รถไฟพระที่นั่ง: ประวัติตั้งแต่ทางรถไฟสายแรก พ.ศ. 2439 ถึงพลับพลาสถานีหัวหิน
ประวัติ รถไฟพระที่นั่ง ตั้งแต่ทางรถไฟสายแรกกรุงเทพฯ–อยุธยา พ.ศ. 2439 การเดินทางไปนครราชสีมา เชียงใหม่ และหัวหิน ถึง พลับพลาที่ประทับ สถานีบางปะอินและหัวหิน
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 15 นาที ผู้เข้าชม 1

สรุปประเด็นสำคัญ
- วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีเปิดการเดินรถไฟ สายกรุงเทพฯ–อยุธยา ระยะทาง 71 กิโลเมตร กรมศิลปากรระบุว่าตรงกับ พ.ศ. 2440 ตามปฏิทินปัจจุบัน
- วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2443 รถไฟพระที่นั่ง ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 07.25 น. ถึงนครราชสีมาราว 16.00 น. ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมง ในคราวเปิดทางรถไฟสายนครราชสีมา ระยะทาง 265 กิโลเมตร
- การ เสด็จพระราชดำเนิน เลียบมณฑลฝ่ายเหนือ ใน พ.ศ. 2469 เริ่มที่สถานีรถไฟจิตรลดา วันที่ 6 มกราคม และ รถไฟพระที่นั่ง ถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่วันที่ 22 มกราคม เวลา 14.50 น.
- พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ ที่สถานีรถไฟหัวหิน ที่ประทับขึ้นและลง รถไฟพระที่นั่ง ย้ายมาจาก พระราชวังสนามจันทร์ เมื่อ พ.ศ. 2511 และมีพิธีเปิดวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2517
รถไฟพระที่นั่ง คือ ขบวนรถไฟที่ใช้ในการ เสด็จพระราชดำเนิน ของ พระมหากษัตริย์ และ พระบรมวงศานุวงศ์ ประวัติของ รถไฟพระที่นั่ง เริ่มพร้อมกิจการรถไฟของไทย เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีเปิดการเดินรถไฟ สายกรุงเทพฯ–อยุธยา วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 ซึ่งกรมศิลปากรระบุว่าตรงกับ พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1897) ตามปฏิทินปัจจุบัน
บันทึกประวัติ รถไฟพระที่นั่ง นี้เรียบเรียงจากบทความของกรมศิลปากร สำนักหอสมุดแห่งชาติ และหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ข่าวที่หน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่ ข้อมูลของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และบทความของศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKC) ซึ่งอ้างข้อมูลการรถไฟแห่งประเทศไทย วันที่ที่แหล่งข้อมูลนับปีต่างกันจะบอกไว้ทั้งสองแบบ
รถไฟพระที่นั่ง คืออะไร
เอกสารที่กรมศิลปากรและหน่วยราชการในพระองค์เผยแพร่ใช้คำหลายคำเกี่ยวกับ รถไฟพระที่นั่ง และการ เสด็จพระราชดำเนิน ทางรถไฟ ดังนี้
- รถไฟพระที่นั่ง ขบวนรถไฟที่ใช้ในการ เสด็จพระราชดำเนิน เช่น บันทึกการเดินทางไปนครราชสีมา พ.ศ. 2443 ที่ระบุเวลาออกเดินทางของ รถไฟพระที่นั่ง ไว้ชัดเจน
- รถพระที่นั่ง ในบริบทของรถไฟ คือรถที่ ประทับ ซึ่งรถจักรลากไปตามราง ราชกิจจานุเบกษา พ.ศ. 2446 บันทึกว่าเจ้าพนักงานกรมรถไฟจัด รถพระที่นั่ง ไว้ รับเสด็จ ที่สถานีบางกอกน้อย
- ขบวนรถไฟพิเศษ คำที่ใช้ในบันทึกการเดินทางไปหัวหินเมื่อ พ.ศ. 2493
- พลับพลาที่ประทับ อาคารที่สถานีรถไฟสำหรับ ประทับ ก่อนขึ้นหรือหลังลงจากรถไฟ เช่น ที่สถานีบางปะอินและสถานีหัวหิน ส่วน พลับพลาพระราชพิธี ที่สถานีรถไฟกรุงเทพฯ ใช้ในพิธีเปิดทางรถไฟ ร.ศ. 126
- สถานีรถไฟจิตรลดา จุดที่ขบวน รถไฟพระที่นั่ง ออกเดินทางจากใกล้ พระราชวังดุสิต ในการเดินทางไปมณฑลพายัพ พ.ศ. 2469
ก่อนมี รถไฟพระที่นั่ง: รถไฟจำลองในรัชกาลที่ 4
ศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเล่าว่า ใน พ.ศ. 2398 (ค.ศ. 1855) รัฐบาลอังกฤษส่งเซอร์ จอห์น เบาริง ผู้สำเร็จราชการเกาะฮ่องกง เข้ามาเจรจาแก้ไขสนธิสัญญากับไทย ต่อมามิสเตอร์ แฮรี่ สมิท ปาร์ค นำสนธิสัญญาฉบับใหม่กลับมาแลกเปลี่ยน พร้อม เครื่องราชบรรณาการ ของ สมเด็จพระนางวิคตอเรีย เพื่อ ทูลเกล้าฯ ถวาย แด่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ในจำนวนนั้นมีรถไฟจำลองย่อส่วนจากของจริง ประกอบด้วยรถจักรไอน้ำและรถพ่วงครบขบวน เดินบนรางด้วยแรงไอน้ำแบบเดียวกับรถไฟในอังกฤษ
แหล่งเดียวกันระบุว่า สมเด็จพระนางวิคตอเรีย ทรงมีพระราชประสงค์ จะให้ของชิ้นนี้เป็น เครื่องดลพระราชหฤทัย ให้ ทรงคิดสถาปนากิจการรถไฟ ขึ้นในสยาม แต่ขณะนั้นเศรษฐกิจของไทยยังไม่มั่นคงและมีพลเมืองน้อย กิจการรถไฟจึงต้องระงับไว้ก่อน รถไฟจำลองชุดนี้เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
จากการสำรวจเส้นทางถึงการตั้งกรมรถไฟ พ.ศ. 2430–2433
ก่อนที่ รถไฟพระที่นั่ง จะออกวิ่งได้ต้องมีทางรถไฟเสียก่อน ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 อังกฤษและฝรั่งเศสขยายอาณานิคมเข้ามาในแหลมอินโดจีน STKC อธิบายว่า ทรงตระหนักถึงความสำคัญ ของการคมนาคมทางรถไฟ เพราะทางเกวียนและแม่น้ำลำคลองไม่พอแก่การ บำรุงรักษาพระราชอาณาเขต ทางรถไฟจะช่วยการปกครอง การตรวจตรา และการขนส่งผู้โดยสารกับสินค้า
- 16 มีนาคม พ.ศ. 2430 ลงนามจ้างเซอร์แอนดรู คลาก และบริษัทปันชาร์ด แมกทักการ์ด โลเธอร์ สำรวจแนวทางรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปเชียงใหม่และนครราชสีมา ค่าจ้างไม่เกินไมล์ละ 100 ปอนด์ (กรมศิลปากรระบุว่าตรงกับ พ.ศ. 2431 ตามปฏิทินปัจจุบัน)
- 1 มีนาคม ร.ศ. 109 (พ.ศ. 2433) ประกาศ พระบรมราชโองการ สร้างทางรถไฟสยามจากกรุงเทพฯ ถึงเมืองนครราชสีมา
- ตุลาคม พ.ศ. 2433 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อตั้งกรมรถไฟ สังกัดกระทรวงโยธาธิการ มี พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัติวงศ์ ทรงเป็นเสนาบดี และนายเค. เบ็ทเก ชาวเยอรมัน เป็นเจ้ากรมรถไฟ
การประมูลสร้างทางสายกรุงเทพฯ–นครราชสีมา มิสเตอร์ยี. มูเร แกมป์เบลล์ ชาวอังกฤษ เสนอราคาต่ำสุด 9,956,164 บาท กรมศิลปากรระบุว่าทำสัญญาเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2434 ทางสายแรกนี้กว้าง 1.435 เมตร
พระราชพิธี เริ่มสร้างทางรถไฟ 9 มีนาคม 2434
วันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2434 (กรมศิลปากรระบุว่าตรงกับ พ.ศ. 2435 ตามปฏิทินปัจจุบัน) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปยังโรงพิธี ฝั่งคลองผดุงกรุงเกษมตรงท้ายวัดเทพศิรินทราวาส เพื่อ ทรงขุดดินเป็นพระฤกษ์ ทรงตักดินเทลงในเกวียน แล้วโปรดให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้าวชิรุณหิศ ไสเกวียนไปถึงต้นทางที่จะทำทางรถไฟ และ ทรงเทดินลงถมที่นั้น จากนั้นคนงานจึงลงมือขุดดินตามแนวที่กระทรวงโยธาธิการปักกรุยไว้
STKC เรียกงานนี้ว่า พระราชพิธีกระทำพระฤกษ์ เริ่มการสร้างทางรถไฟ ณ บริเวณย่านสถานีกรุงเทพ และระบุว่าการรถไฟฯ สร้างอนุสรณ์ปฐมฤกษ์รถไฟหลวงไว้รำลึกเหตุการณ์นี้ ต่อมาบริษัทอังกฤษผู้รับสัมปทานสร้างทางไม่เสร็จตามสัญญา กรมรถไฟหลวงจึงเลิกจ้างและก่อสร้างเอง

เปิดทางรถไฟสายแรก กรุงเทพฯ–อยุธยา 26 มีนาคม 2439
ใน พ.ศ. 2439 ทางรถไฟสายกรุงเทพฯ–นครราชสีมาเสร็จบางส่วนพอเปิดเดินรถได้ วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน มา ทรงประกอบพระราชพิธีเปิดการเดินรถไฟ ระหว่างสถานีกรุงเทพกับอยุธยา ระยะทาง 71 กิโลเมตร และเปิดให้ประชาชนเดินทางตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม เป็นต้นไป ระยะแรกเดินรถขึ้นล่องวันละ 4 ขบวน และมีสถานี 9 แห่ง ได้แก่
- สถานีกรุงเทพ บางซื่อ หลักสี่ หลักหก
- คลองรังสิต เชียงราก เชียงรากน้อย
- บางปะอิน และกรุงเก่า
การรถไฟฯ ถือวันที่ 26 มีนาคม เป็นวันสถาปนากิจการรถไฟมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนบทความของกรมศิลปากรเรื่องทางรถไฟสายอีสานเขียนวันเดียวกันว่า "วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 (นับอย่างปฏิทินปัจจุบัน พ.ศ. 2440)" ซึ่งเป็นการเทียบกับปฏิทินปัจจุบัน
รถไฟพระที่นั่ง สู่นครราชสีมา พ.ศ. 2443
ทางรถไฟสายแรกสร้างต่อจากอยุธยาไปแก่งคอย มวกเหล็ก และปากช่อง จนเสร็จถึงนครราชสีมาใน พ.ศ. 2443 รวม 265 กิโลเมตร ค่าก่อสร้าง 17,585,000 บาท กรมศิลปากรระบุว่าเดิมกำหนดสร้าง 5 ปี แต่ใช้เวลาถึง 9 ปีเต็ม บทความเดียวกันยกข้อความที่บันทึก พระราชดำริ เรื่องนี้ว่า "...ทรงพระราชดำริเห็นว่า การสร้างทางรถไฟเดินไปมาในระหว่างหัวเมืองไกล เป็นเหตุให้เกิดความเจริญแก่บ้านเมืองได้เป็นอย่างสำคัญ..." และแนวทางสายนี้กำหนดตาม ประกาศพระราชกฤษฎีกา สำหรับการที่จะสร้างรถไฟ
วันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2443 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และ พระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินเปิดทางรถไฟสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา อย่างเป็นทางการ และ ประทับรถไฟพระที่นั่ง สู่เมืองนครราชสีมา เพื่อเยี่ยมราษฎรและตรวจราชการ ระหว่างวันที่ 21–25 ธันวาคม
บันทึกการเดินทางที่กรมศิลปากรอ้างระบุว่า รถไฟพระที่นั่ง ออกเดินทางเวลา 07.25 น. และถึงเมืองนครราชสีมาประมาณ 16.00 น. รวมราว 9 ชั่วโมง แวะพักที่เมืองกรุงเก่า แก่งคอย ปากช่อง และสีคิ้ว ตามลำดับ ขณะที่รถเร็วในปัจจุบันใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง
รถพระที่นั่ง ในพิธีเปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี พ.ศ. 2446
ทางรถไฟสายเพชรบุรีเริ่มที่สถานีธนบุรี (บางกอกน้อย) ผ่านนครปฐมและราชบุรีไปถึงเพชรบุรี รวม 150 กิโลเมตร เป็นทางกว้าง 1 เมตร ต่างจากสายนครราชสีมา เริ่มสร้างปลาย พ.ศ. 2442 ทดลองเดินรถตั้งแต่ 1 เมษายน พ.ศ. 2446 ค่าใช้จ่ายประมาณ 7,880,000 บาท
สำนักหอสมุดแห่งชาติสรุปจากราชกิจจานุเบกษาว่า วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2446 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเครื่องอย่างจอมพลทหารบก เสด็จออกทรงรถม้าพระที่นั่ง จาก พระบรมมหาราชวัง ลงเรือกลไฟชื่อชลยุทธ์ที่ท่าราชวรดิฐ ไปเทียบท่าสถานีปากคลองบางกอกน้อย แล้ว เสด็จพระราชดำเนิน ขึ้นไป ประทับรถพระที่นั่ง ซึ่งเจ้าพนักงานกรมรถไฟจัดไว้ รับเสด็จ จากนั้นขบวน รถไฟพระที่นั่ง ซึ่งรถจักรลาก รถพระที่นั่ง ไว้ ก็แล่นไปหยุดที่สถานีหน้าวัดอมรินทรารามวรวิหาร ซึ่งตกแต่งด้วยธงรูปจักรปีกและตั้ง พระราชบัลลังก์ ไว้
ตรึงหมุดอันสุดท้าย และ พระราชดำรัส เปิดทางรถไฟสายเพชรบุรี
ในพิธี พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัติวงศ์ เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ กราบบังคมทูลรายงานการสร้างทาง จากนั้น ทรงตรึงหมุดอันสุดท้ายที่รางรถไฟด้วยพระราชหัตถ์ หน้าสถานี ขณะพระสงฆ์ 5 รูปสวดชยันโต และมีการประโคมแตรสังข์ ฆ้องชัย และพิณพาทย์ ราชกิจจานุเบกษาเล่ม 20 ลงวันที่ 28 มิถุนายน ร.ศ. 122 พิมพ์ พระราชดำรัส ตอบตอนหนึ่งว่า
"...เรามีความยินดีที่จะประกาศให้ทราบทั่วกันว่า ตั้งแต่นี้สืบไป ทางรถไฟสายนี้เปนอันเปิดให้คนทั้งปวงใช้ได้ทั่วกันแล้ว..."
หลังพิธี ขบวนรถไฟปกติที่ โปรดเกล้าฯ ให้เดินเป็นฤกษ์ แล่นจากบางกอกน้อยไปถึงเมืองเพชรบุรี ต่อมาทางสายนี้สร้างต่อลงไปจนถึงสุไหงโกลก รวม 1,144 กิโลเมตร และเปิดเดินรถตลอดสายใน พ.ศ. 2464 ใน รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
รถไฟพระที่นั่ง ไปฉะเชิงเทรา ในพิธีเปิดทางสายตะวันออกและสายเหนือ ร.ศ. 126
หอสมุดแห่งชาติ นครศรีธรรมราช สรุปจดหมายเหตุว่า วันที่ 24 มกราคม ร.ศ. 126 มีพิธีเปิดรถไฟสายตะวันออก (ถึงฉะเชิงเทรา) และสายเหนือ (ถึงพิษณุโลก) ที่ พลับพลาพระราชพิธี สถานีรถไฟกรุงเทพฯ เวลาเช้า 3 โมงเศษ แล้ว เสด็จพระราชดำเนิน ด้วยรถไฟพิเศษสายตะวันออก ผ่านบางกระสัน คลองแสนแสบ บ้านหัวหมาก บ้านทับช้าง หัวตะเข้ คลองหลวงแพ่ง และคลองพระยาเดโช ถึงสถานีฉะเชิงเทราเวลาเช้า 5 โมงเศษ
ที่ฉะเชิงเทรา เสด็จลงจากรถไฟพระที่นั่ง แล้วลงเรือล่องแม่น้ำบางปะกงไปที่ว่าการมณฑล พระราชทาน พระแสงราชศัสตราประจำเมือง และ ประทับแรม ที่ฉะเชิงเทรา ขากลับวันที่ 30 มกราคม ร.ศ. 126 เดินทางทางเรือผ่านคลองนครเนื่องเขต คลองแสนแสบ และเมืองมีนบุรี จนถึง พระที่นั่งอัมพรสถาน ในเวลาบ่าย 5 โมงเศษ
พลับพลาที่ประทับ สถานีรถไฟบางปะอิน
พลับพลาที่ประทับ สถานีรถไฟบางปะอิน อยู่บนทางสายแรกที่ผ่านบางปะอิน กรมศิลปากรระบุว่าสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2434–2439 ครั้งที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริ ให้สร้างทางรถไฟสายเหนือ กรุงเทพ-โคราช นอกจากรูปแบบสถาปัตยกรรมแล้ว ภายในยังตกแต่งด้วยงานแกะสลักไม้ งานปิดทอง และงานกระจกเขียนสีหรือกระจกสเตนกลาส เมื่อ พ.ศ. 2566 อาคารมีอายุราว 130 กว่าปี
วันที่ 12–16 มิถุนายน 2566 สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา สำรวจและบันทึกความเสียหายร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ พบว่ารางตะกั่วที่ยึดชิ้นกระจกเสื่อมสภาพ กระจกบางชิ้นแตกหรือหลุดหาย ทำให้น้ำฝนไหลเข้าอาคารได้ จึงถอดกระจกสเตนกลาสเก็บเพื่ออนุรักษ์พร้อมตัวอาคาร งานนี้ทำร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย สตูดิโอแก้ว คณะจิตรกรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร และ Jerry Cummins & Jill Stehn Pty. Ltd. จากออสเตรเลีย อ่านประวัติ พระราชวัง ใกล้สถานีนี้ได้ที่ พระราชวัง ที่บางปะอิน


กรมรถไฟหลวง ในรัชกาลที่ 6 และ 7
STKC สรุปว่าตั้งแต่ พ.ศ. 2439 จนสิ้นรัชกาลที่ 5 ใน พ.ศ. 2453 มีทางรถไฟเปิดใช้ 932 กิโลเมตร และกำลังสร้างอีก 690 กิโลเมตร ใน รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทางที่เปิดใช้เพิ่มเป็น 2,581 กิโลเมตร วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2460 มี พระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ ให้รวมกรมรถไฟสายเหนือและสายใต้เป็น "กรมรถไฟหลวง" ให้ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวงพระองค์แรก
กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ทรงสั่ง รถจักรดีเซล 2 คันจากสวิตเซอร์แลนด์ คันแรกเลขที่ 21–22 ออกวิ่งใน พ.ศ. 2471 รถจักรดีเซลของการรถไฟฯ จึงติดเครื่องหมาย "บุรฉัตร" ซึ่งเป็น พระนาม ของพระองค์ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 มีทางรถไฟเพิ่มขึ้นอีก 418 กิโลเมตร
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระบุว่า อาคารสถานีรถไฟหัวหินหลังที่ยังอยู่สร้างใน พ.ศ. 2469 โดยกรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน และพลับพลาจตุรมุขที่ต่อมาย้ายมาไว้ที่สถานีนี้ ก็สร้างขึ้นใน สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายใน พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม
รถไฟพระที่นั่ง เลียบมณฑลฝ่ายเหนือ พ.ศ. 2469
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ เล่าว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ กำหนดวันที่ 6 มกราคม 2469 เป็นวันพระฤกษ์ที่จะ เสด็จพระราชดำเนิน โดยทางรถไฟขึ้นไปมณฑลพายัพ ราว 1 เดือน เช้าวันนั้น เสด็จพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี จาก พระราชวังดุสิต ไปยังสถานีรถไฟจิตรลดา ขบวน รถไฟพระที่นั่ง เคลื่อนเวลา 8.30 นาฬิกา ขณะพระสงฆ์สวดชัยมงคลกถา
- เมืองที่ เสด็จประพาส ก่อนถึงเชียงใหม่: พิษณุโลก แพร่ นครลำปาง เชียงราย และเชียงแสน แล้วกลับมานครลำปาง
- 22 มกราคม 2469 ขบวน รถไฟพระที่นั่ง ออกจากสถานีรถไฟนครลำปางเวลา 11.00 นาฬิกา ถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่เวลา 14.50 น. แล้วไป ประทับ ที่โฮเตลรถไฟ
- 5 กุมภาพันธ์ 2469 รถไฟพระที่นั่ง ออกจากสถานีรถไฟเชียงใหม่ และถึงสถานีรถไฟจิตรลดาวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2469 เวลา 11.40 น.
แหล่งเดียวกันอธิบายเหตุผลของการเดินทางว่า "ยังไม่มีพระเจ้าแผ่นดินกรุงรัตนโกสินทร์พระองค์ใดเสด็จไปยังตามหัวเมืองในมณฑลพายัพนี้ แม้รัชกาลก่อนหน้าจะเคยเสด็จไปบ้างแล้ว แต่ยังมิได้ราชาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์" การเดินทางด้วย รถไฟพระที่นั่ง ครั้งนี้เกิดขึ้นได้หลังทางรถไฟสายเหนือถึงเชียงใหม่ ซึ่งรถไฟขบวนปฐมฤกษ์ไปถึงเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2464

รถไฟพระที่นั่ง ขบวนพิเศษ สู่วังไกลกังวล พ.ศ. 2493
ในรัชกาลที่ 9 หน่วยราชการในพระองค์บันทึกว่า วันที่ 29 เมษายน 2493 เวลาประมาณ 11.30 น. พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ วังไกลกังวล ตำบลหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยขบวนรถไฟพิเศษ ซึ่งเป็น รถไฟพระที่นั่ง ของการเดินทางครั้งนั้น
ข่าวเดียวกันระบุว่า เสด็จกลับคืนสู่พระมหานคร ในวันที่ 3 พฤษภาคม 2493 เพื่อ ทรงประกอบพระราชพิธี บรมราชาภิเษก และ พระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียร ตามขัตติยราชประเพณี อ่านประวัติปลายทางของการเดินทางครั้งนี้ได้ที่ วังไกลกังวล
พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ สถานีรถไฟหัวหิน
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์อธิบายว่า สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของสถานีรถไฟหัวหินคือ พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ พลับพลาจตุรมุขที่เดิมชื่อพลับพลาสนามจันทน์ ตั้งอยู่ใน พระราชวังสนามจันทร์ ใน พ.ศ. 2511 สมัยพันเอกแสง จุลจาริตต์ เป็นผู้ว่าการรถไฟฯ มีการสร้างพลับพลาหลังนี้ขึ้นใหม่ที่หัวหิน เพื่อใช้เป็น ที่ประทับขึ้นและลงรถไฟ ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร งานก่อสร้างเป็นฝีมือช่างไทยทั้งหมด พลับพลาหลังนี้จึงสร้างขึ้นใหม่เพื่อการ เสด็จ ทาง รถไฟพระที่นั่ง ในรัชกาลที่ 9
เมื่อสร้างเสร็จ มีพิธีเปิดพลับพลาและตั้งชื่อใหม่ว่า "พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ" วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2517 โดย สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดงาน
ตัวอาคารสถานีหลังปี 2469 ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมวิกตอเรีย สีครีมตัดแดง มีลวดลายประดับเสาค้ำยัน ที่สถานียังเก็บหัวรถจักรไอน้ำเก่าที่การรถไฟสั่งซื้อจากอังกฤษ และเคยวิ่งให้บริการในไทยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2


ลำดับเหตุการณ์ รถไฟพระที่นั่ง
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 2398 | รถไฟจำลองอยู่ในเครื่องบรรณาการจากอังกฤษถึงรัชกาลที่ 4 คราวแลกเปลี่ยนสนธิสัญญา |
| 2430 (1888) | ลงนามจ้างสำรวจแนวทางรถไฟ 16 มีนาคม (พ.ศ. 2431 ตามปฏิทินปัจจุบัน) |
| ร.ศ. 109 | ประกาศสร้างทางรถไฟถึงนครราชสีมา ลงวันที่ 1 มีนาคม ร.ศ. 109 (STKC ระบุว่าตรงกับ พ.ศ. 2433) |
| 2433 (1890) | ตั้งกรมรถไฟ สังกัดกระทรวงโยธาธิการ เดือนตุลาคม |
| 2434 (1892) | พิธีเริ่มสร้างทางรถไฟ 9 มีนาคม ที่ท้ายวัดเทพศิรินทราวาส (พ.ศ. 2435 ตามปฏิทินปัจจุบัน) |
| 2439 (1897) | เปิดทางสายกรุงเทพฯ–อยุธยา 71 กม. วันที่ 26 มีนาคม (พ.ศ. 2440 ตามปฏิทินปัจจุบัน) |
| 2443 (1900) | เปิดทางถึงนครราชสีมา 21 ธันวาคม รถไฟพระที่นั่ง ใช้เวลาราว 9 ชั่วโมง |
| 2446 (1903) | เปิดทางสายเพชรบุรี 19 มิถุนายน ที่สถานีบางกอกน้อย |
| ร.ศ. 126 | เปิดทางสายตะวันออกและสายเหนือ 24 มกราคม รถไฟพระที่นั่ง ไปฉะเชิงเทรา |
| 2460 (1917) | รวมเป็นกรมรถไฟหลวง 5 มิถุนายน |
| 2469 (1927) | รถไฟพระที่นั่ง เลียบมณฑลฝ่ายเหนือ 6 มกราคม–6 กุมภาพันธ์ จากสถานีรถไฟจิตรลดา |
| 2493 (1950) | รถไฟพระที่นั่ง ขบวนพิเศษไปหัวหิน 29 เมษายน กลับ 3 พฤษภาคม |
| 2511 (1968) | สร้างพลับพลาจาก พระราชวังสนามจันทร์ ขึ้นใหม่ที่สถานีหัวหิน |
| 2517 (1974) | เปิดพลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ 6 เมษายน |
| 2566 (2023) | สำรวจและอนุรักษ์กระจกสเตนกลาสพลับพลาสถานีบางปะอิน 12–16 มิถุนายน |
ปี ค.ศ. ในวงเล็บของแถว 2430, 2434 และ 2439 คิดจากปีตามปฏิทินปัจจุบันที่กรมศิลปากรระบุไว้ ซึ่งมากกว่าปีในเอกสารเดิม 1 ปี
ภาพบันทึก









มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
- วันสถาปนากิจการรถไฟ 26 มีนาคม การรถไฟฯ ยังถือวันเปิดทางสายแรกที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีเปิดการเดินรถไฟ เป็นวันก่อตั้งกิจการ และสร้างอนุสรณ์ปฐมฤกษ์รถไฟหลวงไว้ที่ย่านสถานีกรุงเทพ
- พลับพลาที่ประทับ สถานีรถไฟบางปะอิน อาคารอายุราว 130 กว่าปีที่กรมศิลปากรสำรวจและถอดกระจกสเตนกลาสไปอนุรักษ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2566
- พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ สถานีรถไฟหัวหิน พลับพลาจาก พระราชวังสนามจันทร์ ที่สร้างใหม่เป็น ที่ประทับขึ้นและลง รถไฟพระที่นั่ง ตั้งอยู่คู่อาคารสถานีหลัง พ.ศ. 2469 และหัวรถจักรไอน้ำเก่า
- สถานีรถไฟจิตรลดา จุดออกเดินทางของ รถไฟพระที่นั่ง ใน พ.ศ. 2469
- รถไฟจำลองจากรัชกาลที่ 4 เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และรถจักรดีเซลคันประวัติศาสตร์ของ พ.ศ. 2471 ที่การรถไฟฯ ตั้งไว้ที่ตึกบัญชาการรถไฟ
- การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมรถไฟหลวงเปลี่ยนเป็นรัฐวิสาหกิจชื่อนี้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2494
อ่านบทความอื่นในหมวดเดียวกันได้ที่ หน้ารวมหมวดนี้ และประวัติของ รัชกาลที่ 5 ผู้เปิดทางรถไฟสายแรกได้ที่ รัชกาลที่ 5
คำถามที่พบบ่อย
รถไฟพระที่นั่ง คืออะไร?
รถไฟพระที่นั่ง คือ ขบวนรถไฟที่ใช้ในการ เสด็จพระราชดำเนิน ของ พระมหากษัตริย์ และ พระบรมวงศานุวงศ์ ในขบวน รถไฟพระที่นั่ง มี รถพระที่นั่ง ซึ่งรถจักรลากไปตามราง ส่วนที่สถานีสำคัญมี พลับพลาที่ประทับ เช่น ที่สถานีรถไฟบางปะอินและสถานีรถไฟหัวหิน
รถไฟพระที่นั่ง ขบวนแรกเดินทางเมื่อไร?
ทางรถไฟสายแรกกรุงเทพฯ–อยุธยา เปิดวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 โดย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพระราชพิธีเปิดการเดินรถไฟ ที่สถานีกรุงเทพ ระยะทาง 71 กิโลเมตร และเปิดให้ประชาชนใช้ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม กรมศิลปากรระบุว่าวันเปิดตรงกับ พ.ศ. 2440 ตามปฏิทินปัจจุบัน
พลับพลาที่ประทับ สถานีรถไฟหัวหิน มาจากไหน?
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระบุว่าพลับพลาจตุรมุขหลังนี้สร้างใน สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เดิมชื่อพลับพลาสนามจันทน์ อยู่ใน พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม การรถไฟนำมาสร้างใหม่ที่หัวหินเมื่อ พ.ศ. 2511 เป็น ที่ประทับขึ้นและลง รถไฟพระที่นั่ง และเปิดวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2517 ในชื่อพลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ
พลับพลาที่ประทับ สถานีรถไฟบางปะอิน มีอะไรน่าสนใจ?
กรมศิลปากรระบุว่าพลับพลาหลังนี้สร้างราว พ.ศ. 2434–2439 พร้อมทางรถไฟสายแรก ภายในตกแต่งด้วยงานแกะสลักไม้ งานปิดทอง และกระจกเขียนสีหรือกระจกสเตนกลาส ระหว่างวันที่ 12–16 มิถุนายน 2566 สำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา สำรวจความเสียหายและถอดกระจกไปอนุรักษ์
รถไฟพระที่นั่ง ไปถึงเชียงใหม่ครั้งแรกเมื่อไร?
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี จากสถานีรถไฟจิตรลดาวันที่ 6 มกราคม 2469 และ รถไฟพระที่นั่ง ถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่วันที่ 22 มกราคม 2469 เวลา 14.50 น. ก่อนกลับถึงสถานีรถไฟจิตรลดาวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2469
แหล่งอ้างอิง
- ประวัติการรถไฟแห่งประเทศไทย — ศูนย์ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STKC) สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- การสร้างทางรถไฟสายอีสาน — กรมศิลปากร (ข้อมูลจากหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี)
- ปี ๒๔๔๓ กับความเปลี่ยนแปลงของชาวโคราช เมื่อรถไฟมาถึง — กรมศิลปากร
- เรื่องเล่าจากราชกิจจานุเบกษา : การเปิดเส้นทางรถไฟสายเพชรบุรี ปฐมบททางรถไฟสายใต้ — สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร
- จดหมายเหตุ เรื่อง เปิดรถไฟสายตะวันออกและสายเหนือ และ เสด็จพระราชดำเนินประพาสเมืองฉะเชิงเทรา — หอสมุดแห่งชาติ นครศรีธรรมราช กรมศิลปากร
- 100 ปีแห่งการเสด็จประพาสนครเชียงใหม่ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เชียงใหม่ กรมศิลปากร
- สศก.ที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์ความเสียหายของพลับพลาที่ประทับ สถานีรถไฟบางปะอิน — กรมศิลปากร
- ๕๐ ปีแห่งการพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส — หน่วยราชการในพระองค์
- เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “วันนวมินทรมหาราช” หน่วยราชการในพระองค์ ขอเผยแพร่พระราชประวัติ — หน่วยราชการในพระองค์
- สถานีรถไฟหัวหิน (Hua Hin Railway Station) — จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- ประเทศและสถานที่
- กรุงเทพฯ77สหราชอาณาจักร48ฮ่องกง9ฝรั่งเศส36จีน55ออสเตรเลีย18
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ