ข้ามไปยังเนื้อหา
Historyอธิบาย

วิกฤตน้ำมัน 1973: ชาติอาหรับลดการผลิตและคว่ำบาตร ราคาน้ำมันพุ่งเกือบ 4 เท่า

วิกฤตน้ำมัน 1973 เริ่ม 17 ต.ค. 1973 เมื่อผู้ผลิตน้ำมัน 11 ประเทศประกาศลดการผลิต ตามด้วยการคว่ำบาตรสหรัฐฯ ราคาน้ำมันพุ่งเกือบ 4 เท่า ไทยออกพระราชกำหนดรับมือ

โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 8 นาที

แชร์FacebookXLINELinkedIn
ป้าย PUMPS CLOSED หน้าตู้จ่ายน้ำมันที่ปั๊มในรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา ช่วงขาดแคลนน้ำมันฤดูใบไม้ร่วงปี 1973 ภาพบันทึกวิกฤตน้ำมัน 1973
ภาพ: David Falconer / U.S. National Archives (สาธารณสมบัติ)

สรุปประเด็นสำคัญ

  • 17 ตุลาคม 1973 ระหว่างสงครามอาหรับ–อิสราเอล มีการประกาศที่คูเวตว่าประเทศผู้ผลิตน้ำมัน 11 ประเทศจะลดการผลิตลง 5% ตามบันทึกของสำนักงานนักประวัติศาสตร์ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
  • 19 ตุลาคม 1973 หลังประธานาธิบดี Nixon ขอให้รัฐสภาอนุมัติความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่อิสราเอล 2,200 ล้านดอลลาร์ กลุ่ม OAPEC ประกาศคว่ำบาตรน้ำมันต่อสหรัฐฯ ราคาน้ำมันขึ้นจาก 2.90 ดอลลาร์เป็น 11.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมกราคม 1974
  • การคว่ำบาตรยกเลิกในเดือนมีนาคม 1974 แต่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังอยู่ วิกฤตน้ำมัน 1973 นำไปสู่คลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ และการลงนามตั้ง IEA เมื่อ 18 พฤศจิกายน 1974
  • ไทยออกพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกคำสั่งรับมือ ซึ่งยังเป็นฐานทางกฎหมายของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจนถึงปี 2562
  • ข้อมูลธนาคารโลกระบุว่าเงินเฟ้อของไทยขึ้นจาก 4.84% ในปี 1972 เป็น 15.51% ในปี 1973 และ 24.31% ในปี 1974

วิกฤตน้ำมัน 1973 คือช่วงที่ชาติอาหรับผู้ผลิตน้ำมันใช้การลดการผลิตและการคว่ำบาตรเป็นเครื่องมือระหว่างสงครามอาหรับ–อิสราเอล เริ่มจากการประกาศที่คูเวตเมื่อ 17 ตุลาคม 1973 ว่า 11 ประเทศจะลดการผลิตลง 5% ราคาน้ำมันพุ่งเกือบ 4 เท่าในไม่กี่เดือน และเปลี่ยนนโยบายพลังงานของโลก รวมถึงไทย

ครบรอบ 53 ปีในสัปดาห์นี้ วิกฤตน้ำมัน 1973 กลับมาเป็นเรื่องที่คนพูดถึงอีกครั้ง เพราะปี 2026 โลกเผชิญวิกฤตน้ำมันจากสงครามและการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ บทความนี้เล่าว่าวิกฤตครั้งนั้นเกิดอะไรขึ้นตามบันทึกของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไทยรับมืออย่างไร และอะไรยังเหลือมาถึงวันนี้

วิกฤตน้ำมัน 1973 เริ่มต้นอย่างไร

สำนักงานนักประวัติศาสตร์ (Office of the Historian) ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ บันทึกว่าระหว่างสงครามอาหรับ–อิสราเอลปี 1973 สมาชิกชาติอาหรับของโอเปก (OPEC) คว่ำบาตรสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ ตัดสินใจส่งยุทโธปกรณ์ให้กองทัพอิสราเอล และเพื่อสร้างอำนาจต่อรองในการเจรจาสันติภาพหลังสงคราม ต่อมาขยายการคว่ำบาตรไปยังประเทศอื่นที่สนับสนุนอิสราเอล ได้แก่ เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส และแอฟริกาใต้ มาตรการมีทั้งห้ามส่งออกน้ำมันไปประเทศเป้าหมายและลดการผลิต

เอกสาร Foreign Relations of the United States (FRUS) ชุดว่าด้วยวิกฤตพลังงาน ซึ่งสำนักงานเดียวกันเป็นผู้จัดพิมพ์ ระบุในเชิงอรรถว่า "มีการประกาศที่คูเวตเมื่อ 17 ตุลาคม ว่าประเทศผู้ผลิตน้ำมัน 11 ประเทศจะลดการผลิตลง 5%" วันเดียวกันนั้น ประธานาธิบดี Richard Nixon และ Henry Kissinger พบรัฐมนตรีต่างประเทศของซาอุดีอาระเบีย คูเวต โมร็อกโก และแอลจีเรียเพื่อหารือเรื่องตะวันออกกลาง แต่เอกสารระบุว่าไม่ได้คุยเรื่องน้ำมัน

สองวันต่อมา Federal Reserve History บันทึกว่าในวันที่ 19 ตุลาคม 1973 ทันทีหลัง Nixon ขอให้รัฐสภาอนุมัติความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่อิสราเอล 2,200 ล้านดอลลาร์ องค์การประเทศอาหรับผู้ส่งออกปิโตรเลียม (OAPEC) ประกาศคว่ำบาตรน้ำมันต่อสหรัฐฯ หยุดส่งน้ำมันจากประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมไปสหรัฐฯ และเริ่มลดการผลิตเป็นระยะ

หน้า Oil Embargo, 1973–1974 บนเว็บไซต์ Office of the Historian กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
หน้า Oil Embargo, 1973–1974 ของสำนักงานนักประวัติศาสตร์ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งบันทึกว่าชาติอาหรับในกลุ่มโอเปกคว่ำบาตรสหรัฐฯ ระหว่างสงครามอาหรับ–อิสราเอลปี 1973 ภาพ: Office of the Historian, U.S. Department of State (ภาพหน้าจอ)

ลำดับเหตุการณ์วิกฤตน้ำมัน 1973–1974

วันที่ เหตุการณ์
เมษายน 1973 รัฐบาล Nixon ประกาศยุทธศาสตร์พลังงานใหม่ เพิ่มการผลิตในประเทศเพื่อลดการพึ่งน้ำมันนำเข้า
17 ตุลาคม 1973 ประกาศที่คูเวตว่าผู้ผลิตน้ำมัน 11 ประเทศจะลดการผลิตลง 5%
19 ตุลาคม 1973 OAPEC ประกาศคว่ำบาตรน้ำมันต่อสหรัฐฯ หลัง Nixon ขอเงินช่วยอิสราเอล 2,200 ล้านดอลลาร์
7 พฤศจิกายน 1973 รัฐบาล Nixon ประกาศ Project Independence มุ่งพึ่งพาพลังงานของตนเอง
พ.ศ. 2516 (ค.ศ. 1973) ไทยออกพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516
มกราคม 1974 ราคาน้ำมันขึ้นเป็น 11.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จาก 2.90 ดอลลาร์ก่อนการคว่ำบาตร
18 มกราคม 1974 ลงนามความตกลงแยกกำลังระหว่างอียิปต์กับอิสราเอลฉบับแรก
มีนาคม 1974 ยกเลิกการคว่ำบาตรอย่างเป็นทางการ
18 พฤศจิกายน 1974 ลงนามความตกลงจัดตั้งสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA)

ราคาน้ำมันในวิกฤตน้ำมัน 1973 พุ่งแค่ไหน

Federal Reserve History ระบุว่าการลดการผลิตทำให้ราคาน้ำมันขึ้นเกือบ 4 เท่า จาก 2.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนการคว่ำบาตร เป็น 11.65 ดอลลาร์ในเดือนมกราคม 1974 ส่วนสำนักงานนักประวัติศาสตร์บรรยายว่าราคาน้ำมันขึ้นเป็นสองเท่าก่อน แล้วเป็นสี่เท่า สร้างต้นทุนมหาศาลให้ผู้บริโภคและสั่นคลอนเสถียรภาพของเศรษฐกิจทั้งประเทศ

ราคาขึ้นแรงเพราะหลายปัจจัยมาพร้อมกัน ตามคำอธิบายของ Federal Reserve History

  • สหรัฐฯ ไม่มีกำลังการผลิตส่วนเกิน อุตสาหกรรมน้ำมันของสหรัฐฯ เพิ่มการผลิตชดเชยไม่ได้เมื่อ OAPEC ลดการผลิต
  • ค่าเงินดอลลาร์อ่อน ราคาน้ำมันคิดเป็นดอลลาร์ เมื่อดอลลาร์ลดค่าในต้นทศวรรษ 1970 รายได้ของผู้ส่งออกลดลง หลังสิ้นสุดระบบ Bretton Woods ราคาทองคำขึ้นจาก 35 ดอลลาร์เป็น 455 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในปลายทศวรรษ 1970
  • เศรษฐกิจร้อนอยู่แล้ว Arthur Burns ประธาน Fed ขณะนั้น กล่าวในปี 1974 ว่ากลางปี 1973 ราคาขายส่งสินค้าอุตสาหกรรมขึ้นกว่า 10% ต่อปี และโรงงานเดินเครื่องเกือบเต็มกำลังแล้ว

การคว่ำบาตรยกเลิกในเดือนมีนาคม 1974 แต่ Federal Reserve History ชี้ว่า "ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นยังอยู่" และวิกฤตน้ำมัน 1973 เป็นหนึ่งในหลายแรงที่ผลักให้เงินเฟ้อสหรัฐฯ สูงตลอดทศวรรษ 1970

ป้าย PUMPS CLOSED หน้าตู้จ่ายน้ำมันที่ปั๊มในรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา ช่วงขาดแคลนน้ำมันฤดูใบไม้ร่วงปี 1973 ภาพบันทึกวิกฤตน้ำมัน 1973
ป้ายปิดหัวจ่ายที่ปั๊มน้ำมันในรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา ช่วงขาดแคลนน้ำมันฤดูใบไม้ร่วงปี 1973 ภาพ: David Falconer / U.S. National Archives (สาธารณสมบัติ)

ชาติผู้นำเข้ารับมือวิกฤตน้ำมัน 1973 อย่างไร

สำนักงานนักประวัติศาสตร์บันทึกว่ายุโรปและญี่ปุ่นมีน้ำมันสำรองช่วยประคองในระยะสั้น แต่ความเสี่ยงของราคาสูงและเศรษฐกิจถดถอยทำให้เกิดรอยร้าวในพันธมิตรแอตแลนติก เพราะยุโรปและญี่ปุ่นต้องพึ่งสหรัฐฯ หาแหล่งพลังงาน ขณะเดียวกันก็พยายามแยกตัวจากนโยบายตะวันออกกลางของสหรัฐฯ

ฝั่งสหรัฐฯ รัฐบาล Nixon ประกาศ Project Independence เมื่อ 7 พฤศจิกายน 1973 และเจรจาสองทางคู่ขนาน ทางหนึ่งกับผู้ผลิตน้ำมัน อีกทางกับอียิปต์ ซีเรีย และอิสราเอล จนลงนามความตกลงแยกกำลังระหว่างอียิปต์กับอิสราเอลฉบับแรกเมื่อ 18 มกราคม 1974 ความหวังว่าจะมีการเจรจายุติการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับซีเรียทำให้ยกเลิกการคว่ำบาตรได้ในเดือนมีนาคม 1974

มาตรการที่ตามมาหลังวิกฤตน้ำมัน 1973 ได้แก่

  1. คลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve) ของสหรัฐฯ
  2. จำกัดความเร็วบนทางหลวงทั่วประเทศที่ 55 ไมล์ต่อชั่วโมง
  3. มาตรฐานประหยัดน้ำมันของรถยนต์ในสมัยประธานาธิบดี Gerald Ford
  4. สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ตามข้อเสนอของ Kissinger ซึ่ง IEA ระบุว่าลงนามความตกลงจัดตั้งเมื่อ 18 พฤศจิกายน 1974 มีภารกิจแรกคือความมั่นคงด้านอุปทานน้ำมันและกลไกปฏิบัติการร่วมเมื่ออุปทานสะดุด
ป้าย Our station hours reduced due to gas shortage หน้าปั๊มน้ำมันในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ เดือนธันวาคม 1973
ป้ายแจ้งลดเวลาเปิดปั๊มน้ำมันเพราะขาดแคลนน้ำมันในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ เดือนธันวาคม 1973 ภาพ: David Falconer / U.S. National Archives (สาธารณสมบัติ)

วิกฤตน้ำมัน 1973 กระทบไทยอย่างไร

สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเล่าว่าในปี พ.ศ. 2516 (ค.ศ. 1973) ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศสูงขึ้นตาม คณะรัฐมนตรีขณะนั้นจึงออกพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจออกคำสั่งกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันการขาดแคลนน้ำมันได้ทันเหตุการณ์

เงินเฟ้อสะท้อนแรงกระแทกได้ชัด ข้อมูลของธนาคารโลกระบุอัตราเงินเฟ้อตามดัชนีราคาผู้บริโภคไว้ดังนี้

ปี ไทย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น
1972 4.84% 3.27% 4.84%
1973 15.51% 6.18% 11.61%
1974 24.31% 11.05% 23.22%
1975 5.33% 9.14% 11.73%
กราฟแท่งอัตราเงินเฟ้อของไทยเทียบสหรัฐฯ ปี 1972 ถึง 1975 ตามข้อมูลธนาคารโลก: ไทย 4.84%, 15.51%, 24.31% และ 5.33% สหรัฐฯ 3.27%, 6.18%, 11.05% และ 9.14% ช่วงวิกฤตน้ำมัน 1973
อัตราเงินเฟ้อของไทยเทียบสหรัฐฯ ปี 1972–1975 ช่วงวิกฤตน้ำมัน 1973 ตามข้อมูลธนาคารโลก ภาพ: THAI DATA (ข้อมูล: World Bank)

พระราชกำหนดฉบับนั้นกลายเป็นรากของกลไกรับมือราคาน้ำมันของไทยต่อมาอีกหลายสิบปี ตามที่สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงบันทึกไว้

  • พ.ศ. 2520 (ค.ศ. 1977) OPEC ขึ้นราคาน้ำมันดิบ รัฐบาลตั้งกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 178/2520 ลงวันที่ 19 กันยายน 2520
  • พ.ศ. 2521 (ค.ศ. 1978) ตั้งกองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (เงินตราต่างประเทศ) ตามคำสั่งที่ 206/2521 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2521
  • พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) OPEC ขึ้นราคา 4 ครั้ง รัฐบาลรวมกองทุนเป็นกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ สร. 0201/9 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2522
  • พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 4/2547 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดปี 2516 กำหนดมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมัน
  • พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019) พระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 มีผลตั้งแต่ 24 กันยายน 2562 และเป็นฐานของกองทุนในปัจจุบัน
หน้าประวัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เว็บไซต์สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ย่อหน้าแรกเล่าเรื่องพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516
หน้าประวัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เริ่มจากพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ภาพ: สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (ภาพหน้าจอ)

วิกฤตน้ำมัน 1973 กับวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ 2026 ต่างกันอย่างไร

ประเด็น วิกฤตน้ำมัน 1973 วิกฤตปี 2026
ต้นเหตุ ผู้ส่งออกตัดสินใจลดการผลิตและคว่ำบาตรระหว่างสงครามอาหรับ–อิสราเอล สงครามกับอิหร่านและการโจมตีเรือ โครงสร้างพื้นฐานพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย
ราคา 2.90 ดอลลาร์ เป็น 11.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมกราคม 1974 IEA ระบุว่า Brent ล่วงหน้าราว 107 ดอลลาร์และ Dated Brent 134 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในรายงานเดือนตุลาคม 2026
จุดตึงที่สุด น้ำมันดิบถูกตัดตามประเทศปลายทาง ดีเซลและน้ำมันสำเร็จรูป IEA คาดว่าตึงตัวถึงปี 2027
เครื่องมือรับมือ ยังไม่มี IEA และคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ทั้งสองอย่างตั้งขึ้นหลังวิกฤต IEA และคลังสำรองที่ตั้งขึ้นหลังวิกฤตน้ำมัน 1973

รายงานตลาดน้ำมันของ IEA ฉบับเดือนตุลาคม 2026 ระบุว่าน้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซฟื้นเป็น 10.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกันยายน และการส่งออกน้ำมันดิบของผู้ผลิตในอ่าวเปอร์เซียกลับมาเกิน 75% ของระดับก่อนสงคราม แต่สต็อกน้ำมันโลกที่สังเกตได้ยังต่ำกว่าก่อนสงคราม 509 ล้านบาร์เรล และ IEA คาดว่าความต้องการน้ำมันโลกปี 2026 จะลดลง 2.6 ล้านบาร์เรลต่อวันเพราะราคาสูง (อ่านสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซล่าสุด)

บทเรียนจากวิกฤตน้ำมัน 1973 สำหรับองค์กรไทยวันนี้

  • ราคาที่ขึ้นแล้วอาจไม่ลงตามข่าวดี การคว่ำบาตรในวิกฤตน้ำมัน 1973 จบลงในเดือนมีนาคม 1974 แต่ราคาสูงยังอยู่ องค์กรจึงควรทำงบพลังงานหลายกรณี ไม่ใช่รอให้ราคากลับไปที่เดิม
  • กลไกที่ตั้งตอนวิกฤตอยู่ยาวกว่าที่คิด พระราชกำหนดปี 2516 ยังเป็นฐานของกองทุนน้ำมันอีกหลายสิบปี การติดตามมติและฐานะของกองทุนน้ำมันจึงเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนต้นทุน (อ่านกองทุนน้ำมันติดลบกับวิกฤตปี 2026)
  • สำรองคือประกันภัย IEA และคลังน้ำมันสำรองเกิดจากบทเรียนว่าการไม่มีกันชนแพงแค่ไหน ธุรกิจที่พึ่งดีเซล เช่น ขนส่ง โรงงาน และ Data Center ที่มีเครื่องปั่นไฟ ควรทบทวนปริมาณสำรองและสัญญาจัดหาฉุกเฉิน (อ่าน IEA ปล่อยน้ำมันสำรองปี 2026)
  • ลดการพึ่งพาแหล่งเดียว วิกฤตน้ำมัน 1973 ผลักให้ประเทศผู้นำเข้าหันไปหาแหล่งพลังงานอื่นและมาตรฐานประหยัดน้ำมัน บทเรียนเดียวกันใช้กับการเลือกแหล่งพลังงานและผู้ขายขององค์กรวันนี้

อ่านเรื่องเล่าประวัติศาสตร์เศรษฐกิจอื่น ๆ ได้ที่หมวดประวัติศาสตร์ เช่น Black Monday 1987

คำถามที่พบบ่อย

วิกฤตน้ำมัน 1973 คืออะไร เกิดขึ้นเมื่อไร?

วิกฤตน้ำมัน 1973 คือช่วงที่ชาติอาหรับผู้ผลิตน้ำมันลดการผลิตและคว่ำบาตรการส่งน้ำมันไปสหรัฐฯ และประเทศที่สนับสนุนอิสราเอลในสงครามอาหรับ–อิสราเอลเดือนตุลาคม 1973 การลดการผลิตประกาศที่คูเวตเมื่อ 17 ตุลาคม การคว่ำบาตรสหรัฐฯ เริ่ม 19 ตุลาคม และยกเลิกในเดือนมีนาคม 1974

วิกฤตน้ำมัน 1973 ทำให้ราคาน้ำมันขึ้นแค่ไหน?

Federal Reserve History ระบุว่าราคาน้ำมันขึ้นจาก 2.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก่อนการคว่ำบาตร เป็น 11.65 ดอลลาร์ในเดือนมกราคม 1974 หรือเกือบ 4 เท่า และแม้การคว่ำบาตรจะยกเลิกในเดือนมีนาคม 1974 ราคาที่สูงขึ้นก็ไม่ได้ลดลงตาม

วิกฤตน้ำมัน 1973 กระทบประเทศไทยอย่างไร?

ราคาน้ำมันในประเทศขึ้นตามตลาดโลก คณะรัฐมนตรีจึงออกพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 ให้นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งรับมือได้ทันเหตุการณ์ ส่วนข้อมูลธนาคารโลกระบุว่าเงินเฟ้อของไทยขึ้นเป็น 15.51% ในปี 1973 และ 24.31% ในปี 1974

วิกฤตน้ำมัน 1973 ต่างจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซปี 2026 อย่างไร?

วิกฤตน้ำมัน 1973 เกิดจากการตัดสินใจลดการผลิตและคว่ำบาตรของผู้ส่งออก ส่วนวิกฤตปี 2026 เกิดจากสงครามและการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ IEA รายงานเดือนตุลาคม 2026 ว่าน้ำมันผ่านช่องแคบฟื้นเป็น 10.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกันยายน แต่ดีเซลยังตึงตัวไปถึงปี 2027

IEA เกี่ยวข้องกับวิกฤตน้ำมัน 1973 อย่างไร?

IEA ระบุว่าตั้งขึ้นเพื่อรับมือวิกฤตน้ำมันปี 1973–1974 โดยลงนามความตกลงจัดตั้งเมื่อ 18 พฤศจิกายน 1974 มีหน้าที่แรกคือดูแลความมั่นคงด้านอุปทานน้ำมันและกลไกปฏิบัติการร่วมเมื่ออุปทานสะดุด ปัจจุบันไทยเป็นประเทศภาคีสมทบ (Association) ของ IEA

แหล่งอ้างอิง

  1. Oil Embargo, 1973–1974 — Office of the Historian, U.S. Department of State
  2. Foreign Relations of the United States, 1969–1976, Volume XXXVI, Energy Crisis, 1969–1974, Document 220 — Office of the Historian, U.S. Department of State
  3. Oil Shock of 1973–74 — Federal Reserve History
  4. History — International Energy Agency (IEA)
  5. ประวัติ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง — สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
  6. Inflation, consumer prices (annual %) — Thailand, United States, Japan — World Bank

บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้

เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว

แชร์FacebookXLINELinkedIn

พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ