ข้ามไปยังเนื้อหา
Policy & Law

เกาหลีใต้ให้องค์กรปิด API ที่ไม่ใช้และเก็บคืนคีย์ค้าง หลังแฮกเกอร์ใช้ AI หาช่องโหว่มากขึ้น

PIPC เกาหลีใต้ออกแนวทาง 19 ต.ค. 2026 ให้องค์กรสำรวจสินทรัพย์ ปิด API ที่ไม่ใช้ เก็บคืนคีย์และโทเคนที่ค้าง พร้อมเช็กลิสต์ API 8 ข้อ หลังแฮกเกอร์ใช้ AI มากขึ้น

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 6 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
เช็กลิสต์การจัดการสิทธิ์ API เพื่อป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วของ PIPC เกาหลีใต้ 3 หมวด 8 ข้อ ตั้งแต่ตอบเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น ตรวจสิทธิ์ที่เซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงปิด API ที่ไม่ใช้และรุ่นเก่า
ภาพ: 개인정보보호위원회 (PIPC เกาหลีใต้)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเกาหลีใต้ (PIPC) ออกแนวทางเมื่อ 19 ตุลาคม 2026 ระบุว่าการแฮกที่ใช้ AI หาช่องโหว่เพิ่มขึ้น ทำให้กังวลเรื่องข้อมูลรั่วและความเสียหายต่อเนื่อง จึงให้องค์กรเริ่มจากปิด API ที่ไม่ใช้
  • องค์กรต้องทำ 4 ข้อ: สำรวจสินทรัพย์ข้อมูลให้ครบ, ลบหรือปิดระบบและบัญชีที่ไม่ใช้, ตรวจ API และข้อมูลยืนยันตัวตนที่เชื่อมภายนอก และตรวจช่องโหว่เป็นประจำ
  • ข้อที่ 3 ให้ยกเลิก API ที่ไม่ใช้ จำกัดสิทธิ์และขอบเขตข้อมูลของแต่ละ API ให้น้อยที่สุด บล็อกคำขอจำนวนมากผิดปกติ และเก็บคืนคีย์กับโทเคนที่ไม่ได้ใช้นานทันที
  • เอกสารแนบมีเช็กลิสต์สิทธิ์ API 3 หมวด 8 ข้อ เช่น ตอบเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น ตรวจสิทธิ์ที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ และจับการเข้าถึงนอกเวลาทำงานหรือจากต่างประเทศ

คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเกาหลีใต้ (Personal Information Protection Commission หรือ PIPC) ออกแนวทางเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2026 ให้บริษัทและหน่วยงานปิด API ที่ไม่ใช้ เก็บคืนคีย์และโทเคนที่ค้างอยู่ และสำรวจระบบทั้งหมดที่มีข้อมูลส่วนบุคคล โดยให้เหตุผลว่าการแฮกที่ใช้ AI หาช่องโหว่กำลังเพิ่มขึ้น

ประกาศนี้ไม่ได้เป็นกฎหมายใหม่ แต่เป็นรายการสิ่งที่หน่วยงานกำกับคาดหวังให้องค์กรทำก่อนเกิดเหตุ พร้อมเช็กลิสต์การจัดการสิทธิ์ API แยกเป็นข้อที่ตรวจได้จริง องค์กรไทยที่เปิด API ให้แอป พาร์ตเนอร์ หรือระบบภายนอกใช้ หยิบไปตรวจระบบของตัวเองได้ทันที

PIPC ให้องค์กรทำอะไรเรื่อง API ที่ไม่ใช้และข้อมูลยืนยันตัวตน

ข่าวประชาสัมพันธ์ของ PIPC ระบุว่า การแฮกที่ใช้ AI เจาะหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ทำให้กังวลทั้งเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลรั่วและความเสียหายลำดับที่สองจากการนำข้อมูลนั้นไปหลอกลวงต่อ จึงออกมาตรการเชิงป้องกันให้องค์กร 4 ข้อ

ข้อ สิ่งที่ PIPC ให้องค์กรทำ
1. สำรวจสินทรัพย์ข้อมูลให้ครบ ทำบัญชีเซิร์ฟเวอร์ ที่เก็บข้อมูล (NAS) อุปกรณ์เครือข่าย เครื่องปลายทาง และซอฟต์แวร์พร้อมเวอร์ชัน รวมทั้งประเภทและปริมาณข้อมูลส่วนบุคคลในแต่ละระบบ และการเชื่อมต่อกับภายนอก โดยระบุชื่อ การใช้งาน IP สถานะ และผู้รับผิดชอบของแต่ละรายการ
2. ปิดบริการที่ไม่ใช้ ลบหรือปิดเว็บไซต์ ระบบ และบัญชีที่ไม่ใช้หรือถูกทิ้งไว้นาน รวมถึงระบบและบัญชีชั่วคราวหรือที่ใช้ทดสอบ และปิดพอร์ตที่เปิดออกภายนอกโดยไม่จำเป็น
3. ตรวจบริการที่เชื่อมภายนอกและข้อมูลยืนยันตัวตน สำรวจ API ที่เชื่อมกับภายนอก ยกเลิก API ที่ไม่ใช้ จำกัดสิทธิ์และขอบเขตการเรียกดูข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละ API ให้น้อยที่สุด บล็อกคำขอจำนวนมากหรือซ้ำผิดปกติ และเก็บคืนคีย์กับโทเคนที่ไม่ได้ใช้เป็นเวลานานทันที
4. ตรวจเป็นประจำและแก้ช่องโหว่ให้เร็ว ตรวจมาตรการทั้งหมดอย่างสม่ำเสมอ แก้ทันทีที่พบช่องโหว่ และเตรียมขั้นตอนรับมือเหตุข้อมูลรั่วกับผู้รับผิดชอบไว้ล่วงหน้า

ประกาศ PIPC ไม่ใช่กฎหมายใหม่ แต่บอกสิ่งที่หน่วยงานกำกับคาดหวัง

หน้าข่าวประชาสัมพันธ์บนเว็บไซต์ PIPC เกาหลีใต้ ลงวันที่ 2026-10-19 เรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วยการปฏิบัติในชีวิตประจำวันและการตรวจล่วงหน้า พร้อมไฟล์แนบ PDF
หน้าข่าวประชาสัมพันธ์ของ PIPC เกาหลีใต้ ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2026 เรื่องการปฏิบัติในชีวิตประจำวันและการตรวจล่วงหน้าเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภาพ: 개인정보보호위원회 (ภาพหน้าจอ)

ประกาศใช้ถ้อยคำว่าองค์กร "ควร" ทำ ไม่ได้กำหนดโทษใหม่ แต่ระบุชัดว่า API ที่ไม่ใช้และคีย์ที่ค้างคือสิ่งที่ต้องเก็บกวาด รองประธาน PIPC กล่าวในประกาศว่า การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต้องอาศัยทั้งมาตรการที่รับผิดชอบขององค์กรและการปฏิบัติของแต่ละคนไปพร้อมกัน และขอให้องค์กรตรวจหาช่องโหว่ล่วงหน้าเพื่อลดเหตุข้อมูลรั่วและความเสียหายที่ตามมา

เช็กลิสต์สิทธิ์ API 8 ข้อของ PIPC

เอกสารแนบท้ายประกาศเป็นเช็กลิสต์ "การจัดการสิทธิ์ API เพื่อป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่ว" แบ่งเป็น 3 หมวด รวม 8 ข้อ ซึ่งตรงกับรูปแบบการเจาะที่พบบ่อยคือ API ส่งข้อมูลมากเกินกว่าที่หน้าจอแสดง หรือเชื่อว่าผู้ใช้ล็อกอินแล้วจึงให้ดึงข้อมูลของคนอื่นได้

  1. ลดข้อมูลส่วนบุคคลที่ API ส่งออก
    • ตอบเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น: ตัดข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ได้แสดงบนหน้าจอหรือไม่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ออกจากข้อมูลที่ API ตอบกลับ
    • จำกัดการค้นหาจำนวนมากและปริมาณข้อมูลที่ตอบกลับ: ตั้งเพดานการเรียกซ้ำและการค้นหาจำนวนมากตามบัญชี IP และข้อมูลยืนยันตัวตน
  2. ควบคุมการเข้าถึงตามสิทธิ์น้อยที่สุด
    • แยกขอบเขตการเข้าถึง: ผู้ใช้ เจ้าหน้าที่ที่จัดการข้อมูล และบริษัทลูกค้าได้สิทธิ์ใช้ API และเห็นข้อมูลต่างกันตามความจำเป็น
    • ปฏิเสธเป็นค่าเริ่มต้น: การตรวจแค่ว่าล็อกอินแล้วไม่พอ คำขอที่ไม่เป็นไปตามนโยบายสิทธิ์ต้องถูกบล็อกโดยอัตโนมัติ
    • ตรวจสิทธิ์ที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์: การซ่อนไว้ไม่ให้เห็นบนหน้าจอไม่พอ เซิร์ฟเวอร์ต้องตรวจว่าผู้ขอมีสิทธิ์ในข้อมูลที่ขอจริง
  3. ตรวจ API ที่ใช้งานอยู่ต่อเนื่อง
    • จัดการ API รุ่นเก่า: ปิดหรือยกเลิก API รุ่นเก่าและ API ที่ไม่ใช้ซึ่งค้างอยู่หลังปรับปรุงบริการหรือยกเลิกฟีเจอร์ เพราะ API ที่ไม่ใช้มักไม่มีใครเฝ้าดู log
    • เก็บคืนข้อมูลยืนยันตัวตน: ตรวจและเก็บคืนคีย์ โทเคน และสิทธิ์ของ API ที่ไม่ได้ใช้นานเป็นระยะ
    • รับมือความผิดปกติ: ตรวจบันทึกการเข้าถึง หาการค้นหาจำนวนมาก การล้มเหลวซ้ำ การเข้าถึงช่วงดึกหรือนอกเวลาทำงาน และการเข้าถึงจากต่างประเทศ
เช็กลิสต์การจัดการสิทธิ์ API เพื่อป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วของ PIPC เกาหลีใต้ 3 หมวด 8 ข้อ ตั้งแต่ตอบเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น ตรวจสิทธิ์ที่เซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงปิด API ที่ไม่ใช้และรุ่นเก่า
เช็กลิสต์การจัดการสิทธิ์ API เพื่อป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลรั่วของ PIPC แบ่ง 3 หมวด คือ ลดข้อมูลส่วนบุคคล ควบคุมการเข้าถึงตามสิทธิ์น้อยที่สุด และตรวจ API ที่ใช้งานอยู่ต่อเนื่อง ภาพ: 개인정보보호위원회 (PIPC เกาหลีใต้)

PIPC แนะนำประชาชนอย่างไร

สำหรับประชาชน PIPC แนะนำให้ลบบัญชีเว็บไซต์ที่ไม่ใช้ เปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน ตรวจว่าบัญชีรั่วหรือถูกสวมรอยผ่านบริการของรัฐ เช่น บริการค้นหาข้อมูลบัญชีที่ถูกขายในดาร์กเว็บ และแจ้งสายด่วน 118 เมื่อสงสัยว่าข้อมูลถูกละเมิด หรือ 1394 สำหรับมิจฉาชีพทางโทรศัพท์และข้อความ

ทำไมเกาหลีใต้ต้องออกแนวทางนี้

เกาหลีใต้เผชิญเหตุข้อมูลรั่วใหญ่ต่อเนื่อง ประกาศของ PIPC เมื่อ 6 ตุลาคม 2026 ระบุว่ามีเหตุข้อมูลส่วนบุคคลรั่วในภาคการเงินเกิดขึ้นติดกันหลายครั้ง หน่วยงานกำกับการเงินจึงเรียกประชุมสถาบันการเงินด่วนในวันเดียวกัน กำหนดช่วงรับมือพิเศษ 1 เดือนเพื่อป้องกันการหลอกลวงต่อจากข้อมูลที่รั่ว และเตือนว่ามิจฉาชีพอาจใช้ชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลการเงินที่รั่วไปทำให้การหลอกดูน่าเชื่อขึ้น ประกาศเดียวกันระบุด้วยว่าหลังเหตุแฮก SKT และข้อมูลรั่วของ Coupang ในปี 2025 มีผู้สมัครบริการล็อกการกู้เงินและการเปิดบัญชีในชื่อตัวเองราว 7 ล้านราย (นับซ้ำได้) ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2026

แนวทางวันที่ 19 ตุลาคมจึงย้ายจุดเน้นจากการเตือนประชาชนมาที่ต้นทาง คือระบบขององค์กรที่ปล่อยข้อมูลออกไป โดยเฉพาะ API ซึ่งเป็นช่องที่เครื่องมืออัตโนมัติและ AI ไล่ยิงคำขอได้ทีละมาก ๆ และ API ที่ไม่ใช้แต่ยังเปิดอยู่ก็คือประตูที่ไม่มีใครเฝ้า แนวคิดเดียวกันปรากฏในประกาศของPPC ญี่ปุ่นที่ให้ธุรกิจลบข้อมูลที่หมดความจำเป็นหลังข้อมูลรั่ว เมื่อต้นเดือน และในเหตุOpenCode Console ถูกเจาะจนผู้ใช้ต้องยกเลิกคีย์ API สัปดาห์นี้ ซึ่งแสดงว่าคีย์ที่ถูกลืมไว้คือความเสี่ยงจริง

ภาพสรุปมาตรการ 4 ข้อของ PIPC เกาหลีใต้: สำรวจสินทรัพย์ข้อมูล ปิดบริการที่ไม่ใช้ ตรวจ API และข้อมูลยืนยันตัวตนรวมถึงยกเลิก API ที่ไม่ใช้ และตรวจช่องโหว่เป็นประจำ
ภาพสรุปมาตรการ 4 ข้อของ PIPC เกาหลีใต้สำหรับองค์กร ตั้งแต่สำรวจสินทรัพย์ ปิด API ที่ไม่ใช้ ไปจนถึงตรวจช่องโหว่เป็นประจำ ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: 개인정보보호위원회 (PIPC))

สิ่งที่องค์กรไทยควรทำ

  • ทำบัญชี API และคีย์ทั้งหมด ทั้ง API ที่เปิดให้แอปมือถือ พาร์ตเนอร์ และระบบภายใน ระบุเจ้าของ ข้อมูลส่วนบุคคลที่ API ส่งออก และวันที่ใช้งานล่าสุด ถ้าไม่มีใครตอบได้ว่า API ตัวไหนยังใช้ ให้ถือว่าเป็น API ที่ไม่ใช้และต้องตรวจก่อน
  • ปิด API ที่ไม่ใช้และรุ่นเก่า โดยเฉพาะเวอร์ชันที่ค้างอยู่หลังเปลี่ยนแอปหรือยกเลิกฟีเจอร์ ถ้ายังไม่แน่ใจ ให้ปิด API ที่ไม่ใช้ชั่วคราวแล้วดูว่ามีระบบใดร้องเรียน พร้อมปิดระบบทดสอบ บัญชีชั่วคราว และพอร์ตที่ไม่จำเป็น
  • เก็บคืนคีย์และโทเคนที่ไม่ได้ใช้นาน ตั้งรอบหมุนเวียนคีย์ และย้ายคีย์ไปไว้ในระบบจัดการความลับที่มีเจ้าของชัดเจน
  • ตรวจสิทธิ์ที่เซิร์ฟเวอร์ทุกคำขอ ให้ API ตอบเฉพาะข้อมูลที่หน้าจอใช้จริง ตั้งเพดานต่อบัญชีและ IP และแจ้งเตือนเมื่อมีการค้นหาจำนวนมาก การเข้าถึงนอกเวลาทำงาน หรือจากต่างประเทศ
  • โยงกับหน้าที่ตาม PDPA แนวทางของเกาหลีใต้ไม่ใช่กฎหมายไทย แต่ PDPA กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลจัดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เช็กลิสต์นี้ใช้เป็นหลักฐานการตรวจระบบได้ ติดตามนโยบายดิจิทัลอื่นได้ที่หมวด Policy

คำถามที่พบบ่อย

PIPC เกาหลีใต้ประกาศอะไรเรื่อง API ที่ไม่ใช้?

PIPC ออกแนวทางเมื่อ 19 ตุลาคม 2026 ให้องค์กรสำรวจ API ที่เชื่อมกับภายนอก ยกเลิก API ที่ไม่ใช้ จำกัดสิทธิ์และขอบเขตการเรียกดูข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละ API ให้น้อยที่สุด บล็อกคำขอจำนวนมากหรือซ้ำผิดปกติ และเก็บคืนคีย์กับโทเคนที่ไม่ได้ใช้เป็นเวลานานทันที

ทำไมเกาหลีใต้ต้องออกแนวทางนี้ตอนนี้?

PIPC ระบุว่าการแฮกที่ใช้ AI หาช่องโหว่เพิ่มขึ้น จึงกังวลเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลรั่วและการนำไปหลอกลวงต่อ ก่อนหน้านั้นเมื่อ 6 ตุลาคม หน่วยงานกำกับการเงินของเกาหลีใต้เรียกประชุมสถาบันการเงินด่วนหลังเกิดเหตุข้อมูลรั่วในภาคการเงินต่อเนื่อง

เช็กลิสต์ API ของ PIPC มีอะไรบ้าง?

เช็กลิสต์สิทธิ์ API ของ PIPC มี 3 หมวด คือ ลดข้อมูลส่วนบุคคลที่ API ส่งออก ควบคุมการเข้าถึงตามสิทธิ์น้อยที่สุดและตรวจสิทธิ์ที่เซิร์ฟเวอร์ และตรวจ API ที่ใช้งานอยู่ต่อเนื่อง รวมถึงปิด API ที่ไม่ใช้หรือรุ่นเก่าที่ค้างอยู่หลังปรับปรุงบริการ และเก็บคืนคีย์ของ API ที่ไม่ใช้

องค์กรไทยควรนำแนวทางของเกาหลีใต้มาใช้อย่างไร?

แนวทางนี้ไม่ใช่กฎหมายไทย แต่ตรงกับหน้าที่จัดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตาม PDPA องค์กรไทยใช้เป็นรายการตรวจได้ทันที เริ่มจากทำบัญชี API และคีย์ทั้งหมด ปิด API ที่ไม่ใช้ เก็บคืนคีย์ที่ค้าง และตั้งการแจ้งเตือนคำขอจำนวนมากหรือเข้าถึงนอกเวลาทำงาน ทั้งกับ API ที่ใช้อยู่และ API ที่ไม่ใช้แต่ยังปิดไม่ได้

แหล่งอ้างอิง

  1. 개인정보 보호, 생활 속 실천과 사전 점검이 중요합니다 (보도자료, 2026.10.19) — 개인정보보호위원회 (Personal Information Protection Commission, Korea)
  2. 최근 금융권 개인정보 유출사고에 따른 보이스피싱·스미싱 등 피해에 주의하세요 (보도참고, 2026.10.6) — 개인정보보호위원회 (Personal Information Protection Commission, Korea)

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

ประเทศและสถานที่
เกาหลีใต้52
กฎหมายและมาตรฐาน
PDPA90
แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ