| กระจกหน้าต่างของเดิม | ราวหนึ่งในสิบ |
ผนังภายนอกหนา 13.5–27 นิ้ว ส่วนใหญ่เป็นอิฐแดงก่อด้วยปูนขาว อิฐและตะปูทำโดยคนที่ถูกกดขี่ใน Monticello ไม้โครงสร้างส่วนใหญ่มาจากที่ดินของเจฟเฟอร์สัน หินสำหรับห้องใต้ดินและเสาด้านตะวันออกก็ขุดจากที่ดินของเขา ส่วนกรอบหน้าต่างส่วนใหญ่ทำที่ฟิลาเดลเฟียจากไม้มะฮอกกานีนำเข้า

ใครสร้างบ้าน Monticello
ผู้ดูแลระบุว่างานหินและอิฐทำโดยช่างก่อผิวขาวในท้องถิ่นกับลูกมือที่ถูกกดขี่ งานโครงไม้ทำโดยช่างไม้ทั้งที่เป็นไทและที่ถูกกดขี่ ส่วนงานไม้ละเอียดอย่างพื้น บัว และคิ้วตกแต่ง ทำโดยช่างฝีมือทั้งสองกลุ่ม John Hemmings ช่างไม้ที่ถูกกดขี่ซึ่งฝึกกับ James Dinsmore ช่างฝีมือจากฟิลาเดลเฟีย ขึ้นเป็นหัวหน้าช่างไม้ของ Monticello ในปี 1809
ค่าก่อสร้างทั้งหมดไม่มีใครคำนวณได้แม่นยำ เจฟเฟอร์สันประเมินมูลค่าบ้านและอาคารประกอบเพื่อทำประกันในปี 1800 ไว้ 6,300 ดอลลาร์ และบันทึกค่าก่อสร้างเดือนมีนาคม 1801–มีนาคม 1802 ไว้ 2,076.29 ดอลลาร์ ผู้ดูแลเตือนว่าตัวเลขเหล่านี้ไม่รวมแรงงานของคนที่ถูกกดขี่
ด้านไหนคือหน้าบ้าน Monticello
ภาพที่คนนึกถึงคือด้านตะวันตกที่มีโดมและมุขเสา ซึ่งอยู่บนเหรียญนิกเกิลของสหรัฐฯ แต่ผู้ดูแลอธิบายว่าเจฟเฟอร์สันไม่เคยเรียกด้านใดว่าด้านหน้าด้านเดียว เขาพูดถึงทั้ง east front และ west front ผู้มาเยือนทั้งสมัยนั้นและวันนี้เข้าบ้านทางมุขเสาด้านตะวันออกสู่ห้องโถงทางเข้า ส่วนประตูด้านตะวันตกที่เปิดเข้าห้องรับแขกน่าจะใช้เฉพาะครอบครัวและแขก

สวนผักยาว 1,000 ฟุตของบ้าน Monticello
สวนผักของบ้าน Monticello อยู่บนลานดินที่เจฟเฟอร์สันขยายในปี 1808 ยาว 1,000 ฟุต กว้าง 80 ฟุต พื้นที่ราว 2 เอเคอร์ ผู้ดูแลเรียกว่าเป็นทั้งแหล่งอาหารและห้องทดลองที่เขาทดลองปลูกผัก 330 สายพันธุ์ ดินในสวนมีสีแดงเพราะมีธาตุเหล็กสูง ยิ่งดินสีเข้มแปลว่ายิ่งเติมปุ๋ยหมัก ใบไม้ผุ หรือมูลสัตว์มาก
วันนี้มีคนสวนประจำหนึ่งคนดูแลสวนผักโดยมีผู้ช่วยเป็นช่วง ๆ ปลูกปีละราว 3 รอบให้ได้ผลผลิตทั้งฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง พืชเกือบทุกชนิดเพาะจากเมล็ดในที่นี้เอง ผลผลิตบริจาคให้ชุมชนในท้องถิ่น ใช้ทำสินค้าในร้าน และเก็บเมล็ดไว้แบ่งให้แหล่งประวัติศาสตร์อื่น

เจฟเฟอร์สันเขียนรายชื่อสมุนไพรที่ใช้เป็นยา ให้กลิ่น และใช้ทำอาหารไว้ 16 ชนิดในปี 1794 เช่น เสจ ไทม์ ลาเวนเดอร์ มาร์จอแรม คาโมมายล์ และโรสแมรี

สวนดอกไม้และ West Lawn ของบ้าน Monticello
เจฟเฟอร์สันออกแบบสวนดอกไม้ของบ้าน Monticello ตามแบบภูมิทัศน์อังกฤษที่ไม่เป็นระเบียบแข็งทื่อซึ่งเขาเห็นในปี 1786 ในปี 1807 เขาร่างแปลงดอกไม้รูปไข่ 20 แปลงรอบบ้าน แต่ละแปลงปลูกพืชคนละชนิด ตั้งแต่พันธุ์จากยุโรปไปจนถึงพืชพื้นเมืองที่คณะสำรวจ Lewis and Clark เก็บมา
ปี 1808 เขาวางทางเดินโค้งรอบสนามหญ้าด้านตะวันตก (West Lawn) พร้อมแนวดอกไม้ ซึ่ง Wormley Hughes คนสวนที่ถูกกดขี่เป็นผู้ดูแลหลัก สนามหญ้านี้เป็นที่เล่นของหลาน ๆ ของเจฟเฟอร์สัน วันนี้ในสวนประวัติศาสตร์ของ Monticello มีพืชปลูกอยู่ 211 ชนิด

Mulberry Row และเรื่องของคนที่ถูกกดขี่ในบ้าน Monticello
ในสมัยเจฟเฟอร์สัน Monticello เป็นไร่ขนาด 5,000 เอเคอร์ ที่มีผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กที่ถูกกดขี่เป็นทาสอาศัยและทำงานมากกว่า 400 คน ผู้ดูแลบอกว่าจากการวิจัย โบราณคดี และการอนุรักษ์หลายสิบปี Monticello เป็นไร่ที่มีการบันทึกละเอียดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
Mulberry Row คือถนนหลักของไร่ วันนี้มีกระท่อมและโรงงานที่สร้างขึ้นใหม่ เช่น โรงทอผ้า โรงเก็บเหล็ก และ Hemmings Cabin ใต้ระเบียงที่เชื่อมปีกเหนือและปีกใต้ซ่อนห้องครัว ห้องเก็บของ และที่พักของคนงานที่ถูกกดขี่ไว้ เชฟที่ถูกกดขี่อย่าง Peter Hemings เคยพักในห้องพักหนึ่งก่อนที่เชฟ Edith Fossett และครอบครัวจะย้ายเข้ามา ส่วนในห้องใต้ดินมีนิทรรศการ Crossroads ห้องเก็บไวน์ และห้องเก็บเบียร์ ที่เล่าชีวิตของคนที่ทำให้บ้านหลังนี้ดำเนินไปได้


หลังเจฟเฟอร์สันเสียชีวิต บ้าน Monticello ไปอยู่กับใคร
เจฟเฟอร์สันเสียชีวิตโดยมีหนี้มากกว่า 107,000 ดอลลาร์ ลูกสาวและหลานชายของเขาจึงต้องขายของในบ้านเกือบทั้งหมด แล้วขายไร่ ในปี 1827 การขายทรัพย์สินของกองมรดกรวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ สัตว์ เครื่องมือ และคนที่ถูกกดขี่ ปี 1831 เภสัชกรท้องถิ่น James T. Barclay ซื้อบ้านกับที่ดิน 552 เอเคอร์ แล้วประกาศขายต่ออีกราวสองปีต่อมา
ปี 1834 Uriah P. Levy นายทหารเรือที่ชื่นชมแนวคิดเรื่องเสรีภาพทางศาสนาของเจฟเฟอร์สันซื้อบ้าน Monticello เขาเสียชีวิตในปี 1862 และยกบ้านให้รัฐบาลกลางโดยมีเงื่อนไข ระหว่างสงครามกลางเมืองฝ่ายสมาพันธรัฐยึดและขายทรัพย์สิน หลังสงครามรัฐบาลกลางไม่รับเงื่อนไขนั้น และทายาทฟ้องร้องกันหลายปี จน Jefferson Monroe Levy หลานชายได้ครอบครองในปี 1879 ทั้งสองคนพยายามรักษาบ้านไว้เป็นอนุสรณ์ของเจฟเฟอร์สัน และในปี 1923 Jefferson Monroe Levy ขายบ้านให้ Thomas Jefferson Foundation ที่เพิ่งตั้งขึ้น ซึ่งเป็นเจ้าของถึงวันนี้

หลุมศพของเจฟเฟอร์สันในสุสานครอบครัวมีเสาโอเบลิสก์ที่ทำตามแบบที่เขาออกแบบเอง ผู้ดูแลระบุว่าแต่ละปีมีผู้มาเยี่ยมหลายแสนคน
ลำดับเหตุการณ์ของบ้าน Monticello
| ปี | เกิดอะไรขึ้น |
|---|---|
| 1743 | โธมัส เจฟเฟอร์สันเกิดที่ Shadwell รัฐเวอร์จิเนีย |
| 1768 | ปรับยอดเขาให้เรียบ |
| 1769 | ทำอิฐและเริ่มสร้างบ้านแบบแรก |
| 1770 | เจฟเฟอร์สันย้ายเข้าศาลาด้านใต้ |
| ราวปี 1772 | ห้องอาหารในปีกเหนือเป็นส่วนแรกที่อยู่ได้ |
| 1784 | เจฟเฟอร์สันไปยุโรป บ้านยังไม่เสร็จ |
| 1796 | เริ่มรื้อชั้นบนและสร้างตามแบบใหม่ |
| 1801–1803 | สร้างระเบียงเหนือ ระเบียงใต้ และอาคารบริการ |
| 1807 | ร่างแปลงดอกไม้รูปไข่ 20 แปลง |
| 1808 | ขยายลานสวนผักและวางทางเดินโค้งรอบ West Lawn ศาลาด้านเหนือเสร็จ |
| 1809 | บ้านแบบใหม่เสร็จ John Hemmings เป็นหัวหน้าช่างไม้ |
| 1826 | เจฟเฟอร์สันเสียชีวิตที่ Monticello วันที่ 4 กรกฎาคม |
| 1827 | ขายทรัพย์สินของกองมรดก |
| 1831 | James T. Barclay ซื้อบ้านและที่ดิน 552 เอเคอร์ |
| 1834 | Uriah P. Levy ซื้อบ้าน |
| 1879 | Jefferson Monroe Levy ได้ครอบครองหลังคดียืดเยื้อ |
| 1923 | Thomas Jefferson Foundation ซื้อบ้าน |
| 1987 | UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับ Academical Village |
ภาพบันทึก
บ้าน Monticello ในฤดูใบไม้ร่วงและห้องครัวที่จัดแสดงในอาคารบริการ


ข้อมูลการเข้าชมบ้าน Monticello
ข้อมูลนี้ตรวจจากเว็บไซต์ monticello.org เมื่อ 25 ตุลาคม 2026 เวลาเปิดและราคาเปลี่ยนตามฤดูกาลและกิจกรรม ควรตรวจหน้าทางการอีกครั้งก่อนเดินทาง
- ที่ตั้ง: 1050 Monticello Loop, Charlottesville, VA สหรัฐอเมริกา
- เวลาเปิด: วันที่ 25 ตุลาคม 2026 หน้าเว็บแจ้งเปิด 8:30–17:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ศูนย์ผู้เยี่ยมชมเปิดตามเวลาที่ประกาศ ส่วนยอดเขาประวัติศาสตร์เปิดหลังจากนั้น 15 นาที ทัวร์รอบสุดท้ายเริ่ม 50 นาทีก่อนปิด
- Highlights Tour (45 นาที ชมห้องชั้น 1 และพื้นที่กลางแจ้ง): ผู้ใหญ่ 42 ดอลลาร์สหรัฐ อายุ 12–18 ปี 13 ดอลลาร์ อายุ 5–11 ปี 4 ดอลลาร์ ต่ำกว่า 5 ปีฟรี
- Behind the Scenes Tour (90 นาที รวมห้องส่วนตัวชั้น 2 และ 3): 105 ดอลลาร์
- From Slavery to Freedom (2 ชั่วโมงครึ่ง ทัวร์กลุ่มเล็ก): 42 ดอลลาร์
- ทัวร์อื่น: Founding Friends, Founding Foes และ Family Friendly Tour ราคาเท่า Highlights Tour และมีตั๋วชมเฉพาะสวนและพื้นที่ภายนอก
- แอปนำชม: แอป Bloomberg Connects ฟรี มีทัวร์นำชมด้วยตัวเองหลายภาษา
อ่านเรื่องบ้านคนดังที่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ในสหรัฐฯ ต่อได้ที่บ้าน Springwood ของแฟรงคลิน ดี. รูสเวลต์ และ Biltmore Estate หรือดูทั้งหมดในหมวดบ้านและสวนคนดังทั่วโลก
คำถามที่พบบ่อย
บ้าน Monticello อยู่ที่ไหน ใครเป็นเจ้าของวันนี้?
บ้าน Monticello อยู่บนยอดเขาใกล้เมือง Charlottesville รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา ที่อยู่ตามหน้าการเดินทางทางการคือ 1050 Monticello Loop, Charlottesville, VA เจ้าของปัจจุบันคือ Thomas Jefferson Foundation องค์กรไม่แสวงกำไรที่ซื้อบ้านจาก Jefferson Monroe Levy ในปี 1923
ค่าเข้าชมบ้าน Monticello เท่าไร?
หน้าตั๋วของบ้าน Monticello ที่ตรวจเมื่อ 25 ตุลาคม 2026 ระบุ Highlights Tour 45 นาที ผู้ใหญ่ 42 ดอลลาร์สหรัฐ อายุ 12–18 ปี 13 ดอลลาร์ อายุ 5–11 ปี 4 ดอลลาร์ ต่ำกว่า 5 ปีฟรี ส่วน Behind the Scenes Tour 90 นาทีที่พาขึ้นชั้น 2 และ 3 ราคา 105 ดอลลาร์ และ From Slavery to Freedom 2 ชั่วโมงครึ่ง ราคา 42 ดอลลาร์
บ้าน Monticello สร้างเมื่อไร ใช้เวลานานแค่ไหน?
เจฟเฟอร์สันปรับยอดเขาในปี 1768 เริ่มสร้างบ้าน Monticello แบบแรกในปี 1769 และย้ายเข้าศาลาด้านใต้ในปี 1770 บ้านยังไม่เสร็จเมื่อเขาไปยุโรปในปี 1784 จากนั้นเริ่มรื้อชั้นบนเพื่อสร้างตามแบบใหม่ในปี 1796 และเสร็จในปี 1809 ผู้ดูแลจึงบอกว่าเขาออกแบบและแก้แบบบ้านหลังนี้กว่า 40 ปี
สวนผักของบ้าน Monticello ใหญ่แค่ไหน?
สวนผักของบ้าน Monticello อยู่บนลานที่เจฟเฟอร์สันขยายในปี 1808 ยาว 1,000 ฟุต กว้าง 80 ฟุต พื้นที่ราว 2 เอเคอร์ เขาใช้เป็นแปลงทดลองผัก 330 สายพันธุ์ วันนี้ปลูกปีละราว 3 รอบ ผลผลิตบริจาคให้ชุมชนและใช้ทำสินค้าในร้านของ Monticello และเก็บเมล็ดไว้แบ่งปันและปลูกต่อ
ภาพบ้าน Monticello บนเหรียญ 5 เซนต์ของสหรัฐฯ คือด้านไหน?
ภาพบนเหรียญนิกเกิลคือด้านตะวันตกของบ้าน Monticello ที่มีโดมและมุขเสา ซึ่งเป็นภาพที่คนนึกถึงมากที่สุด แต่ Monticello อธิบายว่าเจฟเฟอร์สันไม่เคยเรียกด้านใดว่าด้านหน้าด้านเดียว ผู้มาเยือนทั้งสมัยนั้นและวันนี้เข้าบ้านทางมุขเสาด้านตะวันออกสู่ห้องโถงทางเข้า
แหล่งอ้างอิง
- Monticello House FAQ — Thomas Jefferson Foundation (Monticello)
- A House and Home — Thomas Jefferson Foundation (Monticello)
- Vegetable Garden FAQs — Thomas Jefferson Foundation (Monticello)
- A Plantation — Thomas Jefferson Foundation (Monticello)
- Tickets — Thomas Jefferson Foundation (Monticello)
- Brief Biography of Thomas Jefferson — Thomas Jefferson Foundation (Monticello)
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- รัฐสภา52
- ประเทศและสถานที่
- สหรัฐอเมริกา486ยุโรป248สหราชอาณาจักร198
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ