พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน: ประวัติ หมู่ พระที่นั่ง ไม้สักริมทะเลชะอำ และการบูรณะ
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ที่ชะอำ สร้าง พ.ศ. 2466–2467 ในรัชกาลที่ 6 อาคารไม้สักทอง 16 หลัง 3 หมู่ ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน พ.ศ. 2524 และบูรณะคู่กับฟื้นฟูสันทราย
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 13 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็น พระราชฐาน ที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2466 สำหรับการเสด็จแปรพระราชฐานในฤดูร้อน
- กรมศิลปากรบันทึกว่าการก่อสร้างเริ่ม พ.ศ. 2466 เสร็จ พ.ศ. 2467 มีอาคาร 16 หลัง แบ่งเป็น 3 หมู่ เสาอาคารรวม 1,080 ต้น และบันได 25 แห่ง
- ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 98 ตอนที่ 177 วันที่ 27 ตุลาคม 2524
- วันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน รับพระราชทานโฉนดที่ดิน ค่ายพระราม 6 (พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน) เพิ่มเติมจากที่ได้ พระราชทาน เมื่อปี 2560
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็น พระราชฐาน ริมทะเลที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2466 (ค.ศ. 1923) สำหรับการเสด็จแปรพระราชฐานในฤดูร้อน กรมศิลปากรบันทึกว่าการก่อสร้างเสร็จใน พ.ศ. 2467 ปัจจุบันเป็นโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้ว และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน โดยสรุป
- ที่ตั้ง: ตำบลห้วยทรายเหนือ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี อยู่ภายในค่ายพระราม 6 ริมชายฝั่งทะเล
- ผู้สร้าง: พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เป็นผู้เลือกสถานที่และอำนวยการก่อสร้าง
- ช่วงเวลาก่อสร้าง: พ.ศ. 2466–2467 (ค.ศ. 1923–1924)
- ลักษณะ: หมู่อาคารไม้สักทอง ใต้ถุนสูง 16 หลัง แบ่งเป็น 3 หมู่ เชื่อมกันด้วยระเบียงไม้ที่มีหลังคาคลุม
- สถานะ: โบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนตามราชกิจจานุเบกษา เล่ม 98 ตอนที่ 177 วันที่ 27 ตุลาคม 2524
- ผู้ดูแลปัจจุบัน: มูลนิธิ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ภายในพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน

ที่มาของการสร้างและการเลือกที่ตั้ง
ข้อมูลโบราณสถานของสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร บันทึกว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เป็นผู้เลือกสถานที่และอำนวยการก่อสร้าง เพื่อเป็นที่ เสด็จแปรพระราชฐาน ในฤดูร้อน สถานที่ที่เลือกคือตำบลบางกรา แขวงเมืองเพชรบุรี และกระทรวงพระคลังมหาสมบัติจ่ายเงินให้กระทรวงมหาดไทยรับไปดำเนินการก่อสร้าง
ข้อมูลชุดเดียวกันระบุว่ามีการประกาศเปลี่ยนนามตำบลบางกราเป็นตำบลมฤคทายวัน เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2466 และมีประกาศกำหนดอาณาเขตของ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ฉบับวันที่ 17 พฤษภาคม 2467 ดังนี้
- ด้านตะวันออก: ตามชายฝั่งทะเล ตั้งแต่วัดบางควายไปจดบ่อเคียะ ยาว 125 เส้น
- ด้านเหนือ: จากฝั่งทะเลยืนขึ้นไปถึงเขาเสวยกะปิ ยาว 190 เส้น
- ด้านใต้: จากฝั่งทะเลยืนขึ้นไปถึงเขาสามพระยา ยาว 175 เส้น
- ด้านตะวันตก: จากเขาเสวยกะปิถึงเขาสามพระยา ยาว 125 เส้น
ภายในอาณาเขตนี้ ส่วนที่เป็นเขต พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน จริง ๆ มีเฉพาะด้านหน้าที่ติดชายฝั่งทะเล ส่วนพื้นที่ที่ลึกเข้าไปจนจดเขาให้คงสภาพเป็นป่าเขา เพื่อให้สัตว์ทั้งปวงได้อยู่อาศัย และมีประกาศให้บริเวณดังกล่าวเป็นเขต พระราชทาน อภัยทานแก่สัตว์ ห้ามมิให้ผู้ใดทำร้ายสัตว์โดยเด็ดขาด
การก่อสร้าง พ.ศ. 2466–2467 และ การเสด็จแปรพระราชฐาน
กรมศิลปากรบันทึกว่าการก่อสร้างเริ่มในปี พ.ศ. 2466 และเสร็จในปี พ.ศ. 2467 วัสดุก่อสร้างที่เป็นไม้ส่วนใหญ่นำมาจากกรุงเทพฯ โดยทำตัวไม้เป็นชิ้นแล้วนำมาประกอบเวลาก่อสร้าง บางส่วนน่าจะนำมาจากค่ายหลวงหาดเจ้าสำราญ หน้าภาษาอังกฤษของเทศบาลเมืองชะอำก็ระบุว่าใช้วัสดุจาก Hat Chao Samran Palace ที่รื้อลง
เมื่อการก่อสร้างเสร็จ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จแปรพระราชฐาน ประทับ ณ พระราชวัง แห่งนี้ ในปี พ.ศ. 2467 และ พ.ศ. 2468 ตามข้อมูลของกรมศิลปากร
ข่าวในพระราชสำนักวันที่ 28 มีนาคม 2560 บรรยายว่า พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์เรือนไทยผสมยุโรป สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง และประกอบด้วย พระที่นั่ง สำคัญ 3 องค์ ที่มีทางเชื่อมต่อกันตลอด ส่วนพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี จัดให้ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นหนึ่งใน พระราชวัง 3 แห่งของจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับ พระนครคีรี และ พระรามราชนิเวศน์ (วังบ้านปืน)

หมู่ พระที่นั่ง 3 หมู่ ของ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
เทศบาลเมืองชะอำระบุว่า พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นหมู่อาคารพระที่นั่ง ขนาดใหญ่ 3 องค์ คือ พระที่นั่งสมุทรพิมาน พระที่นั่งพิศาลสาคร และ พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ กรมศิลปากรนับอาคารทั้งหมดได้ 16 หลัง แบ่งออกเป็น 3 หมู่ใหญ่ที่มีชื่อคล้องจองกัน
- หมู่ พระที่นั่งสมุทรพิมาน: ตั้งอยู่ทางทิศใต้ ประกอบด้วยห้องบรรทม หอเสวย ที่พักข้าราชบริพารใกล้ชิด และศาลาลงสรงฝ่ายใน ตั้งอยู่ริมทะเล
- หมู่ พระที่นั่งพิศาลสาคร: ตั้งอยู่ตรงกลาง ประกอบด้วยห้องพระบรรทม หอเสวย ที่พักข้าราชบริพารใกล้ชิด และศาลาลงสรงฝ่ายหน้า ตั้งอยู่ริมทะเล
- พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์: ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ เป็นโถงโปร่งเอนกประสงค์ ใช้เป็นท้องพระโรง ที่แสดงละคร และประกอบพิธีสำคัญต่าง ๆ
แหล่งทางการ 2 แหล่งระบุการใช้งานของหมู่ พระที่นั่งสมุทรพิมาน และหมู่ พระที่นั่งพิศาลสาคร ต่างกัน ข้อมูลโบราณสถานของกรมศิลปากรระบุว่าหมู่ พระที่นั่งสมุทรพิมาน เป็นที่พักของฝ่ายใน (ฝ่ายสตรี) และหมู่ พระที่นั่งพิศาลสาคร เป็นที่พักของฝ่ายหน้า (ฝ่ายชาย) ส่วนข่าวในพระราชสำนักวันที่ 28 มีนาคม 2560 ระบุว่าหมู่ พระที่นั่งสมุทรพิมาน เป็น ที่ประทับ ของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีทางเชื่อมกับศาลาลงสรงฝ่ายหน้า และหมู่ พระที่นั่งพิศาลสาคร มีอาคารที่เดิมเป็นท้องพระโรงฝ่ายใน หอเสวยฝ่ายใน และทางเชื่อมกับศาลาลงสรงฝ่ายใน

สถาปัตยกรรม ไม้สักทอง และใต้ถุนสูง
ข้อมูลโบราณสถานของกรมศิลปากรบรรยายลักษณะอาคารไว้ละเอียด สรุปได้ดังนี้
- หมู่อาคารไม้สักสองชั้น (ชั้นล่างเป็นใต้ถุนโล่ง ส่วนเทศบาลเมืองชะอำเรียกว่าอาคารชั้นเดียวใต้ถุนสูง) ตั้งหันหน้าขนานไปกับชายฝั่งทะเล ทุกหลังมีระเบียงไม้มีหลังคาคลุมเชื่อมต่อกัน
- ชั้นบนใช้ไม้สักทองทั้งสิ้น หลังคาแบบจั่วหรือ ทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องว่าวซีเมนต์สีแดง มีกันสาดไม้สักทาสีแดงโดยตลอด
- ฝ้าเพดานเป็นแผ่นคอนกรีตที่เขียนลวดลายแบบยุโรป เฉพาะในห้องบรรทมและหอเสวยของหมู่ พระที่นั่งสมุทรพิมาน หมู่ พระที่นั่งพิศาลสาคร และสโมสรเสวกามาตย์
- ช่องระบายอากาศโดยรอบอาคารเป็นไม้ฉลุลายแบบอาร์ต เดโก (Art Deco) หน้าต่างเป็นบานเกล็ดไม้
- ห้องน้ำมีพื้นคอนกรีตเสริมบนพื้นไม้ และสุขภัณฑ์สั่งจากต่างประเทศ ภายในอาคารมีไฟฟ้าใช้ โดยมีโรงกำเนิดไฟฟ้าอยู่ใน พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
- ชั้นล่างเป็นใต้ถุนโล่ง เสาตอม่อคอนกรีตเสริมเหล็กสี่เหลี่ยมขนาด 0.25 × 0.25 เมตร ยกเว้นสโมสรเสวกามาตย์ที่เป็นเสากลม
- เสาอาคารรวม 1,080 ต้น บันได 25 แห่ง และที่โคนเสา ผนัง และเชิงบันไดทำรางน้ำลึกประมาณ 1–2 นิ้ว เพื่อกันมดและแมลงขึ้นอาคาร

บ้านพักข้าราชบริพาร
นอกจากหมู่ พระที่นั่ง กรมศิลปากรบันทึกเรือนพักที่สร้างพร้อม พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ไว้อีกหลังหนึ่ง เป็นอาคารในกลุ่มที่พักผู้ติดตาม ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงหลังเดียว ตามผังการก่อสร้างเดิมคาดว่าน่าจะเป็นที่พักเสนาบดีมหาดไทย แต่ชาวบ้านเรียกสืบต่อกันมาว่า “บ้านเจ้าพระยาราม”
อาคารนี้ผสมผสานศิลปะตะวันตกกับตะวันออก เป็นอาคาร 2 ชั้นแบบเดียวกับ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ต่างกันที่โคนเสาไม่มีการหล่อน้ำ ตรงกลางด้านหน้าเป็นมุขครึ่งวงกลม สองข้างเป็นปีก มีบันไดโค้งคู่ด้านทะเล ผนังชั้นบนเป็นคอนกรีตบล็อกเซาะร่อง หลังคา ทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องว่าวซีเมนต์สีแดง ภายในมีห้องโถง 1 ห้อง ห้องนอนใหญ่ 2 ห้อง ห้องเล็ก 3 ห้อง และห้องน้ำ 2 ห้อง ข้อมูลที่สำรวจเมื่อ พ.ศ. 2539 ระบุว่าอยู่ในสภาพชำรุด

จาก ที่ประทับ ฤดูร้อนสู่ค่ายพระรามหก
วารสารธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ฉบับกรกฎาคม–ธันวาคม 2568 บันทึกว่า พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ถูกทิ้งร้างมากว่า 40 ปี ต่อมาในรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนใช้เป็นที่ตั้งศูนย์ฝึกการต่อต้านปราบปรามการก่อความไม่สงบ และได้นาม พระราชทาน ว่า “ค่ายพระรามหก”
หน้า พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของหน่วยราชการในพระองค์ บันทึกว่าเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2517 เสด็จฯ ไปเยี่ยมค่ายมฤคทายวันของตำรวจตระเวนชายแดน
ปัจจุบันพื้นที่นี้เป็นที่ตั้งของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ข่าวในพระราชสำนักวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 บันทึกว่า รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานโฉนดที่ดิน ใน พระปรมาภิไธย “ค่ายพระรามหก (พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน)” เนื้อที่ 1,244 ไร่ 24.2 ตารางวา เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และพิพิธภัณฑ์ของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2563 ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน รับพระราชทานโฉนดที่ดิน เพิ่มอีก 275 ไร่ 3 งาน 57.20 ตารางวา
การขึ้นทะเบียน พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นโบราณสถาน
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียน พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นโบราณสถาน และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 98 ตอนที่ 177 วันที่ 27 ตุลาคม 2524 พร้อมระวางแนวเขต ข้อมูลโบราณสถานของสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ระบุพื้นที่ 31 ไร่ 1 งาน 62.5 ตารางวา ส่วนวารสารของ สผ. ระบุวันที่ของประกาศกรมศิลปากรว่า 2 กันยายน 2524 หน้า 3672 และพื้นที่ประมาณ 31 ไร่ 1 งาน 63.5 ตารางวา
กรมศิลปากรกำหนดอายุสมัยเป็นสมัยรัตนโกสินทร์ และจัดรูปแบบของแหล่งโบราณคดีเป็น พระราชวัง ข้อมูลภาคสนามของสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี สำรวจเมื่อ 22 สิงหาคม 2539 และบันทึกเมื่อ 27 สิงหาคม 2539
การบูรณะ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และการฟื้นฟูสันทรายชายหาด
วารสารของ สผ. ฉบับปี 2568 อธิบายว่า การบูรณะและจัดการพื้นที่ในระยะแรกแม้ทำด้วยความปรารถนาดี แต่ยังไม่เป็นไปตามหลักการอนุรักษ์ที่ถูกต้อง เช่น การทาสีอาคารโดยไม่คำนึงถึงสีดั้งเดิม การถมพื้นที่ด้วยดินจากที่อื่น และการขุดสระน้ำจำนวนมากที่ทำให้น้ำจืดในชั้นทรายระเหยและน้ำเค็มรุกเข้ามาแทน
การก่อสร้างรอดักทราย (Groin) กองหินใต้น้ำ (Break Water) และเขื่อนปากร่องน้ำ (Jetty) หน้า พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ในระยะหลังก็ส่งผลต่อระบบนิเวศชายหาดและการกัดเซาะในพื้นที่ข้างเคียง แนวทางปัจจุบันจึงเน้นวิธีธรรมชาติ (Nature-Based Solutions) เริ่มจากการรื้อถอนโครงสร้างแข็งที่เกินความจำเป็น กำจัดพืชต่างถิ่นและพืชรุกราน และฟื้นฟูพืชสันทรายท้องถิ่น เช่น ต้นพลองเหมือด ต้นเกด ต้นข่อย ต้นกระทิง ต้นหูกวาง และต้นมะพลับ
หน่วยงานที่ร่วมดำเนินการตามวารสารฉบับนี้ ได้แก่ กรมศิลปากร (การขึ้นทะเบียนและคำปรึกษาด้านการอนุรักษ์) กรมเจ้าท่า (การรื้อถอนรอดักทรายและเขื่อนกันคลื่น) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และกรมชลประทาน (การเติมน้ำจืดเพื่อลดความเค็มของชั้นน้ำใต้ดินที่คุกคามฐานรากอาคาร)

มูลนิธิ พิพิธภัณฑ์ และการเข้าชม
ข่าวในพระราชสำนักวันที่ 28 มีนาคม 2560 ระบุว่า พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อยู่ภายใต้การบริหารงานของมูลนิธิ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน วารสารของ สผ. อธิบายว่ามูลนิธิดูแลพื้นที่ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมถึงการฟื้นฟูและอนุรักษ์อาคารไม้ การฟื้นฟูป่าชายหาด และการบริหารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาและหอพรรณไม้
วันที่ 10 กันยายน 2563 กรมศิลปากรจัดพิธีเปิดห้องสมุดในพิพิธภัณฑ์ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า ที่นี่ “เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ใช้จัดแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับ พระมหากษัตริย์ไทย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และมีความเหมาะสมเป็นแหล่งเรียนรู้” งานเดียวกันมีกิจกรรมโรงเรียนอนุรักษ์อาคารไม้ และการเยี่ยมชมอาคารปฏิบัติงานไม้เพื่อการอนุรักษ์
หน้าเว็บของเทศบาลเมืองชะอำให้ข้อมูลการเข้าชมว่า ปิดวันพุธ เปิดวันจันทร์–ศุกร์ 08.00–16.00 น. วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 08.00–17.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 30 บาท และตั้งอยู่ในค่ายพระราม 6 ห่างจากสี่แยกไฟแดงชะอำไปทางใต้ประมาณ 9 กิโลเมตร ข้อมูลนี้เป็นข้อมูลบนเว็บไซต์ของเทศบาล ผู้ที่จะไปเยี่ยมชมควรตรวจสอบเวลาและค่าเข้าชมล่าสุดกับผู้ดูแลก่อน

ลำดับเหตุการณ์
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 2466 (1923) | เริ่มก่อสร้าง และมีการประกาศเปลี่ยนนามตำบลบางกราเป็นตำบลมฤคทายวัน (8 มิถุนายน 2466) |
| 2467 (1924) | การก่อสร้างเสร็จ มีประกาศกำหนดอาณาเขต (17 พฤษภาคม 2467) และ รัชกาลที่ 6 เสด็จแปรพระราชฐาน |
| 2468 (1925) | รัชกาลที่ 6 เสด็จแปรพระราชฐาน อีกครั้งตามข้อมูลกรมศิลปากร |
| 2517 (1974) | 8 เมษายน: สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯไปเยี่ยม ค่ายมฤคทายวันของตำรวจตระเวนชายแดน |
| 2524 (1981) | ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 98 ตอนที่ 177 (27 ตุลาคม 2524) |
| 2539 (1996) | สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี สำรวจและบันทึกข้อมูลโบราณสถาน (22 และ 27 สิงหาคม) |
| 2560 (2017) | 28 มีนาคม: สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงนำ คณะทูตานุทูตและคู่สมรสเยี่ยมชม; 30 พฤศจิกายน: โฉนดที่ดินใน พระปรมาภิไธย ค่ายพระรามหก |
| 2563 (2020) | 10 กันยายน: พิธีเปิดห้องสมุดในพิพิธภัณฑ์; 22 พฤศจิกายน: โฉนดที่ดินเพิ่ม 275 ไร่เศษ |
| 2564 (2021) | 25 พฤศจิกายน: สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงนำ นักเรียนนายร้อยโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าไปทัศนศึกษา |
| 2568 (2025) | สผ. เผยแพร่บทความการบูรณะและฟื้นฟูระบบนิเวศสันทรายชายหาดรอบ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน |
ภาพบันทึก











มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
- หมู่ พระที่นั่งสมุทรพิมาน หมู่ พระที่นั่งพิศาลสาคร และ พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ ซึ่งยังตั้งอยู่ริมทะเลชะอำในเขตค่ายพระราม 6
- บ้านพักข้าราชบริพาร (“บ้านเจ้าพระยาราม”) ซึ่งกรมศิลปากรบันทึกว่าเหลืออยู่หลังเดียว
- สถานะโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนตั้งแต่ พ.ศ. 2524 ภายใต้การกำกับของกรมศิลปากร
- พิพิธภัณฑ์และห้องสมุดในพิพิธภัณฑ์ ที่มูลนิธิ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ดูแล
- งานฟื้นฟูระบบนิเวศสันทรายชายหาดรอบ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ที่ สผ. เรียกว่าเป็นต้นแบบการอนุรักษ์
อ่าน พระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และบันทึก พระราชวัง อื่นในหมวด พระราชวัง และ พระที่นั่ง เช่น พระนครคีรี และ พระรามราชนิเวศน์
คำถามที่พบบ่อย
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน สร้างขึ้นเมื่อใดและในรัชกาลใด?
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็น พระราชฐาน ที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2466 สำหรับการเสด็จแปรพระราชฐานในฤดูร้อน กรมศิลปากรระบุว่าการก่อสร้างเสร็จใน พ.ศ. 2467
พระที่นั่ง สำคัญใน พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน มีอะไรบ้าง?
เทศบาลเมืองชะอำระบุว่าเป็น หมู่อาคารพระที่นั่ง ขนาดใหญ่ 3 องค์ คือ พระที่นั่งสมุทรพิมาน พระที่นั่งพิศาลสาคร และ พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ สร้างด้วยไม้สักทอง ใต้ถุนสูง เชื่อมต่อกันด้วยระเบียงไม้ที่มีหลังคาคลุมตลอด
ค่ายพระรามหก เกี่ยวข้องกับ พระราชนิเวศน์ อย่างไร?
วารสารของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบันทึกว่า พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ถูกทิ้งร้างกว่า 40 ปี ต่อมาในรัชกาลที่ 9 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนได้ใช้พื้นที่เป็นศูนย์ฝึก และได้นาม พระราชทาน ว่า “ค่ายพระรามหก” ซึ่งยังเป็นที่ตั้งของ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน จนปัจจุบัน
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อใด?
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 98 ตอนที่ 177 วันที่ 27 ตุลาคม 2524 พื้นที่ประมาณ 31 ไร่เศษ ข้อมูลโบราณสถานของกรมศิลปากรระบุ 31 ไร่ 1 งาน 62.5 ตารางวา ส่วนวารสารของ สผ. ระบุ 31 ไร่ 1 งาน 63.5 ตารางวา
แหล่งอ้างอิง
- พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน — เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
- ข้อมูลโบราณสถานพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี — สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร
- พิธีเปิดห้องสมุดในพิพิธภัณฑ์พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน — กรมศิลปากร
- วันนี้ในอดีต : พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเปิดงาน “พระนครคีรี-เพชรบุรี” — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี กรมศิลปากร
- พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ต้นแบบการอนุรักษ์และการฟื้นฟูระบบนิเวศสันทรายชายหาดอย่างยิ่งยืน — สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน (วารสารธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปีที่ 14 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม–ธันวาคม 2568) — สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะบุคคลต่าง ๆ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท — หน่วยราชการในพระองค์
- พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง — หน่วยราชการในพระองค์
- ข่าวในพระราชสำนัก วันอังคาร ที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2560 — หน่วยราชการในพระองค์
- ข่าวในพระราชสำนัก วันพฤหัสที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ.2560 — หน่วยราชการในพระองค์
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- องค์กรและบริษัท
- กระทรวงมหาดไทย17
- ประเทศและสถานที่
- กรุงเทพฯ79ยุโรป69
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ