วังหน้า พระราชวังบวรสถานมงคล จาก ที่ประทับ พระมหาอุปราช สู่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ประวัติวังหน้า หรือ พระราชวังบวรสถานมงคล ตั้งแต่ พ.ศ. 2325 ผู้ดำรงตำแหน่งทั้ง 5 พระองค์ การยกเลิกตำแหน่ง พ.ศ. 2430 และวังหน้าในฐานะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
โดย กองบรรณาธิการ THAI DATA อ่าน 11 นาที

สรุปประเด็นสำคัญ
- พ.ศ. 2325 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ได้รับ พระราชทานอุปราชาภิเษก เป็น พระมหาอุปราช และ ประทับ ณ พระราชวังบวรสถานมงคล ทางทิศเหนือของ พระบรมมหาราชวัง
- กรมศิลปากรกล่าวถึง กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ทั้ง 5 พระองค์ ในสมัยรัตนโกสินทร์ องค์สุดท้ายคือ กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ซึ่ง เสด็จทิวงคต ใน พ.ศ. 2428
- พ.ศ. 2430 รัชกาลที่ 5 ประกาศ ยกเลิกตำแหน่งพระมหาอุปราช และให้ย้ายมิวเซียมหลวงมาตั้งใน 3 พระที่นั่ง ด้านหน้าของวังหน้า
- 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน มาทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร ในพื้นที่วังหน้า
- 2 กุมภาพันธ์ 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงประกอบพิธีสมโภชและทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
วังหน้า หรือ พระราชวังบวรสถานมงคล คือ ที่ประทับ ของ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือ พระมหาอุปราช แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของ พระบรมมหาราชวัง มาตั้งแต่ พ.ศ. 2325 (ค.ศ. 1782) หลังการ ยกเลิกตำแหน่งพระมหาอุปราช ใน พ.ศ. 2430 พื้นที่วังหน้าค่อย ๆ กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ และปัจจุบันคือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
วังหน้า คืออะไร
คำว่า "วังหน้า" ใช้เรียกทั้ง พระราชวัง และผู้ดำรงตำแหน่ง ตำแหน่งนี้คือ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งกรมศิลปากรใช้คำเรียกเดียวกันว่า พระมหาอุปราช ส่วนตัววังคือ พระราชวังบวรสถานมงคล
กรมศิลปากรบันทึกว่าใน พ.ศ. 2325 เมื่อสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ ๑) พระราชทานอุปราชาภิเษก เจ้าพระยาสุรสีห์ สมเด็จพระอนุชาธิราช เป็น พระมหาอุปราช ตำแหน่ง กรมพระราชวังบวรสถานมงคล และ ประทับ ณ พระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของ พระบรมมหาราชวัง
พื้นที่ของ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ในปัจจุบันมีเนื้อที่ 18,400 ตารางเมตร หรือประมาณ 23 ไร่ ที่เลขที่ 4 ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาณาเขตวังหน้าเดิม

แบบแผนของวังหน้าในรัชกาลที่ 1
กรมศิลปากรอธิบายว่า พระราชวังบวรสถานมงคล ถ่ายแบบมาจาก พระราชวังจันทรเกษม กรุงศรีอยุธยา และมีรูปแบบสถาปัตยกรรมต่างจากวังหลวง ลักษณะเด่นที่ระบุไว้มีดังนี้
- หลังคาชั้นเดียวแบบจั่ว มุงด้วยกระเบื้องดินเผา
- คันทวยรองรับหลังคาเป็นรูปนาคประดับพันธุ์พฤกษา
- หมู่พระวิมาน ไม่ทำซุ้มประตูหน้าต่าง ยกเว้น พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ที่ประดิษฐาน พระพุทธสิหิงค์
- ต่างจากงานใน พระบรมมหาราชวัง ที่นิยมซ้อนชั้นหลังคา ทำยอดปราสาท และซุ้มประตูหน้าต่างปูนปั้น
หัวใจของวังคือ หมู่พระวิมาน ซึ่งเป็นอาคารใหญ่เรียงกัน 3 หลัง ตรงกลางคือ พระที่นั่งวายุสถานอมเรศ ที่พิพิธภัณฑ์ระบุว่าเป็นพระวิมานองค์ใหญ่ใจกลาง หมู่พระวิมาน สำหรับฤดูหนาว ด้านหน้ามี พระที่นั่งมุขกระสัน และ พระที่นั่งบุษบกเกริน ที่ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ใช้เป็นที่ เสด็จออกขุนนาง หรือออกว่าราชการ พื้นที่ตรงนั้นจึงเรียกว่า "ท้องพระโรงหน้า"

ผู้ดำรงตำแหน่ง กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ทั้ง 5 พระองค์
นิทรรศการ "ท้องพระโรงวังหน้า" ของกรมศิลปากรจัดแสดงเรื่อง พระราชนิยม ใน กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ทั้ง ๕ พระองค์ ข้อมูลที่หน่วยงานของกรมศิลปากรบันทึกไว้เกี่ยวกับแต่ละ พระองค์ สรุปได้ดังนี้
| ลำดับ | ผู้ดำรงตำแหน่ง (ตามแหล่งทางการ) | สิ่งที่แหล่งทางการบันทึก |
|---|---|---|
| 1 | สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท | พระมหาอุปราช ในรัชกาลที่ 1 ตั้งแต่ พ.ศ. 2325 เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งบูรพาภิมุข วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2346 ดำรงตำแหน่ง 21 ปี |
| 2 | สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ | ประทับ และ สวรรคต ใน พระที่นั่งวายุสถานอมเรศ |
| 3 | สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ | ในรัชกาลที่ 3 สร้าง พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย เป็นท้องพระโรง |
| 4 | พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว | ในรัชกาลที่ 4 ทรงมี พระเกียรติยศ เป็นอย่างพระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ ๒ เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2408 |
| 5 | กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ | พระมหาอุปราช หรือวังหน้าในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จทิวงคต เมื่อปี พ.ศ. 2428 |
ใน สมัย พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระที่นั่งพรหมพักตร์ ถูกย้ายมาไว้ใน พระที่นั่งวายุสถานอมเรศ เพื่อประดิษฐาน พระอัฐิ กรมพระราชวังบวรที่ล่วงมาแล้ว ๓ พระองค์ คือ องค์กลางของ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท องค์เหนือของ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ และองค์ใต้ของ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ

พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กับวังหน้าในรัชกาลที่ 4
เมื่อ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) เสด็จขึ้นครองราชย์สมบัติ ได้สถาปนา สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ ขึ้นเป็น "สมเด็จพระปวเรนทราเมศ มหิศเรศรังสรรค์ พระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว" กรมศิลปากรระบุว่ามีการแก้ระเบียบราชประเพณีบางประการให้สม พระเกียรติ เช่น พระราชพิธีอุปราชาภิเษก ให้เรียกว่า "พระราชพิธีบวรราชาภิเษก"
ช่วงที่ เสด็จมาประทับอยู่ ณ พระราชวังบวรสถานมงคล วังหน้าได้รับการก่อสร้างและซ่อมแซมหลายส่วน
- ซ่อมตำหนักฝ่ายในทั้งหมด และเปลี่ยนป้อมประตูเครื่องไม้ที่ทรุดโทรมเป็นก่ออิฐถือปูน
- ย้าย ตำหนักแดง จาก พระราชวังเดิม มาปลูกใหม่ในวังหน้า
- สร้าง พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนแบบฝรั่งสองชั้น เป็นที่ประทับ
- สร้าง พระที่นั่งคชกรรมประเวศ ด้านหน้า พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และสร้างโรงปืนใหญ่ โรงทหาร คลังสรรพาวุธ ในเขต พระราชฐาน ชั้นนอก
กรมศิลปากรยังบันทึก พระราชนิยม ด้านดนตรีว่า ทรงประดิษฐ์ระนาดทุ้มเหล็ก และ ทรงแคน แอ่วลาว ส่วนงานทหารเรือ เรือที่ ทรงต่อขึ้นสำเร็จในช่วง พ.ศ. 2406 มีนามว่า เรือยงยศอโยชฌิยา

งาน พระบรมศพ และ พระอัฐิ ที่หอพระนาก
เมื่อ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2408 กรมศิลปากรบันทึกว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จไปสรงน้ำพระบรมศพ แล้วแห่มาประดิษฐาน ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ในพระบวรราชวัง และ โปรดเกล้าฯ ให้เรียกพระศพว่า "พระบรมศพ" งาน พระบรมศพ จัดที่ท้องสนามหลวง จากนั้น พระบรมอัฐิ ประดิษฐานที่ พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์
ใน รัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๖) โปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญ พระบรมอัฐิ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กับ พระอัฐิ กรมพระราชวังบวร ๔ พระองค์ ไปประดิษฐานใน หอพระนาก วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2460
ธรรมเนียมนี้ยังปรากฏใน พระราชพิธีสงกรานต์ หน่วยราชการในพระองค์บันทึกขั้นตอนในสมัยรัชกาลที่ 9 และรัชกาลปัจจุบันไว้ว่า มีการ สรงพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระอัฐิสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ๔ พระองค์ และ พระอัฐิพระราชวงศ์ ที่ หอพระนาก แล้วพระสงฆ์สดับปกรณ์ รวม ๕ พระองค์

การยกเลิกตำแหน่ง พ.ศ. 2430 และกำเนิดพิพิธภัณฑ์ที่วังหน้า
ตามที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร บันทึกไว้ พ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศ ยกเลิกตำแหน่งพระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล พระราชวังบวรฯ ว่างลง จึง โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมิวเซียมหลวงจาก พระบรมมหาราชวัง มาจัดตั้งใน พระราชวังบวรฯ เฉพาะ พระที่นั่ง ๓ องค์ด้านหน้า
- พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน
- พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
- พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย
มิวเซียมหลวงที่วังหน้าเป็นพิพิธภัณฑ์ประเภททั่วไป จัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ และวัตถุทางธรรมชาติวิทยา เปิดให้ประชาชนเข้าชมถาวร ต่อมา พ.ศ. 2432 ยกฐานะเป็นกรมพิพิธภัณฑ์ ขึ้นกับกระทรวงธรรมการ

จากพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร สู่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร
ในรัชกาลที่ 7 ราชบัณฑิตยสภารับผิดชอบงานพิพิธภัณฑสถาน และพิพิธภัณฑ์บันทึกว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานหมู่พระที่นั่งในพระราชวังบวรสถานมงคลทั้งหมด จัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ นายกราชบัณฑิตยสภา ได้ปรับปรุงการจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ประเภทโบราณคดีและศิลปะ
- 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2469 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน มาทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร
- พ.ศ. 2477 ได้รับการประกาศเป็น "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร" ตาม พระราชบัญญัติ ที่ออกในปีเดียวกัน
- พ.ศ. 2555 กรมศิลปากรเริ่มโครงการพัฒนา พระราชวังบวรสถานมงคล บูรณะ หมู่พระวิมาน และจัดนิทรรศการถาวรใหม่ รวม 13 ห้องจัดแสดง เปิดครบใน พ.ศ. 2564
พิพิธภัณฑ์ยังระบุว่าวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2417 ซึ่งมิวเซียมหลวงเปิดให้ประชาชนเข้าชมครั้งแรกใน พระบรมมหาราชวัง เป็นที่มาของ "วันพิพิธภัณฑ์ไทย"

พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และพระพุทธสิหิงค์
หอสมุดแห่งชาติแนะนำหนังสือของกรมศิลปากรว่า พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 เพื่อเป็นสถานที่ประดิษฐาน พระพุทธสิหิงค์ และใช้ประกอบ พระราชพิธี ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่เขียนราว พ.ศ. 2338 เนื้อหาหลักคือพุทธประวัติและเทพชุมนุม รวมกว่า 32 ผนัง
ที่มาของ พระพุทธสิหิงค์ ในวังหน้า กรมศิลปากรบันทึกว่าหลังสงครามขับไล่พม่าที่เมืองเชียงใหม่ (พ.ศ. 2338) เจ้าเมืองเชียงใหม่ได้ ทูลเกล้าฯ ถวาย พระพุทธสิหิงค์ แล้ว สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ได้อัญเชิญ พระพุทธสิหิงค์ ลงมาประดิษฐานไว้ที่ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์
พ.ศ. 2568 กรมศิลปากรดำเนินโครงการอนุรักษ์ พระพุทธสิหิงค์ และหล่อพระรัศมีใหม่ด้วยทองคำลงยาประดับเพชรตามหลักฐานเดิม ประดับเพชรเม็ดใหญ่ที่ใจกลางเปลวรัศมี 2 เม็ด และที่กลีบบัวฐาน 8 เม็ด วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีสมโภชและทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร


ลำดับเหตุการณ์สำคัญของวังหน้า
| พ.ศ. (ค.ศ.) | เหตุการณ์ |
|---|---|
| 2325 (1782) | สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และ พระราชทานอุปราชาภิเษก ให้ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท ประทับ ณ พระราชวังบวรสถานมงคล |
| 2338 (1795) | อัญเชิญ พระพุทธสิหิงค์ จากเชียงใหม่มาไว้ที่ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ จิตรกรรมฝาผนังภายในเขียนราวปีนี้ |
| 2346 (1803) | 3 พฤศจิกายน สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งบูรพาภิมุข |
| รัชกาลที่ 3 | สร้าง พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย เป็นท้องพระโรงวังหน้า |
| 2408 (1866) | 7 มกราคม พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ |
| 2428 (1885) | กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ เสด็จทิวงคต |
| 2430 | ยกเลิกตำแหน่งพระมหาอุปราช และย้ายมิวเซียมหลวงมาที่วังหน้า |
| 2460 (1917) | 2 เมษายน อัญเชิญ พระบรมอัฐิ และ พระอัฐิ ไป หอพระนาก |
| 2469 (1926) | 10 พฤศจิกายน เปิดพิพิธภัณฑสถานสำหรับพระนคร |
| 2477 (1934) | เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร |
| 2555 (2012) | เริ่มโครงการพัฒนา พระราชวังบวรสถานมงคล |
| 2569 (2026) | 2 กุมภาพันธ์ พิธีสมโภชและสวม พระรัศมีทองคำประดับเพชร ถวาย พระพุทธสิหิงค์ |
ภาพบันทึก











มรดกที่เหลือถึงปัจจุบัน
แม้ตำแหน่งวังหน้าจะสิ้นสุดใน พ.ศ. 2430 แต่อาคารและวัตถุจำนวนมากยังอยู่ในความดูแลของกรมศิลปากร
- พระที่นั่ง ๓ องค์ด้านหน้า คือ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ซึ่งเป็นจุดเริ่มของมิวเซียมหลวงที่วังหน้า
- หมู่พระวิมาน รวม พระที่นั่งวายุสถานอมเรศ และ พระที่นั่งวสันตพิมาน ปัจจุบันเป็นห้องจัดแสดงงานช่างหลวง เช่น ลับแลลายรดน้ำสมัยรัชกาลที่ 1 ที่ พระที่นั่งวสันตพิมาน
- พระพุทธสิหิงค์ ซึ่งยังประดิษฐานใน พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และเพิ่งได้รับพระรัศมีทองคำประดับเพชรใน พ.ศ. 2569
- พระที่นั่งอิศเรศราชานุสรณ์ และ ตำหนักแดง ที่สร้างหรือย้ายมาในสมัย พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว
- พระบรมอัฐิ และ พระอัฐิ ของผู้ดำรงตำแหน่งวังหน้าที่ หอพระนาก วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งยังมีการสรงใน พระราชพิธีสงกรานต์
ผู้ที่จะไปชมควรตรวจวันเวลาเปิดล่าสุดจากพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ก่อนเดินทาง อ่านเรื่องวังหลวงที่อยู่ใกล้กันได้ที่ พระบรมมหาราชวัง และ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รวมทั้ง รัชกาลที่ 1 ผู้สถาปนาตำแหน่งนี้ในกรุงรัตนโกสินทร์ ส่วนเรื่องอื่นในชุดเดียวกันอยู่ใน หมวด พระราชวัง และ พระที่นั่ง
คำถามที่พบบ่อย
วังหน้า คืออะไร และอยู่ที่ไหน?
วังหน้า คือ พระราชวังบวรสถานมงคล ที่ประทับของ กรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือ พระมหาอุปราช ในกรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของ พระบรมมหาราชวัง ปัจจุบันพื้นที่ส่วนหนึ่งคือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เลขที่ 4 ถนนหน้าพระธาตุ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ใครเคยดำรงตำแหน่งวังหน้าในสมัยรัตนโกสินทร์บ้าง?
ตามแหล่งของกรมศิลปากรมี 5 พระองค์ คือ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และ กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ซึ่งเป็น พระมหาอุปราช หรือวังหน้าในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตำแหน่งวังหน้าสิ้นสุดเมื่อไร?
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร บันทึกว่าใน พ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศ ยกเลิกตำแหน่งพระมหาอุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล พระราชวังบวรฯ จึงว่างลง และ โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายมิวเซียมหลวงมาจัดตั้งที่วังหน้า
พระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานอยู่ที่ไหน?
พระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานที่ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมศิลปากรระบุว่า สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท อัญเชิญมาจากเชียงใหม่หลังสงครามใน พ.ศ. 2338 และ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 เพื่อประดิษฐาน พระพุทธสิหิงค์
แหล่งอ้างอิง
- ประวัติความเป็นมา พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมศิลปากร
- สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล รัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ — กรมศิลปากร
- พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว — กรมศิลปากร
- พระที่นั่งพรหมพักตร์ ไม้แกะสลัก ลงรักปิดทองประดับกระจก — พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรมศิลปากร
- หุ่นวังหน้า — หอสมุดแห่งชาติ นครศรีธรรมราช กรมศิลปากร
- กรมศิลปากรพัฒนาการจัดแสดง “ท้องพระโรงวังหน้า” ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พร้อมเปิดให้ชมปี ๖๔ — กรมศิลปากร
- โบราณวัตถุที่สร้างขึ้นในกรมพระราชวังบวร — กรมศิลปากร
- พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ (แนะนำหนังสือ) — หอสมุดแห่งชาติ รัชมังคลาภิเษก จันทบุรี กรมศิลปากร
- สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีสมโภชและทรงสวมพระรัศมีทองคำประดับเพชรถวายพระพุทธสิหิงค์ — หน่วยราชการในพระองค์
- พระราชพิธีสงกรานต์ — หน่วยราชการในพระองค์
บุคคล องค์กร และสถานที่ในข่าวนี้
เลือกชื่อเพื่ออ่านข่าวทั้งหมดที่กล่าวถึง ตัวเลขคือจำนวนข่าว
- ประเทศและสถานที่
- กรุงเทพฯ80
พบข้อมูลคลาดเคลื่อน? แจ้งกองบรรณาธิการ